|

ซีเอสทีโต้ผลทดสอบเนคเทค พร้อมชี้แจงนายกฯทุกประเด็น
ผู้จัดการรายวัน(24 พฤษภาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ซีเอสทีโต้ผลทดสอบเนคเทค ที่อ้างว่าบัตรสมาร์ทการ์ดไม่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบมัลติ-แอปพลิเคชั่น ยันพร้อมชี้แจงนายกฯ มั่นใจทำตามทีโออาร์ที่เขียนโดยตัวแทนไอซีที มหาดไทย และเนคเทค ทุกขั้นตอน
นายธนพล เจิมประไพ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซิสโก้ เอ็นจิเนียริ่ง ตัวแทนกิจการร่วมค้าซีเอสที ผู้ชนะการประมูลบัตรประชาชนอเนกประสงค์หรือสมาร์ทการ์ดจำนวน 12 ล้านใบ มูลค่า 888 ล้านบาท กล่าวว่า จากผลทดสอบสมาร์ทการ์ดที่นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รายงานหลังจากที่ได้มีการนำบัตรไปตรวจสอบการใช้งานในด้านเทคนิคและซอฟต์แวร์ว่ามีคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้แต่ไม่รองรับระบบการจัดเก็บข้อมูลได้นั้น ทางกลุ่มยินดีและพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีถึงข้อปัญหาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและชี้แจงถึงคุณสมบัติในด้านการใช้งานของบัตรสมาร์ทการ์ด
“เราพร้อมชี้แจงกับท่านนายกฯ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าบัตรดังกล่าวส่วนไหนที่ใช้งานได้และส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งหากเป็นจริงตามที่เนคเทคพิสูจน์เราก็ยอมรับ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วมีการยกเลิก รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน”
นายธนพลย้ำว่าตามขั้นตอนการประมูล กลุ่มซีเอสทีทำถูกต้องและเป็นไปตามทีโออาร์ทุกอย่างซึ่งการประมูลครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 5 รายแต่ไม่ผ่านเทคนิค 2 ราย และในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะประมูลอิเล็กทรอนิกส์หรืออี-ออคชั่น ก็ได้มีการนำสมาร์ทการ์ด 50 ใบ มาทดสอบว่าถูกต้องตามสเปกหรือไม่ ซึ่งทั้ง 3 รายก็ผ่านเข้ามาในขั้นตอนอี-ออคชั่น จนได้กลุ่มซีเอสที เสนอราคาต่ำสุดที่ 888 ล้านบาท
สำหรับชิปที่บรรจุลงในสมาร์ทการ์ดนั้น เป็นชิปรุ่นใหม่สุดของซีเอสที ไม่ใช่รุ่นที่ค้างสต็อก โดยเป็นรุ่น ST19 สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในการบรรจุข้อมูลการลงโปรแกรมการเข้ารหัส ซึ่งทางเอสทีไม่เข้าใจในผลการทดสอบ ที่มีการกล่าวว่าไม่รองรับระบบมัลติแอปลิเคชั่นได้
ทั้งนี้บัตรที่นำมาส่งมอบนั้นจะเป็นฟูลลี่ซิสเต็มแอปลิเคชั่นสามารถตอบสนองได้ทุกซอฟต์แวร์การใช้งาน โดยเฉพาะจาวา ซึ่งนายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญจากทางเนคเทคได้ยืนยันว่าสามารถรองรับได้ อีกทั้งในส่วนชิปนั้นตามทีโออาร์กำหนดไว้เพียง 32 Kแต่ เอสทีได้เพิ่มอีกส่วนหนึ่งให้ฟรีจำนวน 34K เพื่อให้สามารถนำไปใช้ส่วนงานอื่นแต่ก็ยังแจ้งอีกว่าไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งในส่วนนี้กลุ่มซีเอสทีไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในการตรวจสอบดังกล่าว
นายธนพล กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีได้มีการลงนามในการจัดซื้อแล้ว หากทางรัฐบาลไม่เห็นชอบหรือมีการยกเลิกการจัดซื้อ ในส่วนนี้ใครจะรับผิดชอบซึ่งกลุ่มซีเอสทีอาจจะต้องมีวิธีดำเนินการต่อไป เพราะได้เกิดความเสียหายในด้านการลงทุนที่ได้มีการผลิตบัตรแล้ว 12 ล้านใบ โดยที่เงินยังไม่ได้รับแต่อย่างใด
แหล่งข่าวในวงการไอทีกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องดูปัญหาของระบบการใช้งานด้วย ซึ่งอาจจะเป็นที่ระบบการจัดเก็บทางด้านกระทรวงมหาดไทยอาจจะมีปัญหาได้ นอกเหนือจากดูเรื่องบัตรอย่างเดียว เนื่องจากบัตรสมาร์ทการ์ดนั้น เทคโนโลยีจะเป็นของต่างประเทศ อีกทั้งผู้ชนะรายนี้ยังเป็นผู้ผลิต 1 ใน 3 ของโลกอีกด้วย ซึ่งมองดูแล้วเป็นเรื่องที่แปลก เหมือนมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งก่อนหน้าที่จะมีการประมูลรอบ 2 ทางกระทรวงไอซีที ได้มีการให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ ขึ้นมาร่างทีโออาร์ โดยมีตัวแทนทั้งไอซีที มหาดไทยและเนคเทค
เขากล่าวว่าระบบที่มหาดไทยใช้เป็นระบบที่ใช้งานมาแล้ว 3 ปี ยังไม่มีการปรับปรุงซึ่งในส่วนนี้ควรที่จะไปดูด้วย นอกเหนือจากการนำบัตรมาตรวจสอบ อีกทั้งข้อมูลที่บรรจุลงไปในบัตร ไม่ทราบว่าทางมหาดไทยหรือหน่วยงานรัฐจะอัดข้อมูลลงไปในจำนวนขนาดไหนทั้งๆที่เป็นแค่ ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก รูปภาพ ลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลหลักประกันสุขภาพ ประกันสังคม เสียภาษี ซึ่งปกติทุกวันนี้บัตรแถบแม่เหล็กยังสามารถใช้งานได้ไม่แพ้กับบัตรสมาร์ทการ์ดเพียงแต่ไม่มีการเชื่อมต่อในรูปแบบลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|