เฮดจ์ฟันด์สหรัฐฯบุกเอเชียกันใหญ่


ผู้จัดการรายสัปดาห์(11 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์สหรัฐฯจำนวนเพิ่มมากขึ้น กำลังออกตั้งหลักแหล่งในต่างแดน โดยเฉพาะแถบเอเชีย ในช่วงที่อุตสาหกรรมเฮดจ์ฟันด์ซึ่งกำลังเติบโตเต็มที่แล้ว มีการแผ่ขยายตัวออกสู่ทั่วโลกมากขึ้น อีกทั้งมองหาโอกาสนอกหนือจากตลาดอเมริกา เพื่อพยายามเพิ่มผลตอบแทนซึ่งกำลังเรียวเล็กลง ตามรายงานของสมาชิกในแวดวงนี้หลายคนระบุว่า วาณิชธนกิจ แบร์ สเติร์นส์ กำลังวางแผนเปิดกองทุนมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในบรรดาเฮดจ์ฟันด์ซึ่งชำนาญพิเศษในตลาดเอเชีย โดยจะจัดสรรเงินกว่าครึ่งหนึ่งเข้าไปในญี่ปุ่น และก็เล็งเป้าที่จีนกับอินเดียด้วย หรือตอนสิ้นเดือนที่แล้ว เทรมองต์ แคปิตอล กองทุนใหญ่ที่มุ่งลงทุนในกองทุนอื่นๆ โดยมีเงินอยู่ในพอร์ตบริหารถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นรายล่าสุดที่ประกาศว่าจะเปิดออฟฟิศในฮ่องกง เพื่อให้บริการแก่ตลาดในย่านริมแปซิฟิกซึ่งกำลังเติบโต

โวยจัดช่องแคบมะละกาเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง

รัฐบาลสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งพวกเจ้าของเรือพาณิชย์ในภูมิภาคแถบนี้ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการร่วมด้านสงคราม (เจดับเบิลยูซี) แห่งสมาคมตลาดของลอยด์ส ที่เป็นกลุ่มอันเดอร์ไรเตอร์ประกันภัยทางทะเลในกรุงลอนดอน ภายหลังเจดับเบิลยูซีประกาศจัดให้ช่องแคบมะละกาเป็นพื้นที่ "ความเสี่ยงสูง" อันจะทำให้บรรดาเรือพาณิชย์ซึ่งแล่นผ่านช่องทางน้ำสำคัญของโลกแห่งนี้ถึงปีละ 50,000 ลำ ต้องเสียค่าเบี้ยประกันภัยแพงขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลประเทศทั้งสามที่ร่วมกันเป็นเจ้าของอธิปไตยเหนือช่องแคบมะละกา ตลอดจนสมาคมการเดินเรือสิงคโปร์ และสมาคมเจ้าของเรือฮ่องกง เป็นต้น โวยเจดับเบิลยูซีว่า จัดชั้นให้ช่องแคบมะละกาโดยฟังเพียงรายงานการประเมินของ เอจิส ดีเฟนซ์ เซอร์วิเซส บริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ในอังกฤษ เพียงเจ้าเดียว ขณะที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว จำนวนการโจมตีของโจรสลัดในช่องแคบมะละกาปีนี้ลดน้อยลงแล้วด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับพวกอัลกออิดะห์

สอบสวนข้อกล่าวหาเมอร์ซิเดสเบนซ์ติดสินบน

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯกำลังติดตามสอบสวนข้อกล่าวหาซึ่งเป็นความผิดอาญา ที่ว่ากิจการเมอร์ซิเดส ของบริษัทเดมเลอร์ไครสเลอร์ เอจี ได้จ่ายเงินสินบนในประเทศต่างๆ อย่างน้อยสิบกว่าแห่ง โดยที่พวกผู้บริหารอาวุโสของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมัน-อเมริกันแห่งนี้อาจจะมีส่วนรู้เห็น ขณะเดียวกันก็มีข่าวจากผู้ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า เจ้าหน้าที่รับผิดชอบของรัฐบาลกลางเยอรมนีได้เข้าร่วมสอบสวนเรื่องนี้ด้วย ภายหลังการฆ่าตัวตายของกรรมการผู้จัดการโรงงานของบริษัทแห่งนี้ประจำไนจีเรีย โดยทิ้งจดหมายลาตายพูดถึงการสอบสวนเรื่องติดสินบน การถูกติดตามสอบสวนคราวนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่เดมเลอร์ไครสเลอร์กำลังประสบความลำบากมาก เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา ซีอีโอ เจอร์เกน ชเรมป์ ออกมาประกาศอย่างไม่มีสัญญาณล่วงหน้ามาก่อนว่า จะเกษียณออกจากบริษัทในสิ้นปีนี้ ก่อนหน้าสัญญาจ้างของเขาจะหมดอายุในเดือนเมษายน 2008 โดยที่ผลประกอบการในช่วงหลังๆ มานี้ไม่สู้ดีนัก แถมยังประสบปัญหาอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

แบงก์ชาติอังกฤษลดดอกเบี้ย

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ประกาศวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม ลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตนลงมา 0.25% เหลือ 4.5% นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยธนาคารให้เหตุผลอธิบายว่า ความเสี่ยงของการเกิดเงินเฟ้ออัตราสูงมีลดน้อยลง ภายหลังจากอัตราเติบโตของเศรษฐกิจในครึ่งแรกปีนี้ หล่นวูบมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี สืบเนื่องจากผู้บริโภคชะงักการใช้จ่าย อีกทั้งการลงทุนของภาคธุรกิจก็ขยายตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม คำแถลงของแบงก์ชาติอังกฤษแสดงท่าทีว่า น่าจะยังไม่มีการขยับลดดอกเบี้ยอีกรอบหนึ่งในเร็วๆ นี้ ซึ่งตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเคยคาดหมาย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.