กสิกรฯแนะติวเข้มส่งออกอาหารรับมือดอลลาร์


ผู้จัดการรายวัน(11 กรกฎาคม 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน กรณีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าส่งผลให้ค่าเงินสกุลอื่นๆ แข็งค่า ไม่เว้นเงินบาทไทย

บริษัทฯได้ชี้ให้เห็นผลดีพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อเศรษฐกิจไทยสามารถตั้งรับสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงลำบาก ผลกระทบเศรษฐกิจไทย การที่เงินดอลลาร์สหรัฐมีค่าอ่อนตัวลงนับตั้งแต่ต้นปี 2545 ส่งผล

ให้เงินบาทมีค่าแข็งขึ้นเป็นลำดับเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐแตะระดับ เฉลี่ยราว 41.37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2545 นับเป็นค่าเงินบาทเข้มแข็งที่สุดในรอบ 22 เดือน

และคิดเป็นอัตราเพิ่ม 6.7% เมื่อเทียบ กับค่าเงินบาท ณ ระดับเฉลี่ย 44.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐตอนต้นปี 2545 ขณะเดียวกันเงินบาทกลับมีค่าอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินเยนและเงินยูโร

ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยค่าเงินบาทลดลง 3.8% อยู่ในระดับเฉลี่ยราว 35 บาทต่อ 100 เยน และอ่อนตัวลง 3.5% แตะระดับเฉลี่ย 41 บาท/ยูโร เมื่อ วันที่ 9 กรกฎาคม 2545 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

จำกัด ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไทยจากการที่เงินบาทมีค่าเข้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐคาดว่า จะส่งผลกระทบด้านบวกสรุปได้ดังนี้ ผลดี 1. ตลาดหุ้นไทย

ความอึมครึมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2545 อันเนื่องมาจากวิกฤตศรัทธาระบบบัญชีธุรกิจของบริษัทอเมริกัน ได้ส่งผลให้นักลงทุนและกองทุนรวม ต่างประเทศชะลอการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ

และหันมาลงทุนในตลาดย่านเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย ส่งผลสนับสนุนตลาดหุ้นไทยกระเตื้องขึ้นเป็นลำดับในช่วงครึ่งปีแรก 2545 โดยดัชนีราคาหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 2

ปี ณ ระดับ 426.45 จุด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา และเคลื่อน ไหวอยู่ในระดับราว 400 จุด ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม นับว่าตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ดัชนีราคาหลักทรัพย์พุ่งขึ้น 31%

เมื่อเทียบกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ในระดับ 305.19 จุดตอนต้นปี 2545 อย่างไรก็ตาม กรณีอื้อฉาวของบริษัทสหรัฐฯที่ ปะทุมากขึ้นเรื่อยๆ และก่อให้ความปั่นป่วนในตลาด หุ้น Wall Street

อาจส่งผลเสียหายแก่ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย หากนักลงทุนตื่นตระหนกในวิกฤตตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจพากันเทขาย หุ้นในตลาดหุ้นแห่งอื่นๆ เพื่อรักษาเม็ดเงินลงทุนของ ตน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่นักเล่นหุ้นไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 2. ท่องเที่ยวไทย ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นกิจกรรม

ทางเศรษฐกิจที่มักได้รับผลกระทบทันทีจากการเปลี่ยนแปลงของเงินตราสกุลหลักต่างๆ คาดว่าธุรกิจ ท่องเที่ยวของไทยน่าจะได้รับผลดีจากการที่เงินเยนและเงินยูโรมีค่าแข็งแกร่งขึ้น

เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวยุโรปส่วนหนึ่งจะรู้สึกว่ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น กระตุ้นการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

ประเทศไทยนับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้สนใจเดินทางมาเยี่ยมเยี่ยน จึงคาดว่าจะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยลดลง

7.5% ในช่วง 4 เดือนแรก 2545 เหลือจำนวนนักท่องเที่ยว 414,534 คน การที่เงินเยนมีค่าแข็ง อาจมีส่วนช่วยจูงใจให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นใน ช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทางการไทยควรรณรงค์ส่งเสริม การท่องเที่ยวมุ่งจับตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นควบคู่ไป ด้วย เนื่องจากชาวญี่ปุ่นเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อสูง โดยทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ไทยสูงถึง

