5 ตลาดหุ้นผุด "อาเซียนอินเด็กซ์"


ผู้จัดการรายวัน(22 มิถุนายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

5 ตลาดหลักทรัพย์ "สิงคโปร์-ไทย-มาเลย์-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์" ร่วมมือจัดทำดัชนีตลาดหุ้นอาเซียน หรือ "อาเซียนอินเด็กซ์" เตรียมเซ็นต์เอ็มโอยูร่วมกับบริษัทจัดทำดัชนีในเดือนหน้า หลังที่ประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนตกลงให้มีการร่วมมือกันในกลุ่มอาเซียน หวังยกชั้นตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่มีน้ำหนักน่าลงทุน มีดัชนีอ้างอิงสะท้อน และกำหนดนำอาเซียนอินเด็กซ์ไปนำเสนอในงานโรดโชว์อาเซียนที่ลอนดอน 22 กันยายนนี้

นายศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการดูแลสายงานวิจัยและข้อมูลสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ"ผู้จัดการรายวัน" ว่า ตลาดหลักทรัพย์ 5 ประเทศ ซึ่งได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์, ตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์, ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย และตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย มีข้อตกลงที่จะร่วมกันจัดทำ "อาเซียนอินเด็กซ์" หรือ ดัชนีตลาดหุ้นอาเซียนขึ้น

โดยคาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ตลาดหลักทรัพย์ของทั้ง 5 ประเทศ น่าจะมีการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น หรือ เซ็นต์ MOU ร่วมกับ บริษัทที่จัดทำดัชนี (Index provider) เพื่อจัดทำดัชนีตลาดหุ้นอาเซียน

ทั้งนี้ในการประชุมเพื่อหารูปแบบของความร่วมมือดังกล่าวที่ประชุมมีการเสนอรูปแบบความร่วมมือกันในหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น มีการเสนอให้เปิดทางให้ประเทศอาเซียนสามารถส่งออร์เดอร์โดยตรงมายังตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศได้ เช่นเดียวกับที่เปิดหน้าจอของตลาดหุ้นของสิงคโปร์ ให้ประเทศออสเตรียสามารถส่งออร์เดอร์เทรดได้โดยตรง ซึ่งวิธีดังกล่าวหากใช้กับตลาดหลักทรัพย์ไทยจะกระทบกับบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ของไทยทันที นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจดทะเบียนข้ามชาติ (ครอสลิสติ้ง) ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีการศึกษาและพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อน

"โจทย์เดิมที่ตั้งไว้อีกก็คือ อยากทำอาเซียน 100 หรือ TOP 100 เพราะอยากให้คนรู้จัก ซึ่งเป็นการจัดทำข้อมูลของบริษัทชั้นนำในประเทศอาเซียน แต่เนื่องจากโจทย์ของจริงเราคือ การยกระดับอาเซียนให้เป็นกลุ่มที่น่าลงทุน ซึ่งน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ ปัจจุบันนักลงทุนมองการลงทุนประเทศกำลังพัฒนา จะมองรวมเป็นตลาดเกิดใหม่ จึงมีการหารือพูดคุยกันใน 5 ประเทศ เห็นว่าคงต้องแยกออกมา ในที่สุดได้ข้อสรุปว่ารูปแบบของความร่วมมือกันครั้งนี้ คือ จัดทำอาเซียนอินเด็กซ์น่าจะตอบโจทย์ที่ต้องการให้มีความร่วมมือกันในกลุ่มอาเซียน สร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดอาเซียน"

นายศรษฐพุฒิกล่าวต่อว่า การร่วมมือกันระหว่าง 5 ประเทศ จนนำไปสู่การจัดทำอาเซียนอินเด็กซ์ของตลาดหลักทรัพย์ 5 ประเทศ เริ่มมาจากการประชุมของรัฐมนตรีคลังอาเซียนเมื่อปี 2547 ซึ่งโจทย์ของรัฐมนตรีคลังอาเซียน ต้องการให้อาเซียนมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศ โจทย์ดังกล่าวจึงผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นเจ้าภาพและเป็นการบ้านของตลาดหลักทรัพย์ 5 ประเทศที่ต้องมาประชุมกันเพื่อหารูปแบบในการร่วมมือกันในกลุ่มอาเซียน

"คงไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง แต่อยากให้ทุคนมองว่าอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่น่าลงทุน รัฐมนตรีการคลังอาเซียนได้กำหนดด้วยว่าจะต้องมีการดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อทันการจัดงานอาเซียนโรดโชว์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 กันยายนนี้ ที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ" นายนายศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีแห่งเดียวในเมืองไทย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่แข่ง ขณะนี้พบว่าสัดส่วนการไปซื้อขายนอกตลาดหุ้นตัวเองของตลาดหุ้นในโลกนี้ พบว่ามีถึง 30% ของมูลค่าการซื้อขาย กล่าวคือ บริษัทไปออกผลิตภัณฑ์หรือโพรดักท์ในตลาดต่างประเทศมากขึ้นและแนวโน้มปัญหาดังกล่าวตลาดหลักทรัพย์ไทยก็จะหนีไม่พ้น เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ไทยมีขนาดเล็ก ประกอบกับในปัจจุบันการมองของนักลงทุนยังมองเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้เมื่อรวมมูลค่าตลาดหรือมาร์เกตแคปตลาดระหว่างตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ แล้วยังมีมาร์เกตแคปได้ประมาณครึ่งกว่าของฮ่องกงเท่านั้น ซึ่งหากไม่ปรับปรุงทำให้ตลาดอาเซียนมีน้ำหนักก็จะลำบาก การจัดทำอาเซียนอินเด็กซ์ครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดทุนในอาเซียนที่สำเร็จเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้การจัดทำอาเซียนอินเด็กซ์จะช่วยให้เกิดผลิตภัณฑ์อ้างอิงดัชนีตลาดหุ้นอาเซียน

ส่วน TOP 100 บริษัทนั้นก็จะมีการจัดทำ โดยจะเป็นการร่วมมือกับประเทศที่ยังไม่มีตลาดหลักทรัพย์เข้ามาด้วย เช่น พม่า เขมร ลาว เวียดนาม บูรไน โดยการนำบริษัทเด่นของแต่ละเข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นรัฐวิสาหกิจ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.