ตลาดคอนโดมิเนียมอนาคตสดใส สต็อกเก่าถูกระบายออกจากตลาด ในขณะที่การก่อสร้างโครงการใหม่ไม่มี
ผู้ประกอบการหลายรายฉวยจังหวะ ตลาดเริ่มฟื้นตัว เตรียมปัดฝุ่นโครงการเก่านำมาสานต่อให้แล้วเสร็จ
ด้าน“อนันต์ อัศวโภคิน” บิ๊กบอส แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ฟันธงตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มฟื้นตัวแล้ว
ตามบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนบ้านแฝดอาการน่าเป็นห่วง ลูกค้าไม่สนใจซื้อ
ความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา สภาพตลาดเริ่มมีการฟื้นตัวในเกือบทุกเซกเม้นท์?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของตลาดบ้านเดี่ยว ที่มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่าเซกเม้นท์อื่น
ๆ ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต้องลงทุนก่อสร้างบ้านในโครงการใหม่
เพื่อทำตลาด เพราะบ้านค้างสต็อกถูกระบายออกไปจากตลาดหมดแล้ว โดยในช่วงครึ่งปีแรก
มีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้น จำนวน 3,386 ยูนิต มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่มีการจดทะเบียนเพียง 2,912 ยูนิต เท่านั้น หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ
16.28%
สำหรับตลาดทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชย์ ก็เริ่มฟื้นตัวเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่เห็นภาพชัดเจนมากเท่ากับตลาดบ้านเดี่ยว
โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้น จำนวน 4,213 ยูนิต มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่มีการจดทะเบียนเพียง 2,205 ยูนิต หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตขึ้น 91.07%
ด้านตลาดบ้านแฝดนั้น ตลาดไม่ค่อยได้รับความสนใจจากลูกค้ามากนัก ทั้งในแง่ของความต้องการซื้อ
และปริมาณการก่อสร้าง โดยในช่วงครึ่งปีแรก มีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเพียง
6 ยูนิตเท่านั้น ในขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการจดทะเบียน จำนวน 32
ยูนิต หรือมีอัตราการเติบโตแบบลดลงมากถึง 81.25% จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า
ตลาดนี้ยังไม่ฟื้นตัว
ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมนั้น เป็นเซกเม้นท์ที่ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวมากนัก
ในช่วงปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของคอนโดมิเนียมระดับล่าง ราคาถูก
ที่ตั้งอยู่ในทำเลชานเมือง ที่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างน้อย แต่อย่างไรก็ตาม
ในส่วนของคอนโดมิเนียมหรูหรา ราคาแพง ตั้งอยู่ในทำเลกลางเมือง หรือย่านธุรกิจ(ซีบีดี)
สามารถขายได้ดีมากในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงวิกฤตอย่างหนัก
เพราะผู้ประกอบการได้นำโครงการเก่าออกมาขาย ชนิดหั่นราคาลงเฉลี่ยที่ 30-70%
จากราคาปกติ จึงทำให้ในช่วงนั้น คอนโดมิเนียมราคาแพง ถูกระบายออกไปเกือบหมดจากตลาด
โดยในช่วงปีที่ผ่านมาต่อเนื่องปัจจุบัน ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
เพราะสต็อกเก่าถูกระบายออกไปเกือบหมดจากตลาด ทำให้ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายเห็นโอกาสที่ดีในการทำตลาด
และสร้างยอดขาย ดังนั้น ผู้ประกอบการหลายรายจึงเตรียมการที่จะนำโครงการเก่าที่หยุดการก่อสร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมา
มาสานต่อให้แล้วเสร็จ เพื่อขายออกไป
นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์
เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นในส่วนนี้ว่า ในช่วงนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มฟื้นตัวแล้ว
เห็นได้จากปริมาณการจดทะเบียนทเพิ่มขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ที่มีการจดทะเบียน
จำนวน 1,719 ยูนิต ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ ,นนทบุรี
,ปทุมธานี ,นครปฐม และสมุทรสาคร ส่วนในปีที่ผ่านมา มีการจดทะเบียน จำนวน
4,693 ยูนิต
จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเริ่มมีการฟื้นตัวแล้ว เพราะมีการซื้อขายเพิ่มขึ้นทุกเดือน
นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ และมีแนวโน้มว่าจะมีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอีก
เพราะปัจจัยต่าง ๆ เอื้ออำนวยต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่า จะเป็นราคาขายที่ค่อนข้างต่ำ
อัตราดอกเบี้ยต่ำ และเงื่อนไขทางการเงินที่จูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยง่ายขึ้นจากสถาบันการเงิน
ตลอดจนมาตรการจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ในตลาดมีจำนวนยูนิตเหลือขายน้อยลง ในขณะที่ปริมาณการก่อสร้างโครงการใหม่เกือบจะไม่มีให้เห็นเลย
ยกเว้นการปรับปรุงโครงการเก่าที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ แล้วเจ้าของโครงการเริ่มนำกลับมาปรับปรุง
เพื่อทำการตลาดต่อ
การนำโครงการเก่ามาสานต่อให้แล้วเสร็จนั้น นายอนันต์ กล่าวต่อว่า การนำโครงการเก่ามาสานต่อนั้นเป็นสิ่งที่ดี
แต่สิ่งที่ต้องระวังนั้น ผู้ประกอบการควรจะต้องดูแลความเรียบร้อย อย่างเช่น
น่าจะมีการทาสี หรือดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยด้วย เพราะโครงการเก่าที่จะนำมาปรับปรุงนั้น
ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่หยุดก่อสร้างมานานมากกว่า 4-5 ปี ฉะนั้น สภาพอาคารจึงทรุดโทรมลง
ซึ่งควรจะมีการปรับปรุงให้น่าอยู่กว่านี้
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับสภาพตลาดโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น
ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และคาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลังตลาดจะมีการเติบโตมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก
เนื่องจากได้รับผลดีจากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงกำลังซื้อเริ่มกลับมา
รวมถึงปริมาณบ้านมีไม่เพียงพอต่อการความต้องการซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต้องการบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่
จึงทำให้ตลาดโดยรวมปรับตัวดีขึ้น