"เซ็นทรัล"แจงระบบศูนย์เติมและกระจายสินค้า (อาร์ซี) ที่นำมาใช้ในการจัดส่งสินค้าของซัปพลายเออร์ไม่เป็นการบังคับ
แถมโชว์คู่ค้า 1,500 รายเห็นด้วยและพร้อมใจเข้าระบบ ขณะที่อีก 800 รายสามารถจัดส่งได้ตามระบบเดิม
"เนวิน"เผยมีการแก้ไขสัญญาหลังมีปัญหาร้องเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามมาตรา
29 แห่งพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า คาด 13 ก.ย.นี้ตัดสินได้แน่ แต่โอกาสเซ็นทรัลพ้นผิดมีสูง
นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแข่งขันทางการค้าเพื่อพิจารณาพฤติกรรมทางการค้า
ที่ไม่เป็นธรรมว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญผู้บริหารบริษัท เซ็นทรัล รีเทล
คอร์ปอเรชั่น จำกัด มาชี้แจงกรณีผู้ผลิตสินค้า (ซัปพลายเออร์) ได้ร้องเรียนว่าการนำระบบศูนย์เติมและกระจายสินค้า
(อาร์ซี) ที่กำหนดให้ซัปพลายเออร์ต้องส่งมอบสินค้าที่อาร์ซีเพียงแห่งเดียว
จากเดิมที่อนุญาตให้ส่งสินค้าได้ตามสาขาต่างๆ เป็น การบังคับหรือไม่
ทั้งนี้ ผู้บริหารเซ็นทรัลได้ยืนยันว่าไม่เป็นการบังคับแต่อย่างใด โดยซัปพลายเออร์จำนวน
2,300 รายที่ทำธุรกิจกับเซ็นทรัล มีจำนวนถึง 1,500 รายที่ยินดีเข้าร่วมระบบอาร์ซี
ส่วนอีก 800 รายสามารถจัดส่งสินค้า ตามระบบเดิมได้
นอกจากนี้ ทางเซ็นทรัลยังระบุอีกว่าสำหรับ ซัปพลายเออร์ทั้ง 1,500 รายที่ได้เข้าระบบอาร์ซีนั้น
เมื่อครบ 3 เดือน ทางเซ็นทรัลจะมีการทบทวนอัตรา ค่าบริการเพื่อให้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น
หาก ซัปพลายเออร์รายใดเห็นว่าค่าบริการไม่เป็นธรรม ก็สามารถออกจากระบบอาร์ซีและจัดส่งสินค้าตามระบบเดิมได้
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าหากซัปพลายเออร์ออกจากระบบจะได้รับการปฏิบัติในการรับมอบสินค้ามาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ซึ่งผู้บริหารเซ็นทรัลยืนยันว่าใช้ระบบเดียวกัน
"คณะอนุกรรมการฯ ได้ขอให้เซ็นทรัลส่งบัญชีรายชื่อซัปพลายเออร์ทั้งฝ่าย
1,500 ราย และฝ่าย 800 รายมาให้ฝ่ายเลขานุการฯ และจะเชิญผู้ร้องมาชี้แจงในการประชุมวันที่
13 กันยายนนี้ โดยจะมีการพิจารณาและจะให้ได้ข้อสรุปเลยว่าการใช้ระบบอาร์ซีของเซ็นทรัลเป็นการบังคับหรือไม่
คนที่บอกว่าไม่เป็นการบังคับก็ต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์ และคนที่บอกว่าเขาบังคับก็ต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์เช่นกัน
โดยคณะอนุกรรมการฯ จะดูพฤติกรรมเป็นหลัก" นายเนวินกล่าว
นายเนวินกล่าวอีกว่า ทางผู้บริหารเซ็นทรัลยอมรับว่าหลังจากที่เกิดปัญหาการร้องเรียนหลังการนำระบบอาร์ซีมาใช้ตั้งแต่วันที่
1 กรกฎาคม 2545 ทางเซ็นทรัลได้มีการเจรจากับซัปพลายเออร์ในส่วนของ 1,500
รายบางส่วน และได้มีการแก้ไขสัญญาการทำธุรกิจร่วมกัน ส่วนจะเป็นการแก้ไขสัญญาเพื่อไม่ให้ดูว่าเป็นการบังคับหรือไม่นั้น
จะต้องมีการพิสูจน์กันจากพฤติกรรม
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น
จำกัด กล่าวว่า ได้ชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการฯ ว่าระบบอาร์ซีคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
และขอยืนยันว่าเซ็นทรัลไม่มีการบังคับให้ซัปพลายเออร์ต้องเข้าระบบอาร์ซี
โดยลูกค้า 2,300 รายมี 1,500 รายเข้าระบบอาร์ซี ส่วนอีก 800 รายสามารถส่งสินค้าตามระบบเดิมได้
สำหรับอัตราและมาตรฐานค่าบริการได้ชี้แจงว่าคำนวณจากปัจจัยหลายด้านทั้งการจัดส่งสินค้า
ไป-กลับ สินค้าเกิดความเสียหาย และการบริการให้ฟรีสำหรับสินค้าพรีเมียมเกรด
แต่หลังจาก ใช้ระบบอาร์ซีแล้ว 3 เดือนจะมีการทบทวนอัตราค่าบริการอีกครั้ง
"มีซัปพลายเออร์ 1,500 รายที่เห็นด้วยกับการนำระบบอาร์ซีมาใช้ และไม่มีซัปพลายเออร์
รายใดหยุดส่งสินค้า เพราะระบบใหม่ แต่หากใคร ที่อยากส่งสินค้าตามระบบเดิมก็ยังส่งได้
ไม่มีการบังคับ ส่วนที่ต้องกำหนดเวลาในการส่งเป็นช่วงกลางคืนเพราะปัญหาการจราจร
และเพื่อความสะดวกหลายอย่าง ซึ่งซัปพลายเออร์เองก็พอใจ กับเวลาที่กำหนด"
นายทศกล่าว
นอกจากนี้ การที่เซ็นทรัลได้นำระบบอาร์ซีมาใช้จะทำให้จะทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนซ่อนเร้น
ซึ่งมีประมาณ 3-5% ของยอดขายทั้งระบบได้ และการใช้ระบบเก่าจะทำให้มีสต็อกสินค้าประมาณ
8,000 ล้านบาท การที่จะลดให้เหลือประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่นำระบบอาร์ซีมาใช้
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ตั้งข้อสังเกต ว่า โอกาสที่เซ็นทรัลจะพ้นความผิดตามมาตรา
29 แห่งพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า กรณีการนำระบบอาร์ซีมาใช้และไม่เป็นการบังคับซัปพลายเออร์มีสูง
เพราะหลังจากที่มีปัญหาการร้องเรียน เซ็นทรัลได้มีการตกลงที่จะแก้ไขสัญญาแล้วบางส่วน
และหากคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาจากพฤติกรรมก็จะพิจารณาว่าการที่ทั้งสองฝ่ายยอมแก้ไขสัญญาทำให้เห็นว่าไม่มีพฤติกรรมที่บังคับแต่อย่างใด
แต่เป็นการสมยอมกัน
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯ จะต้องสรุปผลการพิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่มีนายอดิศัย
โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
โดยกรรมการการแข่งขันทางการค้าจะยึดคำพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ เป็นหลัก