ทศท.แปลงร่างเป็น ทศท.คอร์ป รุกทุกรูปแบบ


ผู้จัดการรายวัน(1 สิงหาคม 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

ทศท. แปรสภาพเป็นทศท คอร์ปอเรชั่น โดยมีสุธรรม มลิลา เป็นกรรม การผู้จัดการใหญ่คนแรก เดินหน้ากระบวน การกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯให้ประชาชนซื้อหุ้นในเดือนต.ค.

ก่อนเข้าตลาดในเดือนพ.ย. พร้อมแผนธุรกิจหลักขยายเลข หมายโทรศัพท์พื้นฐานอีก 1 ล้านเลขหมาย เสริมด้วยธุรกิจสื่อสารข้อมูลและมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นองค์ประกอบ นายสุธรรม มลิลา

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ได้จดทะเบียนแปลงสภาพเป็นบริษัท ทศทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31

ก.ค. ที่ผ่านมาด้วยทุนจดทะเบียน 6,000 ล้านบาท พร้อมรับโอนกิจการสิทธิหนี้สิน ทรัพย์ความรับผิดและพนักงานทั้งหมดจากทศท.ไปยังบริษัทใหม่

และพร้อมกระจายหุ้นสู่สาธารณะชนในปลายปีนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ตามที่คณะกรรมการนโยบาย ทุนรัฐวิสาหกิจเสนอแนวทางการแปรสภาพทศท. "บริษัททศท

คอร์ปอเรชั่นเป็นผู้รับให้บริการโทรคมนาคมรายแรกที่แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการแข่งขันเสรีในประเทศไทย" สถานะการเงินของทศท. ก่อนการแปรสภาพปี

2544 ทศท. มีสินทรัพย์รวม 273,004 ล้านบาท หนี้สินต่อส่วนทุน 0.43 เท่า มีรายได้จากการขาย 51,946 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,231 ล้านบาทคิดเป็น 25.5% ของรายได้ EBITDA 27,142 ล้านบาท

EBITDA Margin 52% หลังการแปรสภาพ ภารกิจหลักของทศท คอร์ปอเรชั่นจะมุ่งเน้นใน 3 ธุรกิจหลักประกอบด้วย 1. การให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ โดย

จะรักษาความเป็นผู้นำตลาดและจะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและโครงข่ายที่ทันสมัยเพื่อรองรับบริการใหม่ในอนาคต "ปัจจุบันสัดส่วนเลขหมายต่อพนักงานมีประมาณ 150 เลขหมาย

ผมต้องการให้เพิ่มขึ้นไปเป็น 200 เลขหมายต่อคน หรือต้องขยายเลขหมายอีกประมาณ 1 ล้านเลขหมาย ซึ่งต้องเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากต้นทุนพนักงานจะเป็นส่วนที่คงที่

การใช้เทคโนโลยีจะช่วยทำให้ต้นทุนลดลง ค่าบริการถูกลงเพื่อ ให้สามารถแข่งขันได้" 2. ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นขยาย การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์

ให้ครอบคลุมและพร้อมที่จะพัฒนา ไปสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 หรือ 3จี "เครือข่าย 1900 จะแล้วเสร็จในเดือนก.ย. ซึ่งขณะนี้ติดตั้งสถานีฐานได้เกือบ 100

แห่งแล้วและอยู่ระหว่างขออนุมัติเช่าที่ติดตั้งสถานีฐานอีกประมาณ 186 แห่งรวมทั้งขอความร่วมมือกับทีเอในเรื่องดังกล่าว "นายอรัญ เพิ่มพิบูลย์ รอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ทศทคอร์ปอเรชั่น

ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาดูแลธุรกิจในส่วนนี้กล่าว 3. การให้บริการสื่อสารข้อมูลในทุกระดับความต้องการของตลาด รวมถึงการให้บริการสื่อ สารข้อมูลความเร็วสูง และมีการรับรองคุณภาพ บริการ

เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ในส่วนของการร่วมลงทุนในบริษัทต่างๆ และสัญญาสัมปทาน ทศทคอร์ปฯจะเพิ่มสัด ส่วนรากการเจริญเติบโตอนาคต ในขณะเดียว

กันก็จะมองหาและวิเคราะห์ธุรกิจใหม่ที่มีความเหมาะสมในการเข้าร่วมลงทุน พร้อมทั้งทศท คอร์ปฯก็พร้อมที่จะเจรจาแปรสัญญากับคู่สัญญา อย่างเป็นธรรม

เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีและเท่าเทียมกันในตลาดโทรคมนาคมไทย "หากไม่แปรสัญญาน่าจะเป็นผลดีกับ ทศทคอร์ปฯ ด้วยซ้ำ

