การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ปัญหาโลกแตกของจีน


นิตยสารผู้จัดการ(5 กรกฎาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

การที่จีนไม่สามารถปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่กำลังระบาดไปทั่วจีน และยังล้นออกไปนอกประเทศได้ สร้างความโกรธแค้นให้แก่ประเทศคู่ค้าของจีน

Silk Alley ในกรุงปักกิ่ง อาจจะเคยเป็นตลาดค้าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ฉาวโฉ่ที่สุดในโลก ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ใกล้พอที่จะมองเห็นสถานทูตสหรัฐฯ และแผงลอยจำนวนนับไม่ถ้วนในตลาดที่จ้อกแจ้กจอแจแห่งนี้ ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในกรุงปักกิ่งของ Lonely Planet ได้ให้ข้อมูลว่า บรรดานักท่องเที่ยวแบบแบกเป้หลังนิยมที่จะมากันที่นี่ เพื่อช็อปกระเป๋า Gucci และรองเท้า Nike และสินค้าแบรนด์ดังยี่ห้ออื่นๆ อีกมากมาย ชั่วแต่ว่ามันเป็นของปลอม

แต่เป็นของปลอมที่ผู้ผลิตชาวจีนเลียนแบบได้เหมือนของแท้ อย่างที่แทบไม่มีใครแยกความแตกต่างได้ ซึ่งในจีนจะใช้คำว่า "Super-A" ในการเรียกสินค้าที่ปลอมได้เกือบเหมือนจริง

แต่ Silk Alley ได้ถูกรัฐบาลจีนสั่งปิดในเดือนมกราคมปีนี้ อันนับเป็นชัยชนะของ Joe Simone นักกฎหมายเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นนักล็อบบี้ที่เป็นชาวต่างชาติคนสำคัญที่สุด ในการต่อต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน เขาใช้เวลานานหลายปีในการเข้าพบสมาชิกอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และข้าราชการในท้องถิ่น กว่าจะสามารถกระตุ้นให้ทางการจีนสั่งปิดตลาด Silk Alley ได้

แต่ชัยชนะของ Simone ช่างสั้นนัก หลังจาก Silk Alley ถูกปิดไปไม่นาน ก็เกิดห้างสรรพสินค้า 5 ชั้นแห่งใหม่ ซึ่งอัดแน่นเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของปลอม ในจำนวนที่มากกว่าที่เคยขายอยู่ใน Silk Alley ถึง 4 เท่า และยังตั้งชื่อห้างราวกับจะเป็นการเยาะเย้ยว่า Silk Street แถมที่นี่ยังสามารถซื้อสินค้าปลอมที่ติดแบรนด์หรูๆ จากต่างประเทศได้ด้วยบัตรเครดิตชื่อดังระหว่างประเทศด้วย

ไม่เพียง Simone เท่านั้นที่ต้องผิดหวังกับความล้มเหลวของจีน ในการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา แต่บรรดาบริษัทอเมริกันต่างโอดครวญกันเป็นแถวว่า การที่จีนปลอมทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซอฟต์แวร์ ภาพยนตร์ เพลง แม้กระทั่งวิธีการดำเนินธุรกิจ และความคิด กำลังคุกคามบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายทั่วทุกหนแห่ง

นอกจากนี้ จีนยังมีดุลการค้าที่กำลังจะเกินดุลกับสหรัฐฯ ในปีนี้ มากเป็นประวัติการณ์ถึง 200,000 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้นักการเมืองอเมริกันต่างพากันหัวเสีย และคิดจะตอบโต้จีน โดยสหรัฐฯ ได้กำหนดโควตาการนำเข้าสิ่งทอจากจีน และโจมตีจีนที่ปฏิเสธไม่ยอมลอยตัวค่าเงินหยวน นอกจากนี้ยังขู่ที่จะกำหนดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจากจีนแบบเหวี่ยงแห Carlos Gutierrez รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ถึงกับกล่าวกับรัฐมนตรีพาณิชย์จีนในการเยือนปักกิ่งเมื่อเดือนที่แล้วว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็ไม่ผิดอะไรกับการผลิตแบงก์เก๊

แม้จะยังมีอีกหลายประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แต่จีนดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการละเมิดมากที่สุด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประเมินว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน ทำให้สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ต้องเสียหายมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ในการขายปลีก เฉพาะปีที่แล้วเพียงปีเดียว

ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตสินค้าปลอมในจีนยังอาจหาญส่งออกสินค้าปลอมของตนไปทั่วโลกอีกด้วย ข้อมูลจากกรมศุลกากรของสหรัฐฯ พบว่า 63% ของสินค้าปลอมที่สหรัฐฯ ยึดไว้ได้ในปีที่แล้วมาจากจีน ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 16% จากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้าปลอมที่ถูกศุลกากรจีนสกัดไว้ได้ก่อนจะถูกส่งออก คือรองเท้าปลอมที่ติดยี่ห้อ Nike และ Adidas

