|

เฮือกสุดท้ายของเดวาร์...สก็อตซ์วิสกี้ใกล้สิ้นลม?
นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2539)
กลับสู่หน้าหลัก
นับย้อนหลังกลับไปสัก 2 เจเนอเรชั่น สก็อตซ์วิสกี้เคยเป็นเครื่องดื่มขวัญใจคนอเมริกันแต่มาถึงปัจจุบันภาพพจน์ที่เหลืออยู่ดูเหมือนจะกลายเป็นสุราคร่ำครึที่คนสั่งน่าจะเป็นพวกที่นุ่งกระโปรงแบบสกอตโบราณเท่านั้น และนี่เป็นสาเหตุให้เดวาร์ สก็อตซ์ต้องทุ่มงบถึง 10 ล้านดอลลาร์จ้างลีโอ เบอร์เนท เอเยนซีชื่อดัง สร้างสรรค์พรินแอดที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ให้หันมาดื่มสก็อตซ์วิสกี้กันบ้าง
จากภาพรวมทั้งหมดยอดขายสุรากลั่นจะลดลงเรื่อยๆดีหน่อยก็อาจจะคงที่ตลาดสก็อตซ์ในสหรัฐฯทรุดฮวบลงจนยอดขายทุกวันนี้เหลือไม่ถึงครึ่งเมื่อเทียบกับ 15 ปีก่อนและที่แน่ๆก็คือจะต้องส่งผลกระทบกับอังกฤษซึ่งเคยพึ่งพายอดส่งออกสก็อตซ์วิสกี้มูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของยอดส่งออกน้ำมันทะเลเหนือมูลค่า 5,300 ล้านดอลลาร์
ในบรรดาผู้ผลิตทั้งหมดมีกินเนสส์ครองส่วนแบ่งอยู่ถึง 40% ทำให้บริษัทต้องดิ้นรนสุดขีดเฉพาะในสหรัฐฯ กินเนสส์ครองตลาดสก็อตซ์อยู่ 6.7% โดยมีแบรนด์ “เดวาร์” โดดเด่นที่สุด ทว่าในปีที่แล้วยอดขายของเดวาร์ทรุดลงอีกถึง 2.5% เหลือยอดจำหน่ายแค่ 1.5 ล้านลัง
ทั้งนี้ บรรดานักดื่มที่ยังคงเหนียวแน่นกับสก็อตซ์ส่วนใหญ่จะมีอายุกว่า 50 ปีมีคนรุ่นใหม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นความพยายามที่จะได้รับความสนใจจากคนรุ่นหนุ่มสาว นอกจากจะมีการคิดแคมเปญโฆษณาใหม่ เดวาร์ยังจัดงานแฟชั่นโชว์ในเดือนตุลาคมตลอดจนถึงอัดฉีดการโปรโมชั่นตามบาร์ต่างๆและถึงแม้ว่าการสั่งสก็อตซ์ ออน เดอะ ร็อกส์มาดื่มเพียวๆในบาร์จะกลายเป็นสิ่งที่ถูกลืมเลือนไปแล้ว แต่เดวาร์ยังคงมีความหวังว่าจะสามารถผลักดันสก็อตซ์วิสกี้ให้กลายเป็นเครื่องดื่มผสมได้ บริษัทส่งคณะตัวแทนไปยังดาวน์ทาวน์ของอีสต์โคสต์เพื่อที่จะเปิดทางแนะนำตัวให้ผสมเดวาร์กับมาร์การิตาแทนที่เหล้าเตกิล่า
มาร์การิตาผสมเดวาร์? “มันฟังดูน่ากลัวพิลึก แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่เลวนัก” แกรี่ อัมสเตท ผู้จัดการบาร์แห่งหนึ่งในฟิลาเดลเฟีย ซึ่งกำลังดันเดวาร์ขึ้นแท่นโปรโมชั่นกล่าวแต่หากจะถามว่าจะเป็นดริงค์ที่ไปได้ดีแค่ไหน อัมสเตทยอมรับว่า “ในคืนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คืนโปรโมชั่น เราขายได้ไม่มากนัก”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แบรนด์ลูกพี่ลูกน้องของเดวาร์คือ ชีฟเฟลิน แอนด์ ซอเมอร์เซ็ตซึ่งจำหน่าย ยิน “แทงเควอเร่” พยายามที่จะใช้วิธีการคล้ายคลึงกันด้วยการใช้แคมเปญโฆษณาที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักดื่ม รวมทั้งการโปรโมชั่นในหมู่วัยรุ่นโดยผ่านทางสื่อวิดีโอที่มีกลิ่นอายของเพลงแร็พประกอบจนกระทั่งสามารถหนุนยอดขายของแทงเควอเร่ให้เติบโต 10% ในปีที่แล้ว ได้ทั้งสิ้น 1.2 ล้านลัง
ในห้วงวิกฤตที่ปริมาณคนดื่มสก็อตช์วิสกี้กำลังจะสูญพันธุ์ลงเรื่อยๆนี้ เดวิดสันแห่งกินเนสส์กล่วว่า “หากเราไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้มันจะอันตรายมาก”
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|