|

นูสกินทะลวงตลาดอินโดนีเซียทุ่ม 800 ล. ดึงอดีตบอสเอวอนคุม
ผู้จัดการรายวัน(7 กรกฎาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
นูสกินเทงบ 400 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตอาหารเสริมที่จีน รองรับการขยายตัวของตลาดเอเชียที่มียอดขายสูงติดท็อป 6 ถึง 5 ประเทศ ล่าสุดเปิดตลาดอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่ 41 หวังแข่งกับตลาดไทย มั่นใจได้เปรียบไทยตรงที่คนมากกว่า 4 เท่า และกำลังซื้อที่ดีกว่า ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 1,600 ล้านบาท
นายแอนดรูว ฟาน รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส เปิดเผยว่า นู สกินได้มีการลงทุนเพิ่ม 400 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตสินค้าอาหารเสริมที่จีน รวมถึงศูนย์พัฒนาและวิจัยสินค้า (อาร์ แอนด์ ดี) ที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจนู สกินในตลาดเอเชียที่มีการเติบโตสูงและมียอดรายได้สูง โดย 6 อันดับแรกของบริษัทฯ เป็นประเทศที่มาจากเอเชีย 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, จีน, อเมริกา, ไต้หวัน, เกาหลี และไทย ทั้งนี้หลังจากที่เมื่อ 2 ปีก่อน บริษัทฯ ได้ลงทุนเปิดโรงงานผลิตสินค้าเฉพาะผลิตภัณฑ์เพอร์ซัลนอลแคร์ ภายใต้งบลงทุน 400 ล้านบาท เพื่อผลิตสินค้าขายในจีนและส่งออกไปยังต่างประเทศ
ล่าสุด นู สกิน ลงทุน 800 ล้านบาท เตรียมเปิดตลาดที่อินโดนีเซีย ในวันที่ 8 สิงหาคม 2548 ซึ่งเป็นประเทศที่ 41 ของนู สกินและในเอเชียถือเป็นแห่งที่ 13 เนื่องจากมองเห็นช่องว่างของตลาดอินโดฯ ที่มีประชากรมากถึง 242 ล้านคน ซึ่งใหญ่กว่าไทยถึง 4 เท่า โดยได้มีการดึงตัว นายอากุง คาร์โซ ซาร์ดโจโน ผู้บริหารชาวอินโดฯ ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารของเอวอน อินโดฯ มารับตำแหน่งผู้จัดการนู สกินของประเทศอินโดฯ
นายอากุง คาร์โซ ซาร์ดโจโน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า "ธุรกิจขายตรงในอินโดฯ ตลาดเพิ่งจะได้รับความนิยมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และที่ผ่านมาธุรกิจก็มีอัตราการเติบโตสูง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น โดย นู สกินได้จัดงบประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการดำเนินงานภายใน 3 ปีแรก ส่วนการรุกตลาดในอินโดฯ จะเน้นที่การเพิ่มศูนย์แสดงสินค้าโชว์เคสไปยังหัวเมืองหลักในทุก 6 เดือน รวมถึงยังมีการแสดงสินค้าเคลื่อนที่หรือโชว์บัส เบื้องต้นจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 55 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์สกินแคร์และอาหารเสริม เช่น ไลฟ์แพ็ก ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายคิดเป็น 40% ของยอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เป้ายอดขายปีแรกคาดว่าจะได้ 1,600 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อมั่นในแผนการลงทุนของนู สกิน และกำลังซื้อของคนโดยเฉพาะในเมืองจาการ์ตาที่มีรายได้สูง รวมถึงประสิทธิภาพของคนด้วย ซึ่งขณะนี้มีคนไทยที่สนใจไปทำธุรกิจในอินโดฯ กว่า 300 คน และมีผู้บริหาร นู สกินจากหลายประเทศกว่า 500 คน ก็สนใจเข้าช่วยเปิดตลาดในอินโดฯ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหลังจากเปิดตัว 1 สัปดาห์ จะมีผู้แทนจำหน่ายมากกว่า 5,000 คน"
สำหรับผู้แทนจำหน่ายของนู สกินทั่วโลกในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมามียอดรวม 797,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 8.9% ขณะที่จำนวนผู้บริหารมียอด 32,433 ราย เพิ่มขึ้นคิดเป็น 9.8%
ส่วนยอดขายนู สกินทั่วโลกปี 2547 มีรายได้รวม 45,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีรายได้กว่า 24,000 ล้านบาท สิ้นปีนี้คาดว่ายอดขายจะโตขึ้น 10% ขณะที่ยอดขายในไทยปีที่แล้ว มีรายได้ 1,100 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|