ปลื้มรณรงค์ประหยัดพลังงานได้ผลยอดใช้เบนซินวูบคนแห่ใช้โซฮอล์เพิ่ม


ผู้จัดการรายวัน(10 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

กระทรวงพลังงานปลื้มรายงาน ครม.ยันแผน รณรงค์ประหยัดพลังงานได้ผลตามเป้าหมาย ก.ค.ยอดใช้น้ำมันและไฟฟ้าลดลง โดยคนไทยลดใช้เบนซิน ก.ค.ลงถึง 18.1% และหันไปพึ่งพาแก๊สโซฮอล์มากขึ้นหลังลอยตัวราคา ขณะที่ยอดใช้ไฟฟ้า ก.ค.หดตัวตาม 3.8%

นายไพจิตร เทียนไพฑูรย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้รายงานถึงภาวการณ์ใช้พลังงานของประเทศในเดือน ก.ค. 2548 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (9 ส.ค.2548) พบว่า ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินทั้งประเทศเดือน ก.ค.2548 ลดลงถึง 18.1% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา จากวันละ 21.4 ล้านลิตร เหลือวันละ 17.5 ล้านลิตร หรือลดลง 3.9 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ พบว่าประชาชนหันมาให้ความสนใจ ใช้มากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจากใน เดือน มิ.ย.2548 วันละ 1.42 ล้านลิตร เป็นใช้วันละ 1.65 ล้านลิตรในเดือน ก.ค.2548 หรือเพิ่มขึ้น 2.3 แสนลิตรต่อวัน ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล เดือน ก.ค.2548 ลดลงจากเดือน มิ.ย. 15.7% เหลือวันละ 46.8 ล้านลิตร หรือลดลง 8.7 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงได้ 196 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นการใช้ลดลงอย่างต่อเนื่องจากเดือน มิ.ย. 2548 ที่ลดลงจากเดือน พ.ค. 4.6% ส่วนการใช้ไฟฟ้าในเดือน ก.ค. ลดลงเหลือเดือนละ 10,125 ล้านหน่วย จากเดือน มิ.ย.ที่ใช้ 10,524 ล้านหน่วยหรือลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 1,073 ล้านบาท

ทั้งนี้ การใช้พลังงานที่ลดลงดังกล่าวสอดคล้องกับการรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงานตามแนวทางยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศได้ผลอย่างชัดเจน ประกอบกับเมื่อปล่อยให้ระบบราคาน้ำมันเข้าสู่ระบบลอยตัวเช่นเดิมนั้น ทำให้การ นำเข้าน้ำมันดิบเริ่มชะลอตัวลง โดย พบว่า ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเดือน มิ.ย.2548 ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา หรือลดลงจาก 918 พันบาร์เรลต่อวัน เหลือ 852 พันบาร์เรลต่อวัน หรือลดลง 66 พันบาร์เรลต่อวัน ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปีกระทรวงพลังงาน ยังได้ตั้งเป้าของการบริหารการนำเข้า น้ำมันดิบให้เหมาะสมยิ่งขึ้น


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.