การรุกครั้งใหม่ของ Jardine

โดย ฐิติเมธ โภคชัย
นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

การรุกคืบครั้งใหม่และตรงเป้าหมายที่สุดของ กลุ่มบริษัทจาร์ดีน เมทเธอสัน คือการพยายามเป็นผู้นำ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับทุกตลาด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มจาร์ดีน เมทเธอสัน (Jardine Matheson Group) บริษัทเทรดดิ้งแห่งฮ่องกงหนึ่งในบริษัทที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ภายหลังอังกฤษคืนเกาะให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ประกาศกำหนดยุทธศาสตร์ของการกระจายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เริ่มต้นด้วยการใช้เงินสดจำนวน 232 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 404.7 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในการเข้าซื้อหุ้นในธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ และธุรกิจพัฒนาอสังหา ริมทรัพย์ที่มีฐานในสิงคโปร์ Cycle & Carriage

Jardine Strategic Holding หนึ่งในบริษัทสองแห่งที่บริหารงานโดยครอบครัว Keswick ซึ่งในอดีตช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านค้าขายฝิ่นพร้อม กับการบริหารท่าเทียบเรือแห่งแคนตันและฮ่องกง และกลยุทธ์การเข้าลงทุนในธุรกิจอื่นถือเป็นเรื่องปกติ และในอนาคตพวกเขาต้องใช้เงินอีก 242 ล้านเหรียญสิงคโปร์เพื่อแลกกับการถือหุ้นของ Cycle & Carriage อีก 21% เมื่อรวมกับอดีตจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 50.2%

นอกจากนี้ยังต้องใช้เงินสดอีก 162.7 ล้านเหรียญสิงคโปร์เพื่อแลกกับการถือหุ้นจำนวน 40.29% ใน CML Land บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซียที่ซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งของ Cycle & Carriage โดย Jardine Strategic ซื้อหุ้นต่อจากผู้ถือหุ้นเดิม Edaran Ootomobil Nasional (EON)

"พวกเราหวังว่าดีลนี้จะประสบความสำเร็จจากการสนับสนุนของผู้ถือหุ้น ใน EON" Neil McNamara โฆษกของ Jardine Strategic กล่าว ซึ่งเขามั่นใจว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของ EON ทั้ง 3 แห่งทั้ง DRB-Hicom, Kualapura และ Rin Kei Mei จะให้การสนับสนุนสำหรับการขายหุ้นครั้งนี้

"มันเป็นช่วงเวลาที่ดีทางด้านการลงทุน" Saleh Sulong ประธาน EON ชี้ "แต่สำหรับพวกเราไม่ใช่ช่วงแห่งการหาผลกำไรดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ต้องถอย"

Cycle & Carriage คือ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังขยายการดำเนินธุรกิจไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังถือหุ้น 31.2% ใน PT Astra International ยักษ์ใหญ่ด้านชิ้นส่วนยานยนต์ในอินโดนีเซีย อีกทั้งบริษัทดังกล่าวและ CML Land ยังมีกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซียอีกด้วย

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในลักษณ์ดังกล่าวของกลุ่มจาร์ดีน เมทเธอสัน ประสบความสำเร็จนับตั้งแต่การผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเมืองและเศรษฐกิจฮ่องกงช่วงทศวรรษที่ 1990 นโยบายนี้เริ่มจากการขยายตัวไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ตระกูล Keswick ดำเนินงานและควบคุมกิจการผ่านบริษัทสองแห่ง ได้แก่ Jardine Strategic และ Jardine Matheson Holdings จดทะเบียนในตลาดหุ้นลอนดอนและสิงคโปร์โดยมีธุรกิจหลักอยู่ที่อสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนจำหน่าย และโรงแรม

กลุ่มบริษัทจาร์ดีนก่อตั้งขึ้นในแคนตัน ปี 1832 โดย Scott William Jardine และ James Matherson และหลังจากบริษัท East India ล้มเหลวจากการผูกขาดการค้าขายกับจีน Matherson จึงเริ่มต้นการส่งชาไปจำหน่ายยังอังกฤษใน ปี 1834 อีก 2 ปีถัดมาได้จัดตั้งบริษัทขึ้นในเกาะฮ่องกง

ปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจรายย่อย ฟาสต์ฟูดส์ ร้านสะดวกซื้อ ดีลเลอร์ โรงแรม ธนาคารและสถาบันการเงิน หรือชิปปิ้ง ที่สำคัญยังมีกิจการมากมายในจีนแผ่นดินใหญ่และทั่วเอเชีย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.