สินค้าปลอมในจีนระบาดเสียจนแม้กระทั่งบริษัทของจีนเองยังพลอยเสียหายไปด้วย โดยบริษัทยาสูบผูกขาดของรัฐบาลจีน และเชนร้านหม้อไฟชื่อ Little Sheep ของจีนต่างโอดครวญว่า แบรนด์ของตนถูกละเมิด

แม้ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มโกรธจีนมากขึ้นทุกที แต่จีนก็ยังคงปกป้องตัวเองอย่างเหนียวแน่นในเดือนพฤษภาคม Ma Xiuhong รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ของจีนได้กล่าวที่สหรัฐฯ โดยกล่าวโทษบริษัทต่างชาติว่า เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการผลิตสินค้าปลอมในจีน จากการที่บริษัทเหล่านี้ว่าจ้างบริษัทของจีน ให้ผลิตสินค้าที่ติดแบรนด์ของพวกเขา ซึ่งทำให้บริษัทจีนฉวยโอกาสนี้แอบผลิตสินค้าปลอมที่เหมือนของจริงอย่างกับแกะ คำกล่าวปกป้องตัวเองของจีนนี้ ทำให้ผู้ฟังซึ่งเป็นนักธุรกิจในสหรัฐฯ ถึงกับอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูเลยทีเดียว

Simone ผู้อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีน เนื่องจากเขาเป็นนักกฎหมายระดับ partner คนหนึ่งของบริษัทกฎหมาย Baker & McKenzie ของสหรัฐฯ สาขาจีน ซึ่งเขามีลูกค้ามากกว่า 30 บริษัทที่มีแบรนด์ของตนเอง

Simone ได้พบและทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่จีนอยู่เสมอ เนื่องจากเขาเป็นสมาชิกของกลุ่มธุรกิจต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 2 กลุ่มคือ International Trademark Association และ Quality Brands Protection Committee

และจากการที่เขาทำงานในจีนมา 15 ปี และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จีนบุกกวาดล้างโรงงานผลิตสินค้าปลอมทั่วประเทศจีนมาแล้วมากกว่า 500 ครั้ง Simone ชี้ว่า การที่ทางการจีนไม่สามารถปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ เป็นเพราะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่มีการประสานงานกัน

เวลาที่เขาแจ้งปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เขาต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่การคลัง ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับวิธีการปราบปรามหรือจับกุม ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนสินค้าปลอมคือ การอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งชาติ หรือ SAIC ก็มีอำนาจเพียงปรับและปิดโรงงาน ซึ่งเป็นมาตรการลงโทษที่ไม่เพียงพอ เพราะเจ้าของโรงงานไม่กลัวถูกปรับ เนื่องจากเป็นเงินที่ต่ำมาก

Simone บอกว่า สิ่งที่เจ้าของโรงงานกลัวคือตำรวจเท่านั้น แต่ในประเทศซึ่งมีอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างจีน การใช้ตำรวจไปปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างการยึดสมุดโน้ตที่ปลอมยี่ห้อ Hello Kitty ถือเป็นงานอันดับท้ายๆ ของตำรวจ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว ตำรวจได้ทำคดีเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพียง 14 คดีเท่านั้น

Simone ยังตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่รัฐปกป้องโรงงานที่ผลิตสินค้าปลอม เพราะโรงงานเหล่านั้นได้สร้างงานให้แก่ชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นเพราะคณะผู้นำจีนในปัจจุบัน ไม่แสดงความเอาใจใส่กับปัญหานี้มากเท่าคณะผู้นำชุดก่อน ที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรี Zhu Rongji

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนก็ไม่ใช่จะเพิกเฉยต่อปัญหานี้เสียทีเดียว รองนายกรัฐมนตรี Wu Yi ซึ่งรับผิดชอบนโยบายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง ได้ให้คำมั่นมาตั้งแต่เมื่อกว่า 1 ปีก่อน ว่าจะปราบปรามสินค้าปลอมจีนยังได้จัด "สัปดาห์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา" เป็นประจำทุกปี โดยมีป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ติดอยู่กลางกรุงปักกิ่ง เรียกร้องให้ชาวจีนอย่าซื้อสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีการใช้รถบดถนนบดทำลายซีดีและดีวีดีละเมิดลิขสิทธิ์ที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้โชว์ทางโทรทัศน์ รวมทั้งการจัดคอนเสิร์ตรวมศิลปินชื่อดังของจีน เรียกร้องให้แฟนๆ เพลงซื้อซีดีเพลงของแท้

