กลยุทธ์รวบกิจการของดาต้าแมท ที่กำลังเดินไป อย่างเข้มข้นในเวลานี้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงขับเคลื่อนของวินัย
พงศธร อดีตเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเข้ามาเป็นคนกลางในการดึงกลุ่มผู้ลงทุน
และซื้อกิจการทั้งหลายของดาต้าแมท
เพราะลำพัง มนู อรดีดลเชษฐ์ และทีมงานผู้ก่อตั้งนั้น ส่วนใหญ่จะคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจไอที
ชำนาญเรื่อง เทคโนโลยี แต่ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องของการเงิน ไม่เช่นนั้น แล้วมนูและผู้ก่อตั้งคงไม่ถูกกว้านซื้อหุ้นในตลาด
โดยที่ไม่ สามารถทำอะไรได้ ต้องยอมให้ถูกยึดอำนาจการบริหารไป
วินัยนั้นอย่างที่รู้กันดีว่า เป็นนักซื้อกิจการตัวยงคนหนึ่ง เคยมีประสบการณ์มาแล้ว
ในสมัยที่เขาบริหาร เฟิร์สท์ แปซิฟิกแลนด์พาร์ทเนอร์ส บริษัททำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกลุ่มเฟิร์สท์แปซิฟิค
ฮ่องกง ที่เคยฝากผลงานซื้อและขายกิจการหลายครั้ง จากการขายอาคารแปซิฟิกทาวเวอร์ให้ธนายง
และเทกโอเวอร์ ภูเก็ตยอร์ชคลับ เพื่อให้เฟิร์สท์แปซิฟิคเดินทางลัดเข้าตลาดหุ้น
เขาจึงโด่งดังมากๆ ในยุคตลาดหุ้นบูม จนได้ชื่อว่าเป็น พ่อมดการเงิน คนหนึ่งของเมืองไทยในยุคนั้น
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เงียบหายไปพักใหญ่ พร้อมกับข่าวคราวปัญหาเรื่องสุขภาพ
และมาปรากฏตัวอีกครั้งในดาต้าแมท
งานแถลงข่าวการเซ็นสัญญาซื้อกิจการบริษัท แอดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี
หรือ AIT แม้วินัยจะไม่ได้ขึ้นบนเวทีแถลงข่าว แต่เขาก็ปรากฏตัวเงียบๆ เป็นสักขีพยานอยู่ในงานด้วย
มนูเล่าว่าเขารู้จักกับวินัยมานานแล้ว จนมาในช่วงหลังเมื่อดาต้าแมทประสบปัญหาการเงินจึงเข้ามาเป็นคนกลาง
ในการดึงกลุ่มนักลงทุนเข้ามาถือหุ้น แต่ก็ไม่ได้ มานั่งทำงานประจำที่ดาต้าแมท
ส่วนใหญ่จะช่วยในเรื่อง ของการวิเคราะห์ทางการเงิน และมีส่วนร่วมในการเจรจา
ไม่ว่าจะเป็นการขายหุ้นให้กับกลุ่ม Cyber venture รวมทั้ง การซื้อกิจการ
AIT
คุณวินัย มาช่วยดูว่ามีช่องทางอะไร ที่เหมาะกับ สภาพของบริษัทดาต้าแมทหรือไม่
อะไรที่จะช่วยให้บริษัท ขยายหรือเติบโตได้
สำหรับมนูแล้ว การเข้ามาของวินัย จึงไม่เหมือนกับ เมื่อครั้งของกลุ่ม สุกัญญา
ประจวบเหมาะ ที่นอกจาก ไม่ได้นำเงินเข้ามาลงทุนแล้ว ยังทำให้ดาต้าแมทสูญเสียไปกับการทำธุรกิจที่ไม่ชำนาญ
ต่างไปจากครั้งนี้ นอกจากวินัยจะเป็นตัวกลางในการดึงเอากลุ่มทุนเข้ามาอัดฉีดเงิน
ดาต้าแมท 400 ล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นน้ำเลี้ยงให้ ดาต้าแมทเท่านั้น การไล่ซื้อกิจการที่ดาต้าแมททำอยู่
ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อโมเดลการทำธุรกิจที่เป็น ความชำนาญดั้งเดิมของดาต้าแมทต้องผิดเพี้ยนออกไป
เพราะกิจการที่ซื้อเข้ามา ล้วนแต่เป็นการต่อยอด หรือ เสริมให้กับธุรกิจ SI
ที่ดาต้าแมทมีความชำนาญอยู่แล้ว ให้เดินหน้าต่อไปได้
การมาของวินัย จึงได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ผู้ถือหุ้นเดิม หรือกลุ่มนักลงทุนใหม่
ที่เขาจะได้แสดงฝีมือ ในฐานะผู้จัดเจนในเรื่องของการ take over และควบ รวมกิจการอีกครั้ง
แม้จะไม่ใช่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แบบเดิมก็ตาม แต่เป็นธุรกิจคอมพิวเตอร์
ผลจะเป็นอย่างไร เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์