วิชันใหม่ผู้บริหารอีซีส์เน้นภาพลักษณ์ตังเป้าสู่ผู้นำในธุรกิจอาหารสไตล์ยุโรป


ผู้จัดการรายวัน(20 สิงหาคม 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

หลังประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่อีซี่ส์ได้คนกันเอง "พัชราวดี หมื่นนิกร" นั่งในตำแหน่งรองประธานบริหาร ผู้บริหารใหม่วางทิศทางธุรกิจเตรียมพร้อมแตกตัวสู่แฟรนไชส์ หลังปรับโครงสร้างองค์กรลงตัว เผยวิชั่นต้องการสร้างอีซี่ส์ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารสไตล์ยุโรป อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด เป็นผู้จำหน่ายอาหารประเภทไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยมในประเทศไทยรายแรกซึ่งเป็นบริษัทใน เครือ Siam Steak Group ผู้บุกเบิกธุรกิจฟาสต์ฟูดในประเทศไทยมาเกือบ 30 ปี

อีซี่ส์เปิดให้บริการสาขาแรกที่ โรบินสัน สีลมเมื่อปี 2537 จนในปัจจุบันอีซี่ส์ ์มีสาขาที่ให้บริการรอบกรุงเทพมหานครรวม 12 สาขา ในรูปแบบของร้าน Fast Food และ Family Restaurant ที่เหมาะสำหรับคนครอบครัวทันสมัย โดยมีสินค้าที่เป็นจุดเด่นคือไส้กรอกสไตล์ยุโรป นานาชนิดเป็นร้านแรก

ในช่วงแรกของการเปิดตัว อีซี่ส์สร้างสีสันให้กับวงการได้อย่างมากด้วยรูปแบบของร้านและ สินค้าที่นำเสนอคือไส้กรอกที่ต้องยอมรับว่าเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคนั้น แต่ในช่วงหลังอีซี่ส์ดูเหมือนจะไม่มีการปรับเปลี่ยนการบริหารตลอดจนแนวนโยบายที่ฮือฮามากนัก

ล่าสุด อีซี่ส์ ประกาศปรับโครงสร้างใหม่ครั้งใหญ่ได้ พัชราวดี หมื่นนิกร เข้ามานั่งในตำแหน่งรองประธานบริหารงาน ดูแลงานส่วนการ ตลาด การปฏิบัติการสาขาและและแฟรนไชส์

พัชราวดี เดิมนั่งอยู่ในตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปอยู่ที่โรงภาพยนตร์ ไอแมกซ์ และหันมาสนใจธุรกิจของอีซี่ส์เพราะความเชื่อมั่นอีซี่ส์มีแบรนด์ดิ้งที่ดี ด้านการผลิตเป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน HACCP และ GMP ทั้งมีการเติบโตมากว่า 8 ปี ผนวกกับอยู่ในช่วงที่อีซี่ส์ต้องการขยายบทบาททางการตลาดอย่างมากอีกด้วย โดยหลังจากเข้ามานั่งในตำแหน่งผู้บริหารของอีซี่ส์แล้ว พัชราวดียังจะคงเป็นที่ปรึกษาให้กับไอแมกซ์อยู่

การได้พัชราวดีเข้ามานั่งในตำแหน่งรองประธานบริหารเป็นไปตามนโยบายปรับโครง สร้างการบริหารงานของอีซี่ส์ทั้งหมด โดยจะมีการ ดึงมืออาชีพในวงการเข้ามาเสริมทีมอีกมาก

"เราสร้างแบรนด์ให้คนอื่นมามากพอสมควรแล้ว เคยทำงานกับองค์กรต่างชาติมาแล้ว จึงอยากมาพัฒนาแบรนด์ที่เป็นของคนไทยดูบ้าง เพื่อให้เทียบเคียงกับอินเตอร์แบรนด์ให้ได้ โดยจะเอาศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่ในสายงานเดิมมาผนวกกับความรู้ใหม่ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนการบริหาร ของอีซี่ส์"

พัชราวดี กล่าวว่า ในการบริหารงานใหม่ที่อีซี่ส์กับที่ไอแมกซ์มีจุดเหมือนและจุดที่แตกต่างกันอยู่หลายจุด ที่เหมือนกันคือเป็นงานบริการเหมือนกันมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็น ผู้บริโภคเหมือนกัน ความแตกต่างอยู่ที่ตัวโปร-ดักส์ที่แตกต่างกัน ภาพยนตร์จะมีความหลากหลายเมื่อมีหนังใหม่เข้ามาก็เปลี่ยนไป แต่อีซี่ส์ตัวโปรดักส์จะเป็นตัวเดิมคือไส้กรอก การทำ การตลาดก็จำเป็นต้องพลิกแพลงนำเมนูใหม่ๆ เข้ามาปรับปรุงให้เข้ากับไส้กรอกซึ่งเป็นฟื้นฐานเดิมของสินค้าที่มีอยู่ เช่นนำมาทำแกง หรือจัดเซ็ทอาหารใหม่

