|

หุ้นน้องใหม่กลุ่มยานยนต์
นิตยสารผู้จัดการ( มิถุนายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่งเข้าทำการซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม วันถัดมาก็ขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2547 ให้กับผู้ถือหุ้นทันที ในอัตราหุ้นละ 10 สตางค์ เรียกว่าเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับหุ้นของบริษัทสหมิตรเครื่องกล หรือ SMIT ได้โดยไม่ต้องใช้กรีนชู ออปชั่น มาช่วยเหมือนกับหุ้นใหม่หลายๆ ตัวในช่วงหลัง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะจากราคาจองหุ้นละ 2.75 บาท เข้าตลาดวันแรกราคาปรับขึ้นไปถึง 5.35 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ 5.25 บาท คิดเป็นผลกำไรให้กับผู้จองซื้อหุ้นเท่ากับ 90.90%
ธุรกิจของสหมิตรเครื่องกลคือการเป็นตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบที่ใช้ทำแม่พิมพ์และเครื่องมือ รวมถึงการจำหน่ายเครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษและเยื่อกระดาษ โดยมีฐานลูกค้าราว 2,000 ราย อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนคิดเป็นสัดส่วน 50% ของรายได้ทั้งหมด อีก 20% มาจากอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งพิมพ์ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้และอิเล็กทรอนิกส์
เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้กว่า 200 ล้านบาท ถูกแบ่งไปใช้ชำระหนี้ 45 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้สหมิตรเครื่องกลปลอดหนี้ระยะยาว และจะใช้ในโครงการชุบแข็งเหล็กอีก 130 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อไป
ผู้บริหารสหมิตรเครื่องกลคาดว่าจะเปิดให้บริการชุบแข็งเหล็กได้ในช่วงต้นปี 2549 โดยจะเป็นบริการต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ เหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์และเครื่องมือ (Special Steel) เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อเหล็กแข็งจากบริษัทจะต้องนำไปชุบแข็งเหล็กก่อนนำไปใช้งานอยู่แล้ว การเปิดบริการดังกล่าวเพิ่มขึ้น จะช่วยให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการครบวงจรในอุตสาหกรรมผลิตแม่พิมพ์และเครื่องมือ ซึ่งไม่เพียงการรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ แต่ยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น และในอนาคตยังใช้ผลิตวัสดุสิ้นเปลือง เช่น ใบมีด ใบเลื่อย เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าทดแทนการนำเข้าได้อีกด้วย
"คิดว่าโครงการชุบแข็งเหล็กจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 5-6 ปี เพราะการที่เรามีบริการนี้เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยให้ขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้ปีละประมาณ 20%" ชัยศิลป์ แต้มศิริชัย กรรมการผู้จัดการ สหมิตรเครื่องกล กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานของสหมิตรเครื่องกลในระหว่างปี 2544-2546 มีรายได้ 1,038 1,085 และ 1,267 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10.54% ต่อปี โดยมีกำไรสุทธิ 60.46, 65.76 และ 43.54 ล้านบาท ส่วนในปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1,416 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 126.33 ล้านบาท
สหมิตรเครื่องกลเป็นบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มยานยนต์เป็นรายที่ 4 ในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้แก่ ยานภัณฑ์ (YNP) เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ (KPN) และสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ตามลำดับ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|