Nokia Platinum Screen

โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ
นิตยสารผู้จัดการ( มิถุนายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เมื่อโนเกียบุกโรงภาพยนตร์สุดหรูของค่ายเมเจอร์

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ค่อยบ่อยนักในเมืองไทย ที่จะมีเจ้าของกิจการหรือผู้ผลิตสินค้าใดสินค้าหนึ่งตัดสินใจใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับการใช้ชื่อแบรนด์สินค้าของตัวเองติดอยู่กับเบาะเก้าอี้ทุกตัวในโรงภาพยนตร์ พร้อมกับใช้ชื่อเดียวกันนี้ติดไว้ที่ด้านหน้าทางเข้า ประหนึ่งเป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์นี้ไปกลายๆ

"Nokia Platinum Screen" คือปรากฏการณ์ล่าสุดที่ว่านี้ เมื่อโนเกีย ประเทศไทย จับมือกับค่ายเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัวโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมภายใต้ชื่อดังกล่าว เพื่อเป็นทั้งสถานที่โปรโมตแบรนด์ โนเกีย และสร้างรายได้จากกิจกรรมที่ต่อเนื่องอย่างอื่นอีกมากมาย ตลอดระยะเวลาที่มีการสัญญาความร่วมมือของทั้งสองค่าย

แม้โนเกียจะเคยทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนภาพยนตร์หรือความบันเทิงมาแล้วหลายปีก่อนหน้านี้ แต่การโปรโมตแบรนด์ของตนเองผ่านการใช้โรงภาพยนตร์เป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งก็ว่าได้

"แบรนด์พรีเมียมก็ต้องไปกับแบรนด์พรีเมียม" คือคำพูดกินใจความของความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ซึ่งผู้บริหารทั้งสองค่ายกล่าวเอาไว้ในวันงานแถลงข่าวที่เกิดขึ้น เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีบรรดาสื่อมวลชนหลากหลายสาขา ทั้งบันเทิง ไอที และการตลาดเข้าร่วมอย่างแน่นขนัด

โรงภาพยนตร์ Platinum ของเมเจอร์ ถือเป็นโรงภาพยนตร์ที่หรูติดอันดับต้นๆ ในบรรดาภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์และอีจีวี กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งกลายเป็นเครือหนึ่งเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ โดยค่ายเมเจอร์เพิ่งจะตัดสินใจสร้างขึ้นเพื่อรองรับความร่วมมือกับโนเกียโดยเฉพาะ ภายใต้การลงทุนต่อโรงกว่า 20 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นค่าตกแต่ง ค่าเบาะหนังทุกเก้าอี้ และระบบเสียงสมบูรณ์แบบที่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด

โรงภาพยนตร์แบบใหม่ที่ใช้ชื่อของโนเกียนำหน้ามีทั้งหมด 2 โรงในเมเจอร์รัชโยธิน และอีก 1 โรง ในเมเจอร์ สาขาเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซ่า กิจกรรมส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการฉายภาพยนตร์ที่ถูกคัดสรรว่าเหมาะสำหรับโรงภาพยนตร์หรู และให้บริการเป็นสถานที่ให้เช่าสำหรับกิจกรรมการเปิดตัวและงานแถลงข่าวสำหรับห้างร้าน บริษัท หรือแม้แต่งานเปิดตัวภาพยนตร์ใหม่ๆ โดยรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ทางเมเจอร์เป็นผู้จัดเก็บ ขณะที่การบริหารจัดการนั้นทำร่วมกันทั้งสองบริษัท

ผู้บริหารของโนเกีย ประเทศไทย ยอมรับว่า เมเจอร์ถือเป็นแหล่งที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่โนเกียต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งความสามารถเหล่านี้ หาได้ในมือถือของโนเกียด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ปฏิเสธที่เมเจอร์กลายเป็น Total Customer Experience ที่โนเกียต้องเลือกเข้ามาเป็นพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ของตนในครั้งนี้

ความพิเศษของโรงภาพยนตร์แห่งใหม่นี้มิเพียงแต่ภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้บริการลูกค้า ตั้งแต่การซื้อบัตรชมภาพยนตร์ที่มีช่อง VIP รองรับลูกค้าในกลุ่ม Platinum โดยเฉพาะพร้อมกับล็อบบี้เลานจ์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะแยกจากลูกค้าทั่วไปสำหรับใช้เพื่อนั่งรอชมภาพยนตร์ และบริการจัดเสิร์ฟเครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวตลอดการชมภาพยนตร์จากพนักงาน

ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหนือการคาดเดามากนัก ที่ความร่วมมือของทั้งโนเกียและเมเจอร์ฯ กลายเป็นสูตรสำเร็จของการทำตลาดในยุคนี้ ต่างคนต่างได้ ต่างคนต่างเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของตนเอง เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้

โนเกียได้กลุ่มลูกค้าใหม่จากฐานลูกค้าของเมเจอร์ ที่คาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีการใช้งานเฉพาะโรง Platinum อย่างเดียวกว่า 5 แสนราย จนถึงช่วงสิ้นปี ไม่รวมกับฐานลูกค้าเก่าที่เข้ามาใช้บริการของโรงภาพยนตร์เมเจอร์อยู่แล้วอีกหลายล้านราย

ขณะที่เมเจอร์มีโอกาสได้ลูกค้าทั้งใหม่และเก่าหมุนเวียนมาใช้บริการโรงภาพยนตร์ใหม่นี้เพิ่มขึ้น จากฐานลูกค้าของโนเกียที่มากมายหลายล้านคนในประเทศไทย ซึ่งโนเกียเป็นอันดับหนึ่งของค่ายที่ขายมือถือได้มากที่สุดอยู่ในปัจจุบัน หรือจากการทำกิจกรรมของโนเกีย และรายได้จากการให้เช่าสถานที่ ซึ่งผู้บริหารเมเจอร์เชื่อว่ารูปแบบของโรงภาพยนตร์แห่งนี้จะสร้างรายได้กว่าการใช้เพื่อฉายภาพยนตร์ปกติอย่างที่เคยเป็นอยู่มากโขทีเดียว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.