|

บอดี้เชพชะลอแผนบุกต่างประเทศเหตุหมอเลี้ยบคว้าไมค์โฆษกรัฐบาล
ผู้จัดการรายวัน(15 สิงหาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
บอดี้เชพปรับกลยุทธ์หลังหมอเลี้ยบรับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล เผยแผนธุรกิจอาจชะลอช้าลง ทั้งแผนรุกตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ แต่ยังมั่นใจสิ้นปีนั่งแท่นผู้นำตลาดลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน ล่าสุดเดินหน้าจัดแคมเปญใหญ่แห่งปีหวังกระตุ้นยอดขายโต 40% ส่วนภาวะเศรษฐกิจกระทบ ภาพรวมธุรกิจน้อยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ยังห่วงสวย
นางปราณี สืบวงศ์ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า แผน การดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ของบริษัทฯ อาจต้องมีการ ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ในบางส่วนหรือบางโครงการที่เตรียมไว้อาจต้องเลื่อนช้าออกไป อาทิ กลยุทธ์บอดี้เชพ เรฟโวลูชั่น ปฏิบัติการลับ 3...4...5 ที่ประกาศตัวไปเมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมา รวมถึงแผน รุกตลาดต่างประเทศในปีนี้อาจจะต้องเลื่อนช้ากว่ากำหนดเดิม
เนื่องจากเดิมทีนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานที่ปรึกษาของบริษัทฯจะเข้ามาดำเนินธุรกิจของบอดี้เชพอย่างเต็มที่ ทั้งการวางแผน การวางกลยุทธ์ และการดำเนินงาน แต่ล่าสุดนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้แผนการดำเนินธุรกิจในบางส่วนของบอดี้เชพอาจต้องชะลอช้าลงไปบ้าง
ทั้งนี้ สำหรับแผนของบอดี้เชพที่ประกาศไว้โดย นายแพทย์สุรพงษ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ บอดี้เชพ เรฟโวลูชั่น ปฏิบัติการลับ 3...4...5 ซึ่งความหมาย ของเลข 3 หมายถึง เป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ การขึ้นเป็นผู้นำตลาดลดน้ำหนัก การเป็นผู้นำนวัตกรรมใหม่ การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ เช่น การ ขายผลิตภัณฑ์ของบอดี้เชพในประเทศแถบเอเชีย หรือการเป็นที่ปรึกษาธุรกิจทางด้านสปาให้กับต่างประเทศ เป็นต้น
เลข 4 หมายถึง ยุทธศาสตร์ 4 ประการ อาทิ การเจาะกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เอบวกถึงซี การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ในช่องทางใหม่ๆ การตั้งสถาบันที่ผลิตบุคลากรทางด้านนี้ออกมาสู่ตลาด หรือ การร่วมมือกับพันธมิตร
และเลข 5 หมายถึง จำนวนแบรนด์ 5 แบรนด์ ซึ่งปัจจุบันบอดี้เชพมี 3 แบรนด์ ประกอบด้วย บอดี้เชพ,ปราณลีสปา และคริสตี้ฟรองซ์ ส่วนอีก 2 แบรนด์ใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปีนี้ คือ "เอ็กซ์-คลูเซีย บอดี้เชพ" ศูนย์ลดน้ำหนักครบวงจรที่เจาะกลุ่มระดับบนเปิดในสยามพารากอน ส่วนอีกแบรนด์ เตรียมเจาะกลุ่มตลาดล่าง โดยจะเป็นในส่วนของผลิต ภัณฑ์ของบอดี้เชพที่จะมีการวางขายในตลาดทั่วไปและตลาดต่างประเทศ
ส่วนความคืบหน้าล่าสุด บอดี้เชพทุ่มงบทางการ ตลาดกว่า 15 ล้านบาทจัดแคมเปญใหญ่ของปีนี้ "มิสซิสบอดี้เชพ" เพื่อเจาะกลุ่มผู้หญิงหรือคุณแม่ที่มี ลูกแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะเจอปัจจัยลบต่างๆ ทั้งสภาพเศรษฐกิจ, น้ำมันขึ้นราคา และการที่ขาดบุคลา-กรในการบริหารงานก็ตาม แต่บอดี้เชพยังมั่นใจว่าสิ้น ปีนี้จะยังคงนั่งแท่นผู้นำตลาดลดน้ำหนักและกระชับ สัดส่วนได้จากการจัดกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ อย่าง ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบอดี้เชพมีส่วนแบ่งตลาด 39% รองลงมาเป็นมารีฟรานซ์ 35% และฟิลิป เวน 11%
ส่วนสถานการณ์ของตลาดลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนในปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรง โดย เฉพาะจาก 2 ยักษ์ใหญ่อย่างมารีฟรานซ์ที่มาจาก สวิตเซอร์แลนด์ จะเน้นกลยุทธ์การทำตลาดที่แตกต่างจากบอดี้เชพ โดยจะชูเรื่องพรีเซ็นเตอร์ที่มีชื่อเสียง และใช้บริการจริงเป็นจุดขาย ล่าสุดยังเพิ่มงบทาง การตลาดอีก 15% จากเดิมที่ตั้งงบปีนี้ไว้ 20 ล้านบาท เพื่ออัดแคมเปญและกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องทั้งปี
ขณะที่บอดี้เชพกลับมองตรงกันข้ามกับมารีฟรานซ์ในเรื่องของพรีเซ็นเตอร์ เนื่องจากเวลานี้ แบรนด์บอดี้เชพติดตลาดแล้ว ดังนั้น การใช้พรีเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องเสริมมากกว่าเป็นตัวหลักในการ ทำตลาด ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดของบอดี้เชพเวลานี้ เน้นไปที่การจัดกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์และแคมเปญต่างๆ เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าการ สื่อโฆษณาแบบอะโบฟ เดอะไลน์
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจ ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจลดน้ำหนักและสัดส่วนเล็กน้อยในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจจะชะลอตัวลง แต่เรื่องความสวยความงามสำหรับผู้หญิงแล้ว ยังถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นสิ่งที่ผู้หญิงกล้าที่จะใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|