|

สรรพสามิตหวั่นเหล้านอกตีตลาดค้านเก็บภาษีอิงปริมาณแอลกอฮอล์
ผู้จัดการรายวัน(5 สิงหาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
"อธิบดีสรรพสามิต" ยันไม่เก็บภาษีสุราตามปริมาณแอลกอฮอล์อย่างเดียวแน่ เพราะทำให้ราคาเหล้าต่างประเทศต่ำลงมหาศาล ขณะที่ราคาเหล้าไทยระดับล่างขึ้นสูงมาก ส่งผลเหล้านอกแย่งมาร์เกตแชร์เพิ่ม ระบุ 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียเม็ดเงินรายได้เป็นล้านล้านบาท พร้อมเผยผลแล็บพิสูจน์คุณภาพเหล้าไทยไม่แพ้เหล้านอก ระบุสารอันตราย 20 ประเภท มีเพียงประเภทเดียวที่เหล้าไทยมีส่วนผสมมากกว่า
นายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความ คืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ว่า ขณะนี้กรม สรรพสามิตกำลังศึกษาโครงสร้างภาษีสุราใหม่ ก่อนที่จะนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเป็นขั้น ต่อไป โดยเบื้องต้นได้ทำการตรวจ-สอบคุณภาพสุราไทยเปรียบเทียบ กับสุราต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเหล้า ไทยไม่ได้มีคุณภาพต่ำกว่าเหล้าจาก ต่างประเทศแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน จากผลการตรวจสอบสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจำนวน 20 ประเภทซึ่งเป็น ส่วนผสมในสุราไทยนั้น ปรากฏว่า เหล้าต่างประเทศมีส่วนผสมของสารอันตรายสูงกว่าสุราไทยถึง 19 ประเภท เช่น สารที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ สารที่ทำให้ท้องร่วง สารที่มีผลทำให้ตาบอด หรือสารที่มีผลต่อลำไส้ เป็นต้น ขณะที่มีสาร เพียงประเภทเดียวเท่านั้นที่สุราไทย มีส่วนผสมสูงกว่า คือ สารที่มีผลทำให้มึนศีรษะและคันคอ แต่ยังอยู่ในระบบมาตรฐานสากล
"การที่ชาวต่างประเทศออกมา ระบุว่าเหล้าไทยไม่มีคุณภาพ ทำให้ กระแสข่าวในระยะที่ผ่านมาเป็นไป ในทำนองว่า โครงสร้างการจัดเก็บภาษีของไทยไม่ถูกต้อง เพราะควรจัดเก็บเพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มสุราที่มีคุณภาพ โดยเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ แต่ผลจากการตรวจสอบจากห้องทดลองแสดงให้ เห็นว่า เหล้าไทยไม่ได้มีคุณภาพต่ำกว่า รวมทั้งยังมีมาตรฐานระดับสากล ดังนั้น ปรัชญาที่ว่าใครบริโภค เหล้าราคาแพงก็ควรเสียภาษีสูงจึง เป็นปรัชญาที่ถูกต้อง" นายอุทิศกล่าว
นายอุทิศกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ โดยเก็บจากปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว จะทำให้สุราระดับพรีเมียม จากต่างประเทศราคาลดลงอย่างมหาศาล ขณะที่สุราระดับรองลงมา ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และสุราไทยระดับล่างจะมีราคาเพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งจะทำให้คนที่ดื่มสุราอยู่แล้ว หันมาดื่มสุราต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ประเทศต้องสูญเสียเม็ดเงินให้กับต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสูญเสียเม็ดเงินเป็นล้านล้านบาทในการนำเข้าสุราต่างประเทศ และหากย้อนดูสถิติสัดส่วนทางการตลาดของสุราไทย และสุราต่างประเทศ จะเห็นว่า สุราต่างประเทศได้เข้ามารุกตลาดไทยมากขึ้น โดยเพิ่มจาก 2% ในปี 2538 มาอยู่ที่ 19-20% ในปี 2547 ขณะที่สัดส่วนของเหล้าไทยลดลงจาก 98% ในปี 2538 มาอยู่ที่ประมาณ 80% ในปี 2548 แสดงให้เห็นว่า สุราต่างประเทศมีแนวโน้ม เข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น
