เปิดแผน e-Business "กสท"


ผู้จัดการรายวัน(14 มิถุนายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เปิดแผน e-Business กสท ปีนี้หวังรายได้ 100 ล้านบาท จากการให้บริการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแผนให้บริการ CAT Pay Point ในเดือนพ.ย. ด้วยเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอ 1 หมื่นจุด ให้บริการทั่วประเทศในการรับชำระค่าบริการออนไลน์ และใช้เป็นจุดรองรับ บริการ e-Goverment เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายใหญ่การเป็น ICT Super HUB ในภูมิภาค

นายยอดชาย แก้วเพ็ญศรี ที่ปรึกษา บริษัท กสท โทรคมนาคมกล่าวถึงแผนธุรกิจด้าน e-Business ของกสทว่า ในเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้กสทจะเปิดให้บริการชำระเงินออนไลน์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ ในลักษณะการเป็น CAT Pay Point โดยวางเป้าหมายว่าจะติดตั้งอุปกรณ์ปลายทางที่สามารถอ่านข้อมูลบัตรสมาร์ทการ์ด บัตรแถบแม่เหล็ก การสแกนบาร์โค้ด รวมทั้งการแสดงตัวตนด้วยลายนิ้วมือ จำนวนประมาณ 1 หมื่นจุดทั่วประเทศ กระจายยังที่ทำการอบต.ที่มีอยู่ประมาณ 8 พันแห่ง ชุมชนขนาดใหญ่ๆ ตามอาคารสำนักงานต่างๆ

"จุดชำระเงินดังกล่าวจะรับชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการอื่นๆรวมทั้งเป็นจุดที่ตอบสนองบริการต่างๆ ตามนโยบาย e-Goverment ของรัฐบาล"

สำหรับอุปกรณ์ปลายทางจะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งปัจจุบันในจีนมีการใช้งานในลักษณะดังกล่าวอย่างแพร่หลาย

บริการ CAT Pay Point เป็น 1 ใน 5 บริการหลักด้าน e-Business ของกสท ที่คาดว่าในอนาคตจะทำรายได้ในระดับหลายพันล้านบาท ส่วนบริการด้านอื่น ประกอบด้วยบริการที่ 1.e-Procurement Solution ที่จะเปิดให้บริการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ภายในเดือนนี้ โดยเริ่มจากการประมูลภายในของกสทด้วยโครงการระบบบิลลิ่ง และ CRM มูลค่า 2,100 ล้านบาท ในวันที่ 20 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ และโครงการเคเบิลใต้น้ำระบบ DWDM มูลค่า 1,500 ล้านบาท วันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งกสทหวังใช้ทั้ง 2 โครงการแสดงให้เห็นศักยภาพของกสทในการให้บริการด้าน e-Auction กับหน่วยราชการ

เขากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะใช้บริการ e-Auction ของกสทในการประมูลขายสินค้าเกษตรอาหารอย่างกุ้งกุลาดำแช่แข็ง เมล็ดข้าวโพด มัน ข้าวสารซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนรายละเอียดร่วมกันอยู่ โดยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท นอกจากนี้กระทรวงการคลังก็มีนโยบายว่าในการประมูลโครงการขนาดใหญ่มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่มีการประมูลซับซ้อนในลักษณะ e-Tendering ก็จะให้หน่วยงานมาใช้บริการของกสท อย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

กสทจะใช้สำนักงานสาขาที่มี 104 สาขาทั่วประเทศ ในการเป็นตัวแทนการตลาดหรือ Marketing Arm ในการเข้าไปให้ความรู้กับหน่วยราชการต่างๆ ในการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากส่วนราชการในภูมิภาคยังขาดความรู้และความเข้าใจในการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งผู้ให้บริการรายใหญ่ของเอกชนยังกระจุกตัวให้บริการเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ ไม่สามารถเข้าไปให้บริการอย่างทั่วถึง

