บีโอไอเตรียมปรับการทำงานในสำนักงานบีโอไอทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศใหม่เร็วๆ
นี้เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ชาติที่จะดันวิสาหกิจชุมชนไทยที่ส่วนใหญ่เป็น SMEs
เชื่อมโยงกับทุกประเทศ
โดยมีเป้าหมายใน 5 อุตสาหกรรมหลัก วางงบประมาณทำงานตามกรอบ 7 ยุทธศาสตร์บีโอไอ
200 ล้านบาท/ปี ยึดตัวเลขลงทุนเข้าไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท
พร้อมจับมือวท.มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ นวัตกรรมใหม่ นายสมพงษ์
วนาภา เลขา- ธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เปิดเผยว่า
บีโอไอเตรียมที่จะปรับบทบาทการทำงานในส่วนของสำนักงาน บีโอไอต่างจังหวัดที่มีอยู่
6 สาขาและสำนักงานบีโอไอต่างประเทศ ที่มีอยู่ 4 สาขา โดยจะทำงานประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรม
กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และอื่นๆ ในการส่งเสริมวิสาหกิจ
ชุมชนที่จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ภาครัฐบาลโดยวิสาหกิจชุมชนที่
ส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง และย่อม (SMEs) ของไทยเชื่อมกับ SMEs ต่างประเทศ
สำหรับเป้าหมายอุตสาหกรรม จะเน้นสอดคล้องกับรัฐ คือ 5 อุต-สาหกรรมหลักได้แก่
อุตสาหกรรมอาหาร
ยานยนต์ อัญมณี และเครื่อง ประดับ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งทอ โดยจะมองภาพรวม
ให้เป็นกลุ่มหรือ Cluster ลงไป และกำหนดประเทศเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมแฟชั่น
ก็ต้องมองประเทศผู้นำอย่างฝรั่งเศส อิตาลี สำนักงานบีโอไอต่างประเทศจะต้อง
เชื่อมโยง SMEs กลุ่มประเทศเป้าหมายดังกล่าวเข้ามาเชื่อมกับ SMEs ไทยให้ได้
เป็นต้น
ทั้งนี้บทบาทดังกล่าวถือเป็นบทบาทใหม่ที่บีโอไอในอดีตไม่เคยดำเนินการซึ่งถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่จะนำไปสู่แผนยุทธ-
ศาสตร์ ที่วางไว้ 7 อย่าง ได้แก่
1.การแก้ไขปัญหานักลงทุนและเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน 2.การบริหารงานส่งเสริมการลงทุน
เพื่อลดขั้นตอนการส่งเสริมที่ยุ่งยาก 3.การปฏิบัติการตลดาเชิงรุก
มุ่งเป็นประเทศและอุตสาหกรรมที่จะชักจูงการลงทุน 4.พัฒนาองค์กร ให้มีความรู้ในเรื่องข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นผู้ประ-
กอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อม รับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
5.การพัฒนาและเสริมสร้างเครือข่ายการลงทุน 6.การเสริมสร้างความแข็ง แกร่งและความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจไทย
7 การพัฒนาและสถาปนาวิสาหกิจชุมชน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ
แผนปฏิบัติงานซึ่งเราได้ระดมสมอง ร่วมกับพนักงาน 300 คนแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งยุทธศาสตร์
ดังกล่าววางแผนทำงานไว้ 3 ปี แต่ตัวเลขชี้วัดเพื่อเป้าหมายของเม็ด
เงินลงทุนยังไม่ได้มีการวางแต่คงจะยึดหลักให้การลงทุนเข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า
2 แสนล้านบาทเช่นเดิม ซึ่งแผนทั้งหมดคงจะต้องใช้งบประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี"นายสมพงษ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม
สาขาบีโอไอในต่างประเทศนั้นจำเป็นจะต้องมีการขยายเพิ่มขึ้นจากเดิมมีเพียง
4 แห่ง โดยเร็วๆ นี้ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศ
จีน ภายในปีนี้
และกำลังพิจารณาอีกหนึ่งเมืองในจีนแต่คงจะต้องรอ บอร์ดบีโอไออนุมัติหลักการก่อน
ส่วนในปีงบประมาณ 2546 จะเปิดสำนักงานบีโอไอที่โอซากา
ประเทศญี่ปุ่นจากที่ก่อนหน้าได้ปิดลงไปเพราะมีปัญหาช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมกับเปิดที่เมืองซานฟรานซิสโก
ประเทศสหรัฐอเมริกา เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า จากนี้
ไปบีโอไอจะมุ่งเน้นการให้การส่งเสริมการลงทุนที่พิจารณาจากทักษะ เทคโนโลยี
โอกาสของการเข้าไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลาดใหม่ หรือเรียก ว่านวัตกรรมใหม่ โดยไม่ได้มอง
แค่เพียงเม็ดเงินลงทุนอย่างเดียว เพราะในโลกปัจจุบันเศรษฐกิจมาจากรากฐานทางปัญญาไทย
จำเป็นจะต้องไต่บันไดเพื่อไปสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้ได้
โดยแนวร่วมของ เราก็คือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วท.) ที่จะต้องก้าวไปด้วยกันในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยี
หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ อุตฯวาง 7
ยุทธศาสตร์ นายมนู เลียวไพโรจน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปีงบประมาณพ.ศ.2546
กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีรวมทั้งสิ้น 4,246.537
ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2545 เป็นจำนวน 32.741 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ
0.78 โดยกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 7 ประการ ได้แก่ 1.การชี้นำและกำกับดูแลอุตสาหกรรมและ
SMEs
โดยการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กฎระเบียบ
มาตรฐานสากล และสามารถลดความเสี่ยงกับความไม่ แน่
นอนจากเศรษฐกิจโลกให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 2.การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและ
SMEs
โดยมีเป้าหมายให้การผลิตและการส่งออกภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น
3.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ ส่งเสริม
ให้ผู้ประกอบการมีจำนวนเพิ่ม มากขึ้นและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตและการบริหารจัดการ
4.การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของวิวสหกิจชุมชน มีเป้าหมายให้สินค้าของชุมชนมีคุณภาพสูงขึ้น
สามารถเชื่อมโยงสู่ตลาดได้มากขึ้น ผู้ประกอบการสามารถปรับใช้ความรู้สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการผลิต
5.เพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติด้านทรัพยากรธรณี
6.เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา ใช้อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล 7.เพิ่มขีดความสามารถในการ
จัดหาพลังงาน