สรรพสามิตหวั่นเหล้านอกตีตลาดค้านเก็บภาษีอิงปริมาณแอลกอฮอล์ "อธิบดีสรรพสามิต" ยันไม่เก็บภาษีสุราตามปริมาณแอลกอฮอล์อย่างเดียวแน่ เพราะทำให้ราคาเหล้าต่างประเทศต่ำลงมหาศาล ขณะที่ราคาเหล้าไทยระดับล่างขึ้นสูงมาก ส่งผลเหล้านอกแย่งมาร์เกตแชร์เพิ่ม ระบุ 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียเม็ดเงินรายได้เป็นล้านล้านบาท พร้อมเผยผลแล็บพิสูจน์คุณภาพเหล้าไทยไม่แพ้เหล้านอก ระบุสารอันตราย 20 ประเภท มีเพียงประเภทเดียวที่เหล้าไทยมีส่วนผสมมากกว่า
นายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความ คืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ว่า ขณะนี้กรม สรรพสามิตกำลังศึกษาโครงสร้างภาษีสุราใหม่ ก่อนที่จะนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเป็นขั้น ต่อไป โดยเบื้องต้นได้ทำการตรวจ-สอบคุณภาพสุราไทยเปรียบเทียบ กับสุราต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเหล้า ไทยไม่ได้มีคุณภาพต่ำกว่าเหล้าจาก ต่างประเทศแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน จากผลการตรวจสอบสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจำนวน 20 ประเภทซึ่งเป็น ส่วนผสมในสุราไทยนั้น ปรากฏว่า เหล้าต่างประเทศมีส่วนผสมของสารอันตรายสูงกว่าสุราไทยถึง 19 ประเภท เช่น สารที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ สารที่ทำให้ท้องร่วง สารที่มีผลทำให้ตาบอด หรือสารที่มีผลต่อลำไส้ เป็นต้น ขณะที่มีสาร เพียงประเภทเดียวเท่านั้นที่สุราไทย มีส่วนผสมสูงกว่า คือ สารที่มีผลทำให้มึนศีรษะและคันคอ แต่ยังอยู่ในระบบมาตรฐานสากล
"การที่ชาวต่างประเทศออกมา ระบุว่าเหล้าไทยไม่มีคุณภาพ ทำให้ กระแสข่าวในระยะที่ผ่านมาเป็นไป ในทำนองว่า โครงสร้างการจัดเก็บภาษีของไทยไม่ถูกต้อง เพราะควรจัดเก็บเพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มสุราที่มีคุณภาพ โดยเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ แต่ผลจากการตรวจสอบจากห้องทดลองแสดงให้ เห็นว่า เหล้าไทยไม่ได้มีคุณภาพต่ำกว่า รวมทั้งยังมีมาตรฐานระดับสากล ดังนั้น ปรัชญาที่ว่าใครบริโภค เหล้าราคาแพงก็ควรเสียภาษีสูงจึง เป็นปรัชญาที่ถูกต้อง" นายอุทิศกล่าว
นายอุทิศกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ โดยเก็บจากปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว จะทำให้สุราระดับพรีเมียม จากต่างประเทศราคาลดลงอย่างมหาศาล ขณะที่สุราระดับรองลงมา ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และสุราไทยระดับล่างจะมีราคาเพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งจะทำให้คนที่ดื่มสุราอยู่แล้ว หันมาดื่มสุราต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ประเทศต้องสูญเสียเม็ดเงินให้กับต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสูญเสียเม็ดเงินเป็นล้านล้านบาทในการนำเข้าสุราต่างประเทศ และหากย้อนดูสถิติสัดส่วนทางการตลาดของสุราไทย และสุราต่างประเทศ จะเห็นว่า สุราต่างประเทศได้เข้ามารุกตลาดไทยมากขึ้น โดยเพิ่มจาก 2% ในปี 2538 มาอยู่ที่ 19-20% ในปี 2547 ขณะที่สัดส่วนของเหล้าไทยลดลงจาก 98% ในปี 2538 มาอยู่ที่ประมาณ 80% ในปี 2548 แสดงให้เห็นว่า สุราต่างประเทศมีแนวโน้ม เข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|