|

ศก.ซบตลาดบ้านใหม่ชะลอโฮมโปรปรับแผนเจาะลูกค้าบ้านเก่า
ผู้จัดการรายวัน(9 สิงหาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลาดบ้านใหม่ชะลอ "โฮมโปร" ปรับแผนลุยลูกค้าซ่อมบ้านเก่า พร้อมให้บริการ Design & Installation Center ซึ่งรับบริการออกแบบ และติดตั้งสินค้าเกี่ยวกับบ้านครบวงจร แจงปี 49 ตั้งงบลงทุน 1,500 ล้านบาท เปิดสาขาเพิ่มอีก 6 แห่ง ย้ำสิ้นปีสร้างยอดขายตามเป้า 12,000 ล้านบาท
นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากภาวะการชะลอตัวของ เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าส่งผล ให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังลดลง ดังนั้นบริษัทจึงเตรียม กลยุทธ์ทางการตลาดแบบเข้าถึงลูกค้า มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบ้านเก่า ที่ต้องการปรับปรุง ซ่อมแซมบ้าน
ทั้งนี้ในภาวะที่ค่าใช้จ่ายของ ผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นการซื้อบ้านใหม่ลดลง คนที่มีบ้านอยู่แล้วจะหันมาปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านใหม่ โดยสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าของโครงการในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นลูกค้าบ้านใหม่ 70% อีก 30% เป็นลูกค้าบ้าน เก่า แต่ในปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าได้ เปลี่ยนไปเป็น 50 : 50 ซึ่งหากพิจารณา จากการขยายตัวของตลาดอสังหา- ริมทรัพย์แล้วมีแนวโน้มชะลอตัว และไม่สามารถระบุได้ว่าจะชะลอตัวไปอีกมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมเปิดให้บริการ Design & Installation Center ซึ่งรับบริการออกแบบและติดตั้งสินค้าเกี่ยวกับบ้านครบวงจรหรือที่เรียกว่า One Stop Home Service โดยจะมีทีมงานให้คำแนะนำ และออกแบบตกแต่งบ้าน รวมถึงการ ปรับปรุงซ่อมแซม โดยไม่คิดค่าบริการ หากซื้อสินค้าที่โฮมโปร อีกทั้ง มีบริการ จัดส่งสินค้า (Free Delivery) บริการ สั่งซื้อสินค้าและผลิตสินค้าพิเศษ (Special Order)
นายคุณวุฒิ กล่าวต่อว่า ที่ ผ่านมาขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าของ โฮมโปรมีความล่าช้า เมื่อเทียบกับการ ซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เกตทั่วๆไป เนื่องจากมีขั้นตอนของการส่งสินค้า รวมถึงการติดตั้ง ดังนั้นจะต้องถามลูกค้าอย่างละเอียดถึงเส้นทาง และสถานที่ติดตั้งว่ามีความพร้อมที่จะ ติดตั้งได้หรือไม่ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบให้มีความรวดเร็วขึ้น
สำหรับการให้บริการในด้านอื่นๆ อาทิ บริการสินเชื่อเงินผ่อน Lone improvement ร่วมกับ จีอี แคปปิ-ตอล วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตรา ดอกเบี้ย 3-6% ระยะเวลากู้ 3-5 ปี เพื่อ เพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า อย่างไร ก็ตามหากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดให้บริการ บริษัทก็มีแผนที่จะจับมือร่วมให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าของ โฮมโปรด้วยเช่นกัน
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนของ ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น บริษัทได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากมีสินค้าเพียง 15% ของยอดขายที่ต้องจัดส่ง ซึ่งการจัดส่งได้สัมปทานกับบริษัทส่งสินค้าเป็นรายปี และมีข้อตกลงว่าราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 10% สามารถขึ้นราคากับบริษัทได้ไม่เกิน 3.5% เท่านั้น ส่วนสาขาที่หาดใหญ่ นั้น ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบทำให้ยอดขายในสาขาดังกล่าวลดลง 18% ซึ่งยอดขายของสาขาดังกล่าวเป็นเพียง 3% ของยอดขายทั้งหมด