ส่วนตำรวจก็เริ่มปฏิบัติการที่มีชื่อว่า "Operation Mountain Hawk" ซึ่งช่วยทำให้การดำเนินคดีผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้นเป็น 385 คดีในปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 75% จากปี 2002 และที่สำคัญที่สุด ศาลสูงสุดของจีนได้ช่วยทำให้การดำเนินคดีกับผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทำได้ง่ายขึ้น รองนายกฯ Wu Yi เอง ได้กล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า จีนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของ Simone และอีกหลายคน มาตรการต่างๆ ที่จีนทำมาข้างต้นยังน้อยเกินไป เห็นได้จากแต่ก่อนการขายดีวีดีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังแอบทำกันอย่างลับๆ ล่อๆ แต่เดี๋ยวนี้กลับพัฒนาจนถึงขั้นกล้าตั้งวางขายอย่างเปิดเผย และยังวางขายก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นจะลงโรงเสียอีก

สมาคมภาพยนตร์สหรัฐฯ หรือ MPA ชี้ว่า โรงงานในจีนใช้เครื่องจักรที่มีราคาแพงหลายแสนดอลลาร์ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตแผ่นดีวีดีได้อย่างน้อย 3 ล้าน 5 แสนแผ่นต่อปี และเร่ขายในปักกิ่งเพียงแผ่นละ 1 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้ค่ายหนังต่างๆ ของ Hollywood ไม่เพียงแต่สูญเสียตลาดให้แก่ดีวีดีปลอมเท่านั้น แต่ยังสูญเสียตลาดคนดูหนังโรงด้วย ซึ่งปัญหานี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยการที่รัฐบาลจีนจำกัดการฉายหนังต่างประเทศเพียง 20 เรื่องต่อปีเท่านั้น

ระบบการสอบสวนหาหลักฐานในคดีอาชญากรรมของจีน ซึ่งต้องพบหลักฐานก่อนจึงจะสอบสวน ไม่ใช่สอบสวนจนพบหลักฐาน ทำให้จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเจ้าของโรงงานผลิตสินค้าปลอม ครั้งหนึ่ง GM เคยแจ้งตำรวจจีนให้จับกุมโรงงานจีนที่ผลิต spark plug ที่ปลอมยี่ห้อ AC Delco ของตน แต่ก็ไม่สามารถจับกุมเจ้าของโรงงานได้ เนื่องจากกฎหมายจีนกำหนดว่า ตำรวจจะต้องค้นพบสินค้าปลอมที่มีมูลค่าอย่างน้อย 18,000 ดอลลาร์ขึ้นไป จึงจะดำเนินคดีเจ้าของโรงงานได้ แต่โรงงานแห่งนั้นผลิตตามคำสั่งซื้อเท่านั้น และส่งออกทันที จึงไม่มีของปลอมอยู่ในคลังสินค้าเลย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังรู้เห็นเป็นใจ ในการบุกเข้าค้นโรงงานแห่งหนึ่งในมณฑล Fujian ซึ่งสงสัยว่าผลิตรองเท้า Puma ปลอม พบว่า โรงงานดังกล่าวเพิ่งถูกบุกค้นเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า และถูกสั่งปิดไปแล้ว แต่โรงงานนั้นก็กลับเปิดตามปกติ โดยที่ตราประทับของหน่วย SAIC ที่ติดอยู่หน้าประตูถูกทำลาย โดยที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อรู้เรื่องก็ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอะไร

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในมณฑลต่างๆ ของจีน แต่เป็นรัฐบาลกลางเอง Liu Juntian ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งมหาวิทยาลัย People's University ของจีนชี้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงมาเป็นอันดับหนึ่ง และเห็นว่าการที่ประชาชนในระดับล่างขายสินค้าละเมิดสิทธิ์ราคาถูกให้แก่คนจนในระดับเดียวกัน เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ในที่สุดแล้ว ดูเหมือนผู้ผลิตสินค้าปลอมของจีน จะเดินนำหน้าผู้ปราบอยู่หนึ่งก้าวเสมอ หลังจาก Simone สามารถทำให้ทางการจีนกวาดล้างตลาดสินค้าปลอมอีกแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งได้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแห่งนั้นก็หยุดโชว์สินค้าปลอม แต่กลับโชว์แค็ตตาล็อกสินค้าแทน อย่างเช่นแค็ตตาล็อกกระเป๋ารุ่นล่าสุดของ Louis Vuitton แล้วให้ผู้ซื้อเลือกเอาจากแค็ตตาล็อก จากนั้นจึงพาผู้ซื้อเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ไปที่คลังสินค้าที่เต็มไปด้วยสินค้าปลอมระดับ Super-A ที่บางแบบหาได้ก่อนหน้าที่ของแท้จะวางตลาดในจีนเสียอีก พร้อมทั้งชี้ชวนให้ผู้ซื้อเห็นว่า ของปลอมเหมือนของจริงในแค็ตตาล็อกเพียงใด และสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 1 ใน 8 ของของแท้เท่านั้น

แปลและเรียบเรียงจาก
Time June 13, 2005
โดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.