1,817,000,000,000 บาท คือ ยอดค้ายาเสพติดของโลก


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2527)



กลับสู่หน้าหลัก

มากกว่างบประมาณประเทศไทย 6 เท่า

การค้ายาเสพติดในขณะนี้ มิได้ดำเนินการอย่างตามบุญตามกรรมอีกต่อไปแล้ว และก็มิได้เป็นการดำเนินไปอย่างปิดบังซ่อนเร้น

ภายใน 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้ายาเสพติดกลายเป็นกิจการที่สร้างความร่ำรวยละเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยรายได้จำนวนมหาศาลและเป็นกิจกรรมที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ซึ่งไม่สามารถคาดจำนวนได้อย่างถูกต้อง เพียงแต่อาศัยการประมาณโดยหยาบๆ เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทน้ำมัน EXXON ในสหรัฐฯ ที่เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มียอดรายได้ต่อปีเกินกว่า 79,000 ล้านนั้น ทางองค์การบริหารเพื่อป้องกันยาเสพติด ประมาณว่าใกล้เคียงกับยอดขายของยาเสพติด

เช่นเดียวกับธุรกิจอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอื่นๆ การผลิตและจำหน่ายยาเสพติดดำเนินการต่อเนื่องโดยกลุ่มบุคคลที่โลภความมั่งคั่งในทรัพย์สมบัติ โดยนักบริหารและนักลงทุนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางและได้รับการสนับสนุนจากนายธนาคาร, นักกฎหมายและนักการเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์อันมหาศาลซ้ำยังไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด และตลอดเวลาบุคคลเหล่านี้จะพิจารณาเพื่อขยายกิจการออกไปทั้งในด้านการผลิต, ตลาด และผลประโยชน์

ในประเทศด้อยพัฒนาในโลกที่สาม การดำเนินธุรกิจค้ายาเสพติด จะช่วยให้ประเทศมีเงินตราสกุลแข็งเข้าประเทศ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ยกตัวอย่างประเทศโคลัมเบียตามถ้อยแถลงของสมาคมสถาบันการเงินแห่งชาติ กัญชาและโคเคนเป็นผลผลิตที่นำเงินตราต่างประเทศได้มากกว่ากาแฟและไม้ดอกซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ (ถูกต้องตามกฎหมาย)

ผลก็คือโคลัมเบียเป็นประเทศที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องดุลการชำระเงิน

หรือประเทศจาไมกา องค์การบริหารเพื่อป้องกันยาเสพติดกล่าวว่า รายได้จากการขายกัญชาปีละ 12,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีนั้นทำให้ประเทศมีรายได้มากกว่ามูลค่าสินค้าส่งออกทุกชนิดรวมกัน

อุปสงค์และอุปทานของยาเสพติด

แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มจำนวนจำหน่ายยาเสพติดก็คือ มีการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น

สถาบันยาเสพติดของสหรัฐฯ ประมาณไว้ว่า ชาวอเมริกัน 54 ล้านคน เสพกัญชา 22 ล้านคน ติดโคเคน และเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษนี้ที่อัตราการเสพเฮโรอีน มีปริมาณสูงขึ้นในเมืองใหญ่ๆ

ในประเทศอื่นๆ การจำหน่ายยาเสพติดมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพราะมีส่วนบ่อนทำลายความมั่นคงสถาบันการเมืองและสังคม ตั้งแต่สถาบันทางการเงินไปจนถึงศาลยุติธรรม และจนที่สุดถึงรัฐบาลในหลายต่อหลายประเทศ

การผลิตและจำหน่ายยาเสพติดจำเป็นจะต้องดำเนินไปเพราะแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ อาทิ ประเทศโบลิเวีย และเปรู ผู้ค้ายาเสพติดอาจจะต้องใช้เงิน...อาจจะต้องใช้ความรุนแรงอย่างเปิดเผย...เพื่อบีบบังคับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการท้าทายต่อความอยู่รอดของการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง

ยาเสพติด-เงิน-และความตาย

แน่นอนปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเงินอย่างแยกไม่ออก

ในขณะที่ประเทศโบลิเวียมีสินค้าขาออกถูกต้องตามกฎหมาย เช่นดีบุก ซึ่งทำเงินเข้าประเทศถึงปีละ 800 ล้านดอลลาร์ต่อปี

แต่โคเคนสามารถทำรายได้เข้าประเทศถึง 10 เท่า

ผลก็คือ ผู้ค้ายาเสพติดในประเทศโบลิเวียมีอำนาจพอๆ กับรัฐบาลกลางและที่ยิ่งกว่าก็คือมีเงินมากกว่ารัฐบาลรวมทั้งมีอาวุธยุทโธปกรณ์พอๆ กับตำรวจและกองทัพของชาติ