"e-Auction ของกสท มีถึง 12 รูปแบบ สามารถเลือกผู้ชนะรายเดียวหรือมากกว่ารายเดียวก็ได้ และการที่เรามีสำนักสาขา 104 แห่งเท่ากับเราสามารถให้บริการได้ทั่วทุกแห่งของ พื้นที่ ซึ่งเอกชนไม่สามารถให้บริการได้ แต่ตลาด e-Auction ใหญ่มาก และเพียงพอสำหรับผู้ให้บริการทุกราย ต่างจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา ที่แข่งกันดัมป์ราคาจนบางรายอยู่ไม่ได้"

นอกจากนี้ กสทจะให้บริการ e-Catalog RFP/RFQ ภายในเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้ ส่วนบริการประเภทที่ 2 คือบริการด้าน Retail & Wholesale Online หรือบริการ อี-คอมเมิร์ซ ในลักษณะ B2C หรือธุรกิจกับผู้บริโภคที่จะเริ่มให้บริการในเดือนพ.ย.เพื่อรองรับ CAT Pay Point บริการที่ 3 คือ Multimedia Hub เพื่อเป็นศูนย์กลางให้บริการด้านมัลติมีเดียไม่ว่าจะเป็น e-Learning คอนเทนต์ด้านบันเทิงต่างๆ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วทั้งพื้นฐานและ ไร้สาย โดยที่กสทคาดว่าจะให้บริการในปี 2549

ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองนำร่องการส่งคอนเทนต์ด้าน e-Learning ไปยังจังหวัดในภาคเหนือ รวมทั้งส่งคอนเทนต์ด้านบันเทิงไปตามโรงแรมใหญ่ๆ ทั้งสารคดีและภาพยนตร์เพื่อทดสอบระบบของกสท ซึ่งต่อไปในอนาคตกสทจะเป็นศูนย์กลางหรือตลาดกลางคอนเทนต์ ที่จะรวบรวมคอนเทนต์ของบริษัทต่างๆ ทั้งเก็บเงินและฟรี เพื่อให้บริการผ่านเว็บท่าของกสท

บริการที่ 4 คือการเป็น Application service Provider หรือการให้บริการเช่าใช้ซอฟต์แวร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเลือกซอฟต์แวร์ที่จะให้บริการไม่ว่าจะเป็นด้าน CRM หรือ ERP รวมทั้งต้องคุยกับพาร์ตเนอร์ที่ร่วมลงทุนอย่างธนาคาร SME และบริษัท ดาต้าแมท ว่าจะเดินหน้าธุรกิจนี้อย่างไร

ส่วนเป้าหมายในอนาคตของ e-Business Unit นี้วางตัวเองเป็น ICT Super HUB ในระดับภูมิภาค ด้วยเป้าหมายให้บริการ e-Business ครบวงจร เป็นธุรกิจแสนล้านบาทบนโครงข่ายของกสท เนื่องจากกสทถือว่าเป็นองค์กรที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับให้บริการด้านนี้ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายเคเบิลใยแก้ว ดาวเทียม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งการให้บริการบนเว็บเซอร์วิส โดยมี 2 บริการหลักที่จะทำให้เป็น ICT Super HUB

อย่างโครงสร้างการให้บริการบนเว็บเซอร์วิส และการให้บริการ Internet Data Center หรือ IDC ซึ่งจะเป็นศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่มาก ที่หน่วยงานรัฐและเอกชนสามารถใช้เป็นที่เก็บข้อมูลหรือเป็นระบบสำรองได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเองนอกจากนี้การให้บริการในลักษณะเว็บเซอร์วิส จะช่วยในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลสำหรับการซื้อขายสินค้าต่างๆ ได้มาก

"รายได้ของกสท ในปีนี้จาก e-Auction กับ e-Catalog ประมาณ 100 ล้านบาทแล้ว ปลายปีนี้ภาพของกสทจะไม่ใช่แค่การให้บริการโทรศัพท์ต่างประเทศ แต่จะเห็นถึงการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับ ICT ซึ่งเป็นภาพที่เปลี่ยนไปของกสท"


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.