Smart Select


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

"ถึงเศรษฐกิจจะย่ำแย่ หรือน้ำมันแพงขึ้น แต่ธุรกิจเงินผ่อนถือเป็นธุรกิจที่ยังอยู่รอดได้ การขายผ่อนของซิงเกอร์เองก็ยิ่งเจริญ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีเงินน้อย ระบบเงินผ่อนจึงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง"

ผู้บริหารของซิงเกอร์ ประเทศไทย กล่าวตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจขายผ่อนของตนที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 115 ปี ให้กับบรรดาสื่อมวลชนได้รับฟังในวันงานแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์สินค้ามือสอง เมื่อไม่นานมานี้

ด้วยความที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจขายของแบบเงินผ่อน ไม่ว่าจะเป็นจักรเย็บผ้า สินค้าชิ้นแรกของบริษัทที่ยังคงมีให้เห็นและมีให้ซื้ออยู่จนถึงทุกวันนี้ ไปจนถึง ตู้เย็น ทีวี วิทยุ สเตอริโอ เครื่องเล่นซีดี และดีวีดี หม้อหุงข้าว และรถมอเตอร์ไซค์ สินค้าใหม่ที่กลายมาเป็นสินค้าทำเงินเกินครึ่งของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท ย่อมเป็นธรรมดา ที่ต้องการคืนของจากผู้เช่าซื้อก่อนกำหนด เนื่องจากรับภาระการผ่อน คืนไม่ได้

ในสินค้า 100 ชิ้น ซิงเกอร์พบว่าลูกค้ามักคืนของหรือยอมให้ ยึดของคืนประมาณ 17-18 ชิ้น ซึ่งนั่นหมายถึงซิงเกอร์จะมีของมือสอง ที่ยึดคืนมาได้ค้างสต็อกอยู่ในร้านเพิ่มขึ้นทุกเดือน

ก่อนหน้านี้ซิงเกอร์แก้ปัญหาด้วยการให้พนักงานแต่ละสาขาซ่อมแซม และตรวจสภาพของสินค้าที่ยึดคืนกลับมา และนำออกจำหน่ายออกไป เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัท แต่ที่ผ่านมาระบบการนำของมือสองออกจำหน่ายของแต่ละสาขา ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน รวมถึงเกณฑ์ราคาที่แตกต่างกันออกไป

ซิงเกอร์จึงมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้น และตัดสินใจเปิดตัวศูนย์จำหน่ายสินค้ามือสองขึ้นมาในที่สุด โดยเลือกใช้ ชื่อร้านว่า "Smart Select" โดยทดลองเปิดศูนย์แรกที่สาขาศรีนครินทร์ เป็นที่แรกเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา ด้วยงบลงทุนในการเช่าตึกแถว ตกแต่ง 1-2 ล้านบาท

ภายในร้าน "Smart Select" มีการวางจำหน่ายสินค้าทุกประเภทที่ซิงเกอร์เปิดให้บริการผ่อน เพียงแต่เป็นของมือสองที่แบ่งเกรดสินค้าออกเป็นหลายระดับ และหลายราคา เช่น เกรด A จะมี ราคาลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ จากราคาตลาด เกรด B ราคา ลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ และเกรด C ราคาลดลง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว พร้อมใบรับประกันการใช้งานตามเกรดของสินค้า ขณะที่ลูกค้ายังเลือกที่จะผ่อนสินค้ามือสองได้เช่นเดียวกันกับสินค้ามือหนึ่ง อีกด้วย

ซิงเกอร์เพิ่งจะเปิด "Smart Select" สาขารามคำแหง เป็นสาขาที่สอง เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนจะตามด้วยการเปิดสาขาที่ 3-5 ในภูมิภาคอื่นๆ ในเร็ววันนี้ โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 2 ล้านบาทต่อสาขา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทุกสาขารวมกันยังขายของมือสองได้เพียง 4 ล้านบาทเท่านั้นเอง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.