31,446 ล้านบาทในปี 2544 ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรปอยู่ในภาวะแจ่มใสมาตั้งแต่ต้นปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีหลัง 2545 เพราะค่าเงินยูโรที่แข็งแกร่งขึ้น

เป็นแรงเกื้อหนุนด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญประการหนึ่ง นักท่องเที่ยวกลุ่มยูโรโซนที่เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2545 ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 9.6% เบลเยียม 3.2% เยอรมนี ขยายตัว 2.7%

เป็นต้น กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยูโรโซนทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ไทยรวมกันสูงกว่า 50,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ข้อพึงระวัง : การที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง

อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อการท่องเที่ยวของ ไทยบางส่วน โดยเฉพาะตลาดอเมริกัน คาดว่านักท่อง เที่ยวสหรัฐฯ มีแนวโน้มเดินทางมาเที่ยวไทยลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทาง มาไทยลดลง 3.7% ในช่วง 4 เดือนแรก 2545 เหลือ จำนวนนักท่องเที่ยว 175,191 คน 3. รักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ การที่เงินบาทมีค่าแข็งขึ้นในช่วงนี้

ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อต่ำ ของไทยอยู่ในระดับต่ำ โดยประมาณว่าอัตราเงินเฟ้อ ของไทยจะชะลอตัวลงอยู่ในระดับราว 1% ในปีนี้ ทำ ให้ทางการไทยสามารถรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำต่อไป

ส่งผลดีในการช่วยกระตุ้นความต้องการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ สนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวมของไทยให้เติบโตต่อเนื่อง นอก จากนี้ การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ

ยังมิได้มีท่าทีจะปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นในขณะนี้ โดยังคงอัตราดอก เบี้ยระยะสั้น ณ ระดับ 1.75% ก็มีส่วนลดแรงกด ดันด้านอัตราดอกเบี้ยของไทยอีกประการหนึ่งด้วย

ถึงแม้ธนาคารพาณิชย์ไทยบางแห่งได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากบางประเภท แต่เป็น การบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละธนาคารเท่านั้น

ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยแต่ประการใด ดังนั้นความมั่นคงของค่าเงินบาท ในระยะนี้ จึงไม่มีอิทธิพลโดยรวมต่อการเคลื่อน

ไหวของอัตราดอกเบี้ยทั่วไปของไทย ข้อเสนอแนะ 1. ติวเข้มกลยุทธ์ส่งออกอาหารไทย อาหารของ ไทยจัดเป็นสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพสูง โดยทำรายได้ให้แก่ประเทศเฉลี่ยประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์

สหรัฐ/ปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทยในแต่ละปีแต่ น่าเสียดายที่อัตราการขยายตัวในการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารไม่สม่ำเสมอนัก

ทางการไทยจึงควรส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตอาหารอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าประเภทอาหารของไทยในตลาดโลก อาทิ เร่งรัดแผน

แม่บทอุตสาหกรรมอาหารให้เป็นรูปเป็นร่างโดยเร็ว เน้นความสะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารปนเปื้อนทุกขั้นตอนการผลิตอาหาร ส่งเสริมการผลิตและส่งออกอาหารสากล (อาหารสำหรับชาวมุสลิม)

โดยทางการไทยควรรับรองคุณภาพมาตรฐานอาหาร ฮาลาล เพื่อสร้างความไว้วางใจในกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมในต่างประเทศ สร้างจุดแข็งเอกลักษณ์สินค้าไทย ป้องกันการลอกเลียนแบบ

โดยจดลิขสิทธิ์ชื่อเฉพาะตามแหล่งกำเนิดสินค้า เช่น ข้าวหอมมะลิ 2. ระดมสมองวิจัยและพัฒนา (R&D) ทาง การไทยต้องปลูกฝังการศึกษาให้ตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา

เพื่อเสริมจุดแข็งในการผลิตสินค้าและบริการ เนื่องจากไทยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.26% ของมูลค่า GDP เท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อ เปรียบเทีบกับเม็ดเงินด้าน

