|

ซิโน-ไทยงานรองรับยาว 5 ปี
ผู้จัดการรายวัน(18 พฤษภาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
"ซิโน-ไทย" แจงแผนธุรกิจปี 48 เน้นรับงานที่ให้ผลตอบแทนสูง ไม่ยึดติดกับโครงการภาครัฐ เผย Back Lok ในมือรองรับรายได้ของบริษัทไปอีก 5 ปี พร้อมเดินหน้าประมูลงานโครงการรัฐและเอกชนมูลค่ารวมกว่า 62,949 ล้านบาท ตั้งเป้าได้งานไม่ต่ำกว่า 30% แจงรายได้ไตรมาสแรก 4,000 ล้านบาท จากเป้ารายได้ทั้งปี 12,000 ล้านบาท ย้ำหากมูลค่างานที่ประมูลได้สูงเกินสภาพคล่องพร้อมออกวอร์แรนต์-เพิ่มทุน เสริมสภาพคล่อง
นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเข้าร่วมงานประมูลโครงการของภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น โดยจะพิจารณาในเรื่องของผลตอบแทนของโครงการเป็นสำคัญ จะไม่เน้นที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนจะเข้าร่วมประมูลประกอบด้วย กระทรวงการคลัง ซึ่งมีมูลค่าโครงการที่จะเปิดประมูลรวม 18,000 ล้านบาท, กระทรวงพลังงานซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า 3-4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท, กระทรวงคมนาคม เป็นงานปรับปรุงถนนและระบบราง มูลค่า 5,433 ล้านบาท, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นโครงการระบบชลประทานและเขื่อนป้องกันน้ำท่วม มูลค่า 2,569 ล้านบาท, กระทรวงมหาดไทย มูลค่าโครงการรวม 5,084 ล้านบาท, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลค่าโครงการ 2,513 ล้านบาท และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีงานระบบขนส่งมวลชนสายบางซื่อ-บางใหญ่ มูลค่า 15,000 ล้านบาท และโครงการในภาคเอกชนจะเข้าร่วมประมูลงานโครงการด้าน งานก่อสร้างอาคาร มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างโรงงาน 2,000 ล้านบาท และโครงการก่อสร้าง ด้านพลังงาน มูลค่า4,000 ล้านบาท รวมมูลค่างานโครงการทั้งภาครัฐฯและเอกชนที่บริษัท จะเข้าร่วมประมูลทั้งสิ้น 62,949 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถประมูลงานดังกล่าวได้ไม่ต่ำกว่า 30% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด
สำหรับโครงการต่างๆ ที่บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาก่อสร้างไว้แล้ว ประกอบด้วย โครงการ Airport Rail Ling มูลค่า 12,260 ล้านบาท, โรงไฟฟ้า ราชบุรี 4,038 ล้านบาท, โรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 มูลค่า 2,362 ล้านบาท, ศาลาว่าการ กทม. 2 มูลค่า 2,267 ล้านบาท, สะพานข้ามแยกปากเกร็ด 1,575 ล้านบาท, ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม 1,543 ล้านบาท, อาคารสำนักงาน เขตปลอดภาษี 1,520 ล้านบาท, ศูนย์ซ่อม อากาศยาน 1,300 ล้านบาท, ทางยกระดับภาษีเจริญ 1,293 ล้านบาท, สะพานข้ามแยก 4 สะพาน 1,231 ล้านบาท, The Park คอนโดมิเนียม 1,200 ล้านบาท, ทางด่วนบางนา S1 1,000 ล้านบาท และโครงการที่มีการเซ็นสัญญาใหม่ในปี 2548 คือ โครงการโรงไฟฟ้า ราชบุรีมูลค่า 4,038 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่บริษัทรอเซ็นสัญญาในปีนี้อีก 3 โครงการ ประกอบด้วย โรงบำบัดน้ำเสียโคราช 700 ล้านบาท โครงการอุโมงค์ลอดแยกปากเกร็ด 390 ล้านบาท และส่วนต่อขยาย บีทีเอส สีลม 560 ล้านบาท ซึ่งสต๊อกโครงการทั้งหมดที่บริษัทเซ็นสัญญาไว้นี้จะสามารถรองรับงานก่อสร้างของไปอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น การประมูลงานของบริษัทในช่วงต่อไป จึงจะไม่เน้นปริมาณงานจำนวน มากๆ แต่จะพิจารณาในเรื่องของผลตอบแทนที่สูงคุ้มค่ามากกว่า
นายวัลลภ กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสแรกนั้นมีรายได้ใน 4,000 ล้านบาท ส่วนรายได้ทั้งปีบริษัทตั้งเป้าไว้ 12,000 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 4.5% และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของ ผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากราคาวัสดุก่อสร้าง ยังคงระดับเดิมเท่ากับในปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาเหล็กเส้น ซึ่งไม่ได้มีการปรับราคาสูงมากนัก ตามที่หลายฝ่ายคาดการว่าจะปรับราคาขึ้นตามราคา น้ำมัน
ส่วนฐานะทางการเงินของบริษัท ในขณะนี้ยังถือว่ามีความแข็งแกร่งโดยบริษัทมีหนี้สิ้นต่อทุน อยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 0.44 ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำ ส่วนในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงินนั้นขณะนี้บริษัทยังมีสภาพคล่องที่ดีอยู่เนื่องจากได้รับเงินค่าก่อสร้างล่วงหน้าจากโครงการ Airport Rail Ling ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดอยู่ในมือ 1,762 ล้านบาท อย่างไรก็ดีหากในอนาคตบริษัทรับงาน เข้ามาและมีมูลค่าที่สูงมากจนทำให้ต้องมีการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินบริษัทก็มีแผนที่จะออกหุ้นสำรอง (วอร์แรนต์) เพื่อแปลงสภาพเป็นหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|