แต่การแปรสัญญาไม่ได้กระทบโดยตรงกับการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งการแปรสัญญาก็จะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง แต่จะได้ข้อยุติเมื่อไหร่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้

ซึ่งแต่ละสัญญาก็ยังได้สิทธิในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไป จนกว่าอายุสัญญาจะสิ้นสุดลง" นายสุธรรมกล่าว สำหรับโครงสร้างใหม่ของทศทคอร์ปฯ

เพื่อรองรับการทำธุรกิจแบบเอกชนนั้นได้มีการแยกธุรกิจต่างๆ ออกจากโครงสร้างเดิม ให้มีลักษณะเป็นกลุ่มธุรกิจหรือ Business Group (BG) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

และเน้นโครงสร้างในระดับแนวนอน (Flat Organization) ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อลดขั้นตอนในการบริหารให้มีความกระชับและรวดเร็วมากขึ้น กลุ่มธุรกิจต่างๆ ของทศท.คอร์ปฯ ประกอบ ด้วย BG1-

Fixed Line กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน BG2-Mobile กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อน ที่ BG3-Data Service กลุ่มธุรกิจบริการข้อมูล BG4 Network กลุ่มธุรกิจโครงข่าย BG5-Public Payphone

กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์สาธารณะ BG6 Related Business กลุ่มธุรกิจอื่นๆ BG7-Customer Service กลุ่มธุรกิจบริการลูกค้า BG8-Corporate Center กลุ่มอำนวยการวิสาหกิจ และ BG9-International

Business กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ ทิศทางธุรกิจในอนาคตของทศท. คอร์ปฯ จะมุ่งเน้นให้บริการโทรคมนาคมที่ทันสมัยครบวงจรโดยเน้นการให้บริการลูกค้า (Customer Oriented) เป็นสำคัญ ดังนั้น

ทศท คอร์ปฯ จะขยายขอบเขตของธุรกิจให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมในประเทศ พร้อมทั้งมองหาโอกาสและลู่ทางในการลงทุนและขยายบริการ ออกสู่ต่างประเทศ

สำหรับจำนวนหุ้นเพิ่มทุนของทศท คอร์ปฯ ที่จะจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป ในเดือนต.ค. ก่อนเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเดือนพ.ย.

อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการระดมทุนซึ่งมีนายศรีสุข จันทราศุ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุด

กรรมการผู้จัดการใหญ่และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน ทศท. คอร์ปฯ เป็นผู้พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะประชุมในสัปดาห์หน้า

โดยที่มีที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนจำหน่ายหุ้นประกอบด้วยบริษัทต่างชาติคือโซโลมอน บราเธอร์และมอร์แกนสแตนเล่ย์ ส่วนบริษัทไทยคือธนชาติ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทิสโก้และเมอร์ริลลินซ์

"หุ้นทศท.คอร์ปฯ เป็นหุ้นที่น่าเชื่อถือเป็น กิจการที่มั่นคงน่าจะได้รับการตอบรับจากตลาด" สำหรับนายสุธรรม มลิลา ถือเป็นกรรม การผู้จัดการใหญ่หรือซีอีโอ คนแรกของบริษัท ทศทคอร์ปอเรชั่น จำกัด

(มหาชน) ซึ่งมีเทอมการทำงานจนถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้ หลังจากนั้นทศท คอร์ปก็จะมีซีอีโอคนใหม่ที่ได้จากกระบวนการสรรหา ส่วนนายสุธรรมก็มานั่งเป็นกรรมการบอร์ดทศทคอร์ปฯ

ในส่วนของพนักงานทศทคอร์ป จำนวน 22,095 คน นับอายุงานต่อเนื่อง โดยสถานะของ องค์กรเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 100% ระเบียบข้อบังคับ ยังใช้ของทศท. ตามเดิม

สวัสดิการเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง กองทุนสวัสดิการสงเคราะห์ กองทุนสำรองเลี้ยง ชีพฯ ทั้งหนี้สินและเงินทุนรวมทั้งกองทุนก็โอนตามไปด้วย สหภาพแรงงานฯ ทศท.

เปลี่ยนชื่อเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ. ทศท คอร์ปอเรชั่น (สบท.) และในการประชุมบอร์ดทศทคอร์ปฯชุดแรกมีวาระการประชุมคือการปรับโครงสร้างเงินเดือน 15%

เพื่อรองรับการเพิ่มเวลาการทำงานจาก 08.00-16.00 น. เป็น 08.00-17.00 น.



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.