|

ผุด "อควาเรียม" กลางกรุง
ผู้จัดการรายวัน(11 พฤษภาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ทุนออสเตรเลียเทงบ 1,000 ล้าน ผุดอควาเรียมกลางกรุง "สยาม โอเชียน เวิลด์" เสริมศักยภาพกรุงเทพฯ เมืองมหานคร ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เปิดบริการ พ.ย.นี้ ชูจุดแข็งเรื่องความชำนาญในการสร้างอควาเรียม เชื่อธุรกิจไปได้สวย คาดปีแรกมีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านคน ล่าสุดจับมือทรูให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ข้อมูลสัตว์น้ำในอควาเรียม
นายปีเตอร์ โอไบรอัน กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและก่อตั้ง บริษัท โอเชียนนิส อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีวาย จำกัด ซึ่งมีบริษัทแม่ที่ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจในโครงการอควาเรียมระดับโลก กล่าวว่า ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่บริษัทได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนสร้างอควาเรียม ในโครงการ "สยาม โอเชียน เวิลด์" โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมด ประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานของ โอเชียนนิส กรุ๊ป
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้พื้นที่ของสยามพารากอน ชั้น บี 1 และ บี 2 รวม 10,000 ตารางเมตร พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2548 คาดว่าช่วงปีแรกของการเปิดดำเนินงาน จะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 1.5 ล้านคน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ คาดว่าจะคุ้มทุนใน 4-5 ปี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักที่บริษัทต้องการคือ คนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนถึง 12 ล้านคน รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจคนไทยที่เข้ามาเที่ยวชมกรุงเทพฯ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งต้องเข้ามาพำนักในกรุงเทพฯ อีกไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี
โดยบริษัทเชื่อว่า โครงการ "สยาม โอเชียน เวิลด์" จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในเรื่องของการศึกษาโลกใต้น้ำสำหรับคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วยสร้างสีสันและศักยภาพให้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมหานครที่คนทั่วโลกรวมทั้งคนไทยต้องการเข้ามาท่องเที่ยวให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของ "สยาม โอเชียน เวิลด์" เป็นอควาเรียมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากปัจจัยความสำเร็จและความนิยม จากโครงการที่ผ่านมาที่บริษัทได้ไปลงทุนในประเทศต่างๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ปูซานประเทศเกาหลี เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่จะเสริมความมั่นใจในด้านการแข่งขัน โดยบริษัทจะว่าจ้างผู้จัดการโครงการ ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นนั้นๆ ที่บริษัทได้ไปลงทุน เพราะจะเป็นผู้ที่เข้าใจตลาดได้ดี โดยแผนงานเบื้องต้นนอกจากการขายตั๋วเข้าชมตามปกติในราคาเดียวแล้ว ยังมีแพกเกจตั๋วสำหรับกรุ๊ปครอบครัว และกรุ๊ปนักเรียนนักศึกษา นอกจากนั้นยังเตรียมที่จะหาพันธมิตรเพิ่มเติมในกลุ่มบริษัทนำเที่ยว เพื่อจัดเป็นแพกเกจท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
ล่าสุด ได้ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เข้ามาติดตั้งภายในพื้นที่อควาเรียม ในการเพิ่มสีสันการเข้าชมของนักท่องเที่ยว โดยสามารถโหลดข้อมูลของสัตว์น้ำแต่ละชนิดที่กำลังว่ายในอควาเรียม หรือการโหลดวิดีโอคลิป รวมถึงชมการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ ของชีวิตสัตว์น้ำ เช่น การให้อาหารปลาฉลาม
"การบริการดังกล่าวทำให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับชีวิตใต้น้ำได้ยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความรู้และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยได้ ส่วนที่เลือกเปิดโครงการ ที่สยามพารากอน เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสมและอยู่กลางเมืองเป็นศูนย์รวมทางการท่องเที่ยว มีการคมนาคมสะดวก เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแบบครบวงจร ส่วนราคาตั๋วกำลังอยู่ระหว่างหาข้อสรุป เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับคนไทย"
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิเอเชียแปซิฟิก บริษัทได้นำสัตว์น้ำมาให้ชมกว่า 3,000 ชนิด เป็นสัตว์หายากถึง 400 สายพันธุ์ ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าจะได้รับความสนใจ เพราะประเทศไทยมีการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และในอนาคตบริษัทเตรียมที่จะไปลงทุนเปิดเพิ่มที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างอควาเรียมที่ ดูไบ มอลล์ ซึ่งเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|