พีน่าเฮาส์ทุ่ม100ล.รุกอินเตอร์แบรนด์เล็งอีก4แบรนด์ปีหน้า-คว้าสิทธิ์เอคโค


ผู้จัดการรายวัน(9 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

พีน่า เฮาส์ วางแผนใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทรุกหนักเสื้อผ้าอินเตอร์แบรนด์ปีหน้า ทั้งขยายจุดจำหน่าย ซื้อลิขสิทธิ์ใหม่อีก 3-4 แบรนด์ หวังขยับสัดส่วนรายได้อินเตอร์แบรนด์เป็น 30% รับตลาดที่เริ่มแข่งขันรุนแรง

นายบุญมา วรรณานิภายน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ บริษัท พีน่า เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯตั้งงบประมาณลงทุนสำหรับสินค้าแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์ไว้ประมาณ 100 ล้านบาท ในการขยายสาขารีเทลชอปทุกรูปแบบและ ทุกแบรนด์ที่ได้รับลิขสิทธิ์ รวมทั้งแผนนำเข้าแบรนด์ ใหม่อีกประมาณ 3-4 แบรนด์ ซึ่งจะขยายไปสู่เสื้อผ้า ในรูปแบบอื่นบ้างเช่น สไตล์ลำลอง ทำงาน เป็นต้น

"การทำตลาดจัดจำหน่ายเสื้อผ้าอินเตอร์ แบรนด์นั้นถ้าเทียบมาร์จิ้นต่อยูนิตกับโลคอล แบรนด์แล้ว ของอินเตอร์แบรนด์ จะสูงกว่า 20% แต่ว่าก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆมากเหมือนกัน ขณะที่ โลคอลแบรนด์ของเราเองนั้นแม้ว่าต่อยูนิตจะน้อยกว่า แต่ก็อาศัยขายจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเสื้อผ้าโลคอลแบรนด์ของเราเองเติบโต 15% จากที่มีประมาณ 5-6 แบรนด์"

ปัจจุบันบริษัทฯมีสินค้าเสื้อผ้าที่ได้รับลิขสิทธิ์ ในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายหลายแบรนด์ เช่น ไนกี้วีเมน นาฟนาฟ เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ วอนดัทช์ โพนี่ ส่วนลิขสิทธิ์ผลิตและจัดจำหน่ายคือ วอร์เนอร์ บราเธอร์ ส่วนผลิตและจำหน่ายรองเท้าคือ ดีเซลและนอติก้า โดยทำรายได้ในสัดส่วน 15% จาก รายได้รวมกว่า 2,000 ล้านบาท และคาดว่าใน อนาคตจะขยับขึ้นเป็น 30% จากการปรับตัวของบริษัทที่จะขยายตลาดอินเตอร์แบรนด์มากขึ้นเพื่อรองรับกับการแข่งขัน

โดยแผนเปิดสาขาใหม่ของแต่ละแบรนด์ เช่น แบรนด์นาฟนาฟเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชอปอินชอปที่สยามพารากอนและคอร์เนอร์ที่ ดิเอ็มโพเรียม แบรนด์เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอจะเปิดสาขาแรกที่สยามเซ็นเตอร์ จากนั้นจะเปิดต่อที่สยาม พารากอน ดิเอ็มโพเรียม

ล่าสุดคือการนำเข้า แบรนด์ เอคโค อันลิมิเต็ด (ecko unltd) สไตล์ฮิปฮอปจากอเมริกาเข้ามาทำตลาด จับกลุ่มเป้าหมายหลักผู้ชายผู้หญิง วัยรุ่นอายุ 15-25 ปี ระดับบีบวกขึ้นไป ที่ชื่นชอบการแต่งตัว สไตล์ฮิปฮอป กลุ่มเป้าหมายรองคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักแบรนด์นี้ดีอยู่แล้ว ระดับราคาเฉลี่ย 950-3,000 บาท

เนื่องจากตลาดแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์จะแข่งขันกันรุนแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี้ที่สยาม พารากอนจะเปิดบริการจะมีอินเตอร์แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อีกทั้งสินค้าของบริษัทฯนั้นในบางส่วนราคาจะใกล้เคียงกับต่างประเทศหรือ ถูกกว่า จึงทำให้นักท่องเที่ยว สามารถจับจ่ายใช้สอย ได้สะดวกขึ้น ยอมรับว่าลูกค้าเกือบ 40% ของ เอคโคนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา

ขณะนี้มีจุดจำหน่ายของเอคโคที่เปิดแล้วคือ รูปแบบเคาน์เตอร์ 2 แห่งที่อาคารเออร์เบิล 22 สยาม สแควร์ซอย2และที่เดอะมอลล์บางกะปิ และรูปแบบ ชอปอินชอปที่สยามเซ็นเตอร์ชั้น 4 ลงทุน 2 ล้านกว่า บาท โดยแผนการเปิดจุดขายจากนี้คือ เคาน์เตอร์ที่ดิเอ็มโพเรียมและชอปอินชอปที่สยามพารากอน และในปีหน้าวางเป้าหมายที่จะเปิดชอปอินชอปอีกให้ ครบ 4 สาขา สำหรับยอดขายของเอคโค อันลิมิเต็ด เฉพาะที่สาขาสยามเซ็นเตอร์นี้คาดว่าอยู่ที่ 1.5-2 ล้าน บาทต่อเดือนและปลายปีนี้น่าจะมีอัตราเติบโต 20% ของยอดขายที่วางไว้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.