"ในแง่การบริหารงานแล้วหากจะมองในแง่ กลยุทธ์ทางการตลาดแล้วทั้ง 2 แห่งมีความคล้าย คลึงกันในการเรียกลูกค้าเข้ามา ตลอดจนรักษาลูกค้าเก่า ไอแมกซ์เนื่องจากมีสาขาเดียวจึงจำเป็น ต้องหาลูกค้าเข้ามาอยู่ตลอดเวลา"

พัชราวดี กล่าวว่า หลังเข้านั่งในตำแหน่งผู้บริหารอีซี่ส์แล้ว จะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์จากการอยู่ที่ไอแมกซ์เดิมมาใช้โดยเฉพาะด้านคอนเนก ชั่นมาใช้กับอีซี่ส์ได้

ในส่วนแผนการปรับองค์กรของอีซี่ส์ที่วางไว้คือ จะมีขยายสาขาเพิ่มโดยเปิดอีก 1 สาขาที่เซ็นทรัลพระราม 2 ในเดือนธันวาคม นับเป็นร้าน ต้บแบบที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเปิดมาโดยทำเป็นร้านต้นแบบเพื่อการขยายตัวในรูปแบบแฟรนไชส์ต่อไป

"ที่ผ่านมามีคนสนใจโครงการแฟรนไชส์ของ เรามาก ในความเป็นจริงแล้วถ้าจะทำแฟรนไชส์ก็ทำได้นานแล้ว แต่เราไม่ทำเพราะเราต้องการให้มีความพร้อมเสียก่อนโดยมองจากผู้อื่นที่อยู่ธุรกิจ แฟรนไชส์นี้มาก่อนซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและไปไม่รอด โดยต้องการให้คนที่มาลงทุนกับอีซี่ส์แฮปปี้มากที่สุด "

พัชราวดี กล่าวว่าทุกวันนี้เราต้องการปรับ องค์กรเราให้มีความพร้อมรองรับการขยายตัวเสียก่อน ก่อนที่เข้าสู่รูปแบบแฟรนไชส์อีซี่ส์ขยาย ตัวในรูปแบบสาขารวม 12 แห่งคือที่เป็นร้านอาหาร 4 สาขา และฟาสต์ฟูด 8 สาขา ส่วนแฟรนไชส์จะใช้ร้านต้นแบบที่พระราม 2 เป็นตัวรองตลาดโดยคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่รูปแบบแฟรนไชส์ได้อย่าง จริงจังประมาณต้นปีหน้า

กับตำแหน่างใหม่ในอีซี่ส์พัชราวดีวางแนว ทางธุรกิจไว้ว่า อีซี่ส์จะไม่เป็นผู้ทำตลาดไส้กรอก อย่างเดียวแต่จะมีสินค้าอย่างอื่นรวมอยู่ด้วย โดยตั้งเป้าต้องการเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารสไตล์ยุโรปที่เหมาะกับคนไทย โดยการขยายตัวในรูปแบบแฟรนไชส์จะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้อีซี่ส์ ขยายตัวได้อีกมากในธุรกิจไส้กรอก

จากเดิมที่คนส่วนมากจะรู้จักอีซี่ส์ว่าเป็นผู้ขายไส้กรอกแต่ทุกวันอีซี่ส์พยายามเข้าสู่อาหารใน หมวดอื่นไม่ว่าจะเป็นข้าว ไก่ทอด เพื่อให้เกิดความ หลากหลายโดยอาศัยความได้เปรียบของการมีโรงงานของบริษัทในเครือที่มีสินค้าอีกหลายอย่าง พร้อมให้นำมาเป็นหนึ่งในโปรดักส์ในร้านได้

ณ วันนี้อีซี่ส์มองว่าตัวเองยังไม่มีคู่แข่งโดย ตรงที่เป็นไส้กรอกอย่างชัดเจน แต่จะมีระดับที่สูง ขึ้นไปเป็นร้านพวกเยอรมัน ฝรั่งเศส

"หากจะมองในแง่การบริหารธุรกิจนี้เพื่อให้ ประสบความสำเร็จในความเห็นของผู้บริหารคนใหม่แล้วคิดว่าอยู่ที่การครองใจลูกค้า ทั้งลูกค้าเก่า ที่มีอยู่และการแสวงหาลูกค้าใหม่เข้ามาโดยต้องพยายามปรับปรุงสินค้าให้มีความเคลื่อนไหว อยู่เสมอเป็นนโยบายในการทำธุรกิจที่วางไว้" ผู้บริหารอีซี่ส์กล่าวในตอนท้าย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.