เป๊ปซี่ประกาศชัยขึ้นแท่นผู้นำตลาด ยกสองแจ้งเกิดน้ำผัก-ผลไม้ล่าสุดเปิดตัวมิรินด้าแบทแมน


ผู้จัดการรายวัน(10 มิถุนายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เป๊ปซี่ประกาศตัวโค่นบัลลังก์โค้กสำเร็จ ขึ้นเป็นผู้นำเจ้าตลาดน้ำอัดลมรวมผงาดครองแชร์ 49.1% เป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ย้ำปีนี้เน้นบริหาร 5 แบรนด์ ให้เติบโตก่อน ส่วนก้าวต่อไปขอแจ้งเกิดตลาดน้ำผัก-ผลไม้ หลังชาเขียวแข่งดุสองเดือนแห่ออกสินค้าใหม่เพียบ ล่าสุดเกาะกระแสแบทแมน ทุ่ม 30 ล้านบาท เปิดตัว "มิรินด้า แบทแมน บีกินส์" ตั้งเป้ายอดขายพุ่ง 10%

นายชาลี จิตจรุงพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 30,000 ล้านบาท ในช่วง 4 เดือนแรก ที่ผ่านมานี้เติบโต 4% ในขณะที่อัตราการเติบโตของบริษัทสามารถโตได้มากกว่าตลาดรวมคือ 6% โดย มีน้ำดำหรือเป๊ปซี่เป็นตัวผลักดันซึ่งในช่วง 4 เดือน เติบโตถึง 8% ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของบริษัทขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง คือ 49.1% ในรอบ 52 ปี เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่ง 46% ขณะที่ค่ายคู่แข่งโค้กมีส่วนแบ่ง 48.3% และอื่นๆ 2.6% ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นจากการดำเนินกลยุทธ์ในตลาดน้ำดำ ด้วยการใช้มิวสิกมาร์เกตติ้ง, ซอกเกอร์ ตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การมีภาพยนตร์โฆษณา โปรโมชัน และนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ตลาดน้ำสีมิรินด้าก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยหลังเปิดตัว "มิรินด้า มะนาวสะใจ" ลงสู่ตลาดในช่วงหน้าร้อน ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือน ยอดขายรสชาติดังกล่าวเติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ 229% และส่งผลให้ทั้งแบรนด์มียอดขายโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับการออกรสชาติอื่นๆ ส่งผลให้แบรนด์ มิรินด้าเติบโต 10% ในขณะที่ตลาดน้ำสีมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 20% จากมูลค่าตลาดรวม 30,000 ล้านบาท สภาพตลาดทรงตัว ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเริ่มเปิดตัวทูตมิรินด้าคนใหม่ คือ ศรราม เทพพิทัพษ์ กับโปรโมชัน Challenge the Alps เน้นภาพลักษณ์ความสนุกสนานของแบรนด์และทูตของแบรนด์ รวมทั้งการใช้กลยุทธ์การตลาดอย่างครบวงจร

สำหรับก้าวต่อไปของบริษัทในขณะนี้ จากแนวโน้มเครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค บริษัทจึงมีความสนใจเข้ามาทำตลาดเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการศึกษาน้ำผักผลไม้ เนื่องจากตลาดนี้ยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาดอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้ตัวสินค้า อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาวิจัยรสชาติและพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะที่ตลาดชาเขียวเป็นอีกตลาดหนึ่งที่บริษัทให้ความสนใจ เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็ว แต่สภาพการแข่งขันมีความรุนแรง เพราะมีผู้เล่น 2 รายใหญ่ เป็นผู้นำตลาดชัดเจน และยังมีผู้เล่นรายใหม่ถึง 4 ราย เข้ามาทำตลาดชาเขียวเพิ่มขึ้น ภายในช่วงเวลา 2 เดือน

"ตอนนี้เราให้ความสนใจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเปิดตัวสินค้าในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในกลุ่มใดก่อน ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวสินค้า และการแข่งขันของตลาด ซึ่งจะต้องรอดูจังหวะดีๆ ไม่ใช่เห็นคู่แข่งลงแล้วจะลงบ้าง อย่างน้ำผลไม้ ทรอปิคาน่า ขณะนี้ยังไม่ลงตัวจึงยังบอกอะไรไม่ได้ แต่สินค้าที่คู่แข่งมีของบริษัทก็มีหมดทุกอย่างเช่นกัน"

นายฐิติวุฒิ์ บุลสุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าค่ายคู่แข่งจะเปิดตัวสินค้าหลายตัวลงสู่ตลาดก็ตาม แต่ที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทมีหลากหลายแบรนด์ อาทิ เกเตอเรด ลิปตัน เป๊ปซี่ มิรินด้า คริสตัล ซึ่งนโยบายของบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารงานอย่างไรให้สินค้าในเครือทุกกลุ่มมีอัตราการเติบโต และโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการให้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้ร่วมมือกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และโมโตโรล่า ด้วยการทุ่มงบ 30 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ "มิรินด้า แบทแมน บีกินส์" ตั้งแต่มิ.ย.-ก.ค.48 เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์ในด้าน แลก ลด และลุ้นโทรศัทพ์มือถือโมโตโรล่า และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย คาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะกระตุ้นยอดขายได้ 10% โดยปัจจุบันเป๊ปซี่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ส่วนโค้กกว่า 30% จากมูลค่าตลาด 24,000 ล้านบาท ส่วนมิรินด้ามีส่วนแบ่งกว่า 20% แฟนต้ากว่า 70% จากมูลค่า 6,000 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.