|

วัดใจเซียนหุ้นหลังควบ NPC-TOC ไม่เสี่ยงให้แลกหุ้น-ลุ้นราคารอขาย
ผู้จัดการรายสัปดาห์(11 สิงหาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
หุ้น NPC และ TOC ถูกตีกรอบราคา เคลื่อนไหวจำกัดตามเงื่อนไขที่ ปตท.กำหนด นักวิเคราะห์แนะไม่อยากเสี่ยงให้แลกหุ้น อย่างน้อยได้รับปันผล 6-7% หากโชคดีราคาหุ้นเดินหน้าค่อยขายทำกำไร ส่วนใครถือต้นทุนสูงต้องตัดใจระยะสั้นราคาไม่ขยับ แถมเจอช่วงขาลงของวงจรปิโตรเคมี
การควบรวมกิจการระหว่างบริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด(มหาชน) หรือ NPC กับบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด(มหาชน) หรือ TOC ตามแนวทางของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เพื่อลดความซ้ำซ้อน สร้างความชัดเจนทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมี ที่ได้ข้อสรุปจากการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา
แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายย่อยคัดค้านการควบรวมกิจการระหว่าง NPC กับ TOC แต่ ปตท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เตรียมรับซื้อหุ้น NPC ไว้ที่ไม่เกิน 120 บาทต่อหุ้น และ TOC ที่ไม่เกิน 60 บาทต่อหุ้น สำหรับผู้ที่คัดค้านการควบรวมกิจการ โดยยึดจากรายชื่อในวันปิดสมุดจดทะเบียนเมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สำหรับหุ้นทั้ง 2 บริษัทที่จะควบรวมกิจการตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่าง ปตท. และปูนซิเมนต์ไทยก็ให้ความเห็นชอบจากการควบรวมดังกล่าว หุ้นทั้ง 2 ตัวนี้มีนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นค่อนข้างมาก แยกเป็นหุ้น NPC มีรายย่อยถือ 41.89% ของ Free Float ส่วน TOC มีรายย่อยถือ 30.45% ของ Free Float ซึ่งการควบรวมกิจการกันในครั้งนี้เป็นเพียงการรวมกิจการของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหมือนกันภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวกัน จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นมากนัก
ราคาถูกตีกรอบ
แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์กล่าวว่า สัดส่วนที่ปตท.กำหนดการแลกหุ้นในบริษัทใหม่ที่ 1 หุ้นเดิมของ NPC ต่อ 1.56978533 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมของ TOC ต่อ 0.784892665 หุ้นในบริษัทใหม่นี้ โดยยึดจากราคาเสนอซื้อของปตท.เป็นหลัก จึงทำให้ราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทถูกจำกัดกรอบการเคลื่อนไหว
นักวิเคราะห์เกือบทุกค่ายประเมินราคาหุ้นบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมอยู่ที่ประมาณ 75 บาท ดังนั้นราคาของหุ้น TOC จึงแกว่งตัวระหว่าง 58-60 บาท ส่วน NPC เคลื่อนไหวที่ 117-119 บาท
โอกาสที่ราคาหุ้นทั้ง 2 บริษัทนี้จะสูงเกินกว่าราคารับซื้อก็เป็นได้ เพราะหลังจากมติที่ประชุมเมื่อ 11 สิงหาคมที่ออกมา หุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ก็ยังสามารถซื้อขายได้จนกว่าจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่และกำหนดวันในการแลกหุ้น หากราคาหุ้นทั้ง 2 สูงกว่า 120 สำหรับ NPC และ 60 บาทสำหรับ TOC นั่นถือเป็นความเสี่ยงของผู้ลงทุนเองหากเข้าไปเก็งกำไร
สำรวจก่อนตัดสินใจ
นักลงทุนที่ถือหุ้น NPC และ TOC อยู่คงต้องสำรวจต้นทุนในการซื้อว่าได้มาที่ระดับราคาใด ต้องการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว ต้องการใช้สิทธิแลกหุ้นในบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นหรือไม่ หากเป็นนักลงทุนระยะยาวแล้วต้องการรอรับปันผลที่ประมาณ 6-7% ก็ถือว่าน่าสนใจ ทั้งนี้คงขึ้นกับต้นทุนของการได้มาด้วยว่าสูงหรือไม่
ถ้าต้องการวัดดวงว่าเมื่อควบรวมกิจการแล้วราคาหุ้นในบริษัทใหม่จะหวือหวาก็ต้องรอลุ้นราคากัน ซึ่งอาจต้องรอถึงปลายปีหรือต้นปีหน้า แต่ราคาที่ประมาณที่ประมาณ 75 บาทนั้นถือเป็นราคาที่เต็มมูลค่าแล้ว เนื่องจากแนวโน้มของธุรกิจปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่วงจรขาลง โอกาสจะขยับสูงกว่านี้คงจะไม่มากนัก
ส่วนผู้ที่ได้หุ้นมาในราคาสูงอาจต้องทำใจตัดขาดทุน เนื่องจากข้อกำหนดราคารับซื้อของปตท. สำหรับผู้คัดค้านนั้นได้ใช้ราคาในวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งคงต่ำกว่าเพดานที่เสนอซื้อไว้ ส่วนราคาหลังจากนั้นก่อนที่จะควบรวมกันอาจปรับขึ้นได้บ้างแต่คงไม่หวือหวานัก
บริษัทที่เกิดใหม่จากการควบรวมระหว่าง NPC กับ TOC ในระยะสั้นคงยังไม่เห็นอะไรในเชิงที่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ในระยะยาวเมื่อการบริการจัดการทุกอย่างลงตัว สามารถลดต้นทุนการผลิตที่ซ้ำซ้อน น่าจะเป็นผลบวกต่อบริษัทแห่งนี้
ขณะนี้เรื่องการควบรวมคงไม่เป็นปัญหาในเรื่องภาษีการควบรวม เพราะครั้งนี้เป็นการควบระหว่าง TOC และ NPC รวมเป็น 1 บริษัท ไม่ได้เข้าไปควบกับ ปตท.จึงไม่ต้องมีภาระภาษีการควบรวมกิจการเหมือนการควบรวมกรณีอื่น
แน่นอนว่าการควบรวมกันในครั้งนี้ประโยชน์คงตกอยู่กับ ปตท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้นทุนธุรกิจที่ลดลงได้ย่อมส่งผลบวกต่อรายได้ของบริษัทใหม่ ที่จะส่งต่อมายังผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 อย่างปูนซิเมนต์ไทย ได้ประโยชน์จากต้นทุนในการเก็บหุ้น NPC ที่ต้นทุนค่อนข้างต่ำ แม้จะมีธุรกิจด้านปิโตรเคมีอยู่แล้ว หากปูนใหญ่ยังถืออยู่ในบริษัทที่จะเกิดขึ้นใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะอย่างน้อยก็เป็นการทราบความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมนี้ไปในตัว
หากปูนใหญ่ต้องการรุกธุรกิจปิโตรเคมีของตนเองอย่างเต็มตัวแล้วขายหุ้นในบริษัทนี้ออกไปทั้งหมดคงได้กำไรอย่างงาม ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มี เห็นได้จากความเห็นที่มีต่อการควบรวม NPC กับ TOC ว่าปัจจุบันยังคงนโยบายถือหุ้นในบริษัทที่เกิดจากการควบรวม แต่ในอนาคตคงเป็นเรื่องของการตัดสินใจของผู้บริหารปูนซิเมนต์ไทย อีกทั้งที่ผ่านมาเพิ่งเข้าไปลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีนในประเทศอิหร่านร่วมกับ NPC
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|