"โฮมโปรฯ"บีบบริษัทขนส่ง ห้ามปรับราคาขึ้นเกิน3-5%


ผู้จัดการรายสัปดาห์(19 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

โฮมโปรฯ"ล็อคราคาค่าขนส่งปีต่อปี บีบบริษัทขนส่งขอขึ้นราคาได้แค่ 3.5% หากราคาน้ำมันเพิ่ม 10% พลิกแผนรับภาวะตลาดบ้านจัดสรรชะลอตัว เปลี่ยนกลยุทธ์ผุดแคมเปญหนุนสินเชื่อรุกตลาดซ่อมแซมบ้าน เล็งดันยอดค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อบิลเพิ่ม พร้อมลุยตลาดต่างจังหวัด

จากปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ หันมาทบทวนปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคาดว่าตลาดบ้านจัดสรรในช่วงครึ่งปีหลังยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกับช่วงครึ่งปีแรก

คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ตลอดจนปัญหาราคาน้ำมันและผลกระทบภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้หลายบริษัทต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ โฮมโปรฯ กลับได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนค่าขนส่งเพียง 1% และได้ทำการล็อคสัญญาส่งสินค้ากับบริษัทขนส่งเป็นรายปี หากราคาน้ำมันปรับขึ้น 10% บริษัทขนส่งสามารถขอปรับเพิ่มค่าขนส่งได้เพียง 3.5% เท่านั้น

นอกจากนี้บริษัทยังบริหารความเสี่ยงให้ต่ำลงโดยการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม จากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้บริษัทมีแผนปรับราคาขายสินค้าขึ้นอีก 5-10% ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าซึ่งคาดว่าสต็อคสินค้าต้นทุนเดิมจะขายหมดแล้ว

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 48 บริษัทจะปรับแผนการดำเนินงาน โดยหันมาให้ความสำคัญกับการขยายตลาดบ้านซ่อมแซมมากขึ้นจากเดิมที่เน้นลูกค้าในกลุ่มบ้านใหม่เป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงาน "ดีไซน์ แอนด์ โซลูชั่น เซอร์วิส" ขึ้น เพื่อให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร นับตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ติดตั้ง และจัดหาผู้รับเหมา ตลอดจนจัดหาสินเชื่อโดยร่วมกับ จีอี แคปปิตอล จัดแคมเปญสินเชื่อ "โฮม อิควิปเมนท์ โลน" ให้กับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อเพื่อตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน ระยะเวลาผ่อนชำระ 3-5 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 5-6% ต่อปี โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 20 ส.ค.นี้

โฮมโปรฯ คาดหวังว่าการกระตุ้นตลาดบ้านซ่อมแซมจะช่วยผลักดันยอดการใช้จ่ายต่อหัวต่อบิลเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีอัตราการใช้จ่าย 2,446 บาทต่อหัวต่อบิล โดยมีจำนวนลูกค้าหมุนเวียนเข้าออกในทุกสาขาเฉลี่ย 5 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 50 บาทต่อหัวต่อบิล โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะมีอัตราการเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ 28%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีอัตราการเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเติบโตจากยอดขายของสาขาในต่างจังหวัดประมาณ 30% ทำให้บริษัทมีแผนขยายการลงทุนในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยในปีนี้ได้จัดเตรียมงบลงทุนสำหรับสาขาใหม่ที่จะเปิดในปีหน้าแล้ว 2,600 ล้านบาท และจะระดมทุนเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาทในปีหน้า โดยปัจจุบันบริษัทมีหนี้ประมาณ 1,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 0.96:1 ซึ่งยังมีช่องว่างสำหรับการกู้เงินได้อีกตามเพดานที่ตั้งไว้ 1.75:1


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.