R&D ของประเทศพัฒนา แล้ว ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 1.2-2.3% ของ GDP ถึงแม้ทางการไทยกำลังพยายามเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจแขนงต่างๆ สนใจปรับปรุงด้าน R&D อย่างจริงจัง

โดยสามารถนำเงินค่าใช้จ่ายด้าน R&D ไปลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมทั้งจัดตั้งโครงการกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อ ช่วยเหลือด้าน R&D แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

(SMEs) ที่ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่โครงการประเภทนี้ควรที่จะกระจายความช่วย เหลือไปยังธุรกิจประเภทอื่นๆ ด้วย เพื่อวางรากฐานด้าน R&D ของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs อย่างสม่ำ เสมอต่อไป 3.

ขยายวงการค้าเสรี การค้าขายสินค้าภายใต้ กรอบความร่วมมือการค้าเสรี น่าจะช่วยบรรเทาความ ผันผวนทางการค้าอันเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ

ได้ในระดับหนึ่ง ขณะนี้ ทางการไทยได้เจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญๆ เพื่อหาลู่ทางจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างกัน อาทิ เขตการค้าเสรีไทย-จีน ความร่วมมือทางด้านการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น

เขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย เขตการค้าเสรีไทย-เกาหลีใต้ ความร่วมมือทางการเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างไทยกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น

ทางการไทยควรไตร่ตรองกรอบความร่วมมืออย่างรอบคอบ เพื่อ ให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยุติธรรมและให้เป็น รูปเป็นร่างโดยเร็วเพื่อคลี่คลายบรรยากาศการกีดกัน

ทางการค้าที่เริ่มปกคลุมเวทีการค้าโลกในระยะนี้ 4. เร่งรัดการค้าแบบหักบัญชี กลยุทธ์การค้าแบบหักบัญชี (Account Trade) ระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าต่างๆ เป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยบรรเทา

ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตราต่างประเทศ เพราะระบบการค้าแบบหักบัญชีจะช่วยลดการพึ่งพาเงินตราสกุลหลักในการติดต่อค้า ขายระหว่างกันลงอย่างมาก

เนื่องจากการค้าขายจะกระทำให้รูปเงินตราสกุลท้องถิ่นของแต่ละประเทศเป็นหลัก และบันทึกบัญชีเอาไว้ก่อน จนกว่าจะถึงกำหนดเวลาชำระบัญชี

โดยจะจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลหลัก เฉพาะส่วนต่างระหว่างการส่งออกและการนำเข้าเท่านั้น ทางการไทยควรเร่งดำเนินการระบบการค้าแบบหักบัญชีให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

เพราะจวบจนถึงบัดนี้ระบบการค้าดังกล่าวยังไม่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริงจัง 5. เจียระไนจุดแข็งท่องเที่ยวไทย ประเทศไทย มีความได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวเป็นพื้นฐานสำคัญ

ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงามตามธรรม ชาติ แหล่งโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความเป็นมิตร ของคนไทยทั่วไป

แต่ไทยควรวางจุดขายให้ชัดเจน มี แผนการตลาดแก่กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวให้เหมาะสม และมีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น อาทิ

ชูจุดขายพักผ่อนระยะยาว การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม-สัมมนา-นิทรรศการระหว่างประเทศ ที่เรียก กันย่อๆ ว่า MICE (Meeting Incentives, Cnven tions, Exhibitions) เป็นต้น 6.

ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว การแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศของชาติต่างๆ ใน เอเชียทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่จีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก

(WTO) เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากต่าง ชาติจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่จีน มาตรการที่คาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบด้านการลงทุนจากต่างชาติของไทย อาทิ ส่งเสริม one-stop service

ให้แพร่ หลาย ขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม ปรับปรุงประสิทธิภาพแรงงานไทยให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบด้านฝีมือและความชำนาญ งานของคนงานไทย

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่ดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาจัดตั้งโรงงานในไทย แม้ว่าค่าจ้างแรงงานไทยจะสูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สร้างความรู้สึกที่คุ้มค่า และน่าเชื่อถือ เป็นต้น



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.