"ตอนนี้ซัปพลายมากกว่าดีมานด์ การแข่งขันสูง ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้ เพราะหากปรับขึ้นสูงกว่าคู่แข่งการขายจะยากขึ้น ตาม แต่หากราคาต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นมากผู้ประกอบการอาจปรับราคาขึ้นอีก เล็กน้อยไม่เกิน 5-7% แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะยังคงยืนราคาเดิม เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการตั้งราคาสินค้าขายไว้สูง แล้วให้เป็นส่วนลด เดิมลด 20% เดี๋ยว นี้อาจจะลดแค่ 18% ซึ่งถือว่าช่วยๆกัน" นายคุณวุฒิกล่าว
ปัจจุบันโฮมโปรได้เปิดให้บริการ แล้ว 18 สาขา และจะเปิดอีก 2 สาขาได้แก่ สาขาราชพฤกษ์ และสาขาบางนา ในเดือนพ.ย.นี้ ทำให้ภายในปี 2548 บริษัทมีพื้นที่ทั้งหมด 121,700 ล้านตารางเมตร โดยใช้เม็ดเงินลงทุนไปแล้ว 2,600 ล้านบาท และในปี 2549 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา ได้แก่ หัวหิน, สมุย, รามอินทรา, หนองแขม และสาขาต่างจังหวัดอีก 2 แห่ง คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนอีกประมาณ 1,500 ล้านบาท
สำหรับโฮมโปรราชพฤกษ์ ซึ่งจะเป็นสาขาที่ 19 ซึ่งมีจุดที่ตั้งบริเวณพระราม 5 ถนนราชพฤกษ์ ใกล้กับวงเวียนราชพฤกษ์-นครอินทร์ มีขนาด พื้นที่รวม 13 ไร่ ใช้งบประมาณในการ ก่อสร้างและตกแต่งรวม 350 ล้านบาท เป็นรูปแบบสแตนด์อะโลน (Stand Alone) เพื่อรองรับลูกค้าระดับบนในย่านราชพฤกษ์ ซึ่งมีหมู่บ้านในกลุ่มบีบวกถึงเอ รวมถึงย่านปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลัง ซื้อค่อนข้างสูง ทั้งนี้บริษัทกำหนดจัดงานฉลองเปิดบริการในวันเสาร์ที่ 20 ส.ค.นี้
ด้านผลการดำเนินงาน งวด 6 เดือน ของปี 2548 บริษัทฯ มีผลกำไร สุทธิเท่ากับ 216.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.84 ล้านบาท หรือ 29.82% เมื่อเทียบ กับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักเป็นดังนี้
1. ยอดขาย สำหรับงวด 6 เดือน มีจำนวน 5,984.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของ ปี 2547 จำนวน 1,384.86 ล้านบาท หรือ 30.11% ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มขึ้น ของยอดขาย ในสาขาเดิมเท่ากับ 15.06% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของ ปี 2547 ส่วนที่เหลือเกิดจากการเปิดสาขาใหม่และอื่นๆ ทำให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น เป็นจำนวนเงิน 1,284.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของ ปีก่อน 334.74 ล้านบาท หรือ 35.25% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย เท่ากับ 21.46%
2. รายได้อื่นประจำงวด 6 เดือน มีจำนวน 147.00 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจาก งวดเดียวกันของปี 2547 จำนวน 58.77 ล้านบาท หรือ 66.61% เป็นผลเนื่อง จากรายได้ค่าโฆษณา รายได้ค่าเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าบริการ 3.ค่าใช้จ่าย ในการขายและการบริหารประจำงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2548 มีจำนวน 1,095.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2547 จำนวน 297.25 ล้านบาท หรือ 37.22% อย่างไร ก็ตาม ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็น 18.31% ของยอดขาย เป็นผลเนื่องจากค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน Home-pro Expo
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของปีนี้ไว้ที่ 28% จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 9,800 ล้านบาท หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าใช้ช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือบริษัทจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย ดังกล่าวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการซื้อเฉลี่ย ของลูกค้าต่อ 1 บิลสินค้าประมาณ 2,446 บาท ซึ่งใน 1 ปีจะมีบิลสินค้าประมาณ 5 ล้านบิล โดยในปีนี้บิรษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการซื้อของลูกค้าอีก 50 บาทต่อ 1 บิล
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|