มีหลายประเทศที่ไม่จำเป็นต้องทำการปลูกหรือผลิตยาเสพติดเอง แต่ก็สามารถหาเงินได้จากการเป็นผู้ขนส่ง หรือจำหน่ายยาเสพติดหรืออาจใช้เงินจากยาเสพติด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ประเทศบัลแกเรียขณะนี้ไม่อนุญาตให้มีการปลูกฝิ่นหรือการผลิตมอร์ฟีน หรือโคดีอินเพื่อนำไปใช้ในทางการแพทย์

แต่บัลแกเรียมีจุดมุ่งหมายในการดำเนินการค้ายาเสพติดด้วยเหตุ 2 ประการ

ประการแรก ต้องการบั่นทอนความมั่นคงของโลกตะวันตกด้วยยาเสพติด

ประการที่สอง ก็คือต้องการเงินตราต่างประเทศสกุลแข็งเข้าประเทศ

ดังนั้นบัลแกเรียจึงยินยอมให้มีการขนย้ายเฮโรอีนข้ามแดนอย่างเปิดเผย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวปีละ 5 ล้านคน บัลแกเรียจึงจัดให้บัตรซื้อ-ขายยาเสพติดตลอดทาง ตั้งแต่บริเวณที่ราบลุ่มทองคำพระจันทร์เสี้ยว ของอาฟกานิสถาน, อิหร่านและปากีสถานสู่ยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา

เงินจำนวนมหาศาลซึ่งได้มาจากการค้ายาเสพติด สร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศผู้ผลิตยาเสพติด ในประเทศโคลัมเบีย โบลิเวีย และเปรู

เกษตรกรจำนวนมากเลิกปลูกพืชผลอย่างอื่นแล้วหันมาปลูกกัญชาและโคเคนแทน ซึ่งสามารถทำรายได้สูงกว่าเดิม 3-4 เท่าต่อปี

แต่ประเทศผู้ผลิตยาเสพติดเหล่านี้ ดูเหมือนว่าจะได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงจากการค้ายาเสพติดเพียงน้อยนิด เพราะรายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อหาของฟุ่มเฟือยมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเหล่านั้นต้องสั่งมาจากต่างประเทศ แทนที่จะใช้เงินที่ได้นำไปลงทุนในระยะยาวทางด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

ตัวอย่างเช่นในประเทศโบลิเวียมีเงินตราต่างประเทศเพียง 300 ล้านดอลลาร์เท่านั้นที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายโคเคนและโคคานับพันล้านดอลลาร์

สำหรับประเทศโคลัมเบียมีเงินเหลืออยู่เพียง 1/3 ของเงิน 3 พันล้านดอลลาร์จากการส่งออกโคเคนและกัญชา

ยิ่งในเวลาเดียวกันสถาบันทางการเงินของอเมริกันบางแห่งได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายในการเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้ายาเสพติด โดยทำหน้าที่จ่ายโอนเงินจำนวนมหาศาลจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง และโดยการนำเงินจากการค้ายาเสพติดไปลงทุนทำกิจกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (เช่นให้กู้ยืม)

จากการสอบสวนร่วมระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 1980 และจากการดำเนินงานตามแผนกรีนแบ็ค (OPERATION GREEN BACK) พบว่ามีธนาคารหลายแห่งในฟลอริดาจำนวนหนึ่งในธนาคารหลายๆ แห่ง ที่ติดต่อธุรกิจกับผู้ค้ายาเสพติด โดยให้บริการด้านการเงินร่วมกับธนาคารในต่างประเทศที่ดำเนินการเพื่อการนี้ มีการเปิด LC ( LETTER OF CREDIT) เพื่อนำเงินไปดำเนินธุรกิจตามปกติ (ที่ถูกกฎหมาย) ระหว่างธนาคารต่างๆ เหล่านี้ จากการดำเนินการตามแผนกรีนแบ็คทำให้สามารถจับกุมนักค้ายาเสพติดได้ 61 ราย และยึดยาเสพติดได้เป็นมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์

ในการปราบปรามยาเสพติด วิธีที่ประหยัดที่สุดก็คือการทำลายแหล่งผลิตโดยตรง และได้ผลดีกว่าการใช้วิธีการจับกุมตามจุดชายแดนที่ยาเสพติดเล็ดลอดเข้ามา และเป็นการลำบากยิ่งขึ้นถ้าหากยาเสพติดเหล่านี้หลุดลอดเข้าไปในประเทศแล้ว

นี่เองทำให้นโยบายต่อต้านยาเสพติดตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เน้นการทำงานร่วมกับรัฐบาลแต่ละประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ในการปราบปรามยาเสพติด แต่นโยบายนี้เป็นไปได้ทางทฤษฎีเท่านั้น เพราะในทางปฏิบัติได้ผลน้อยมาก

ในปี 1980 สหรัฐฯ เร่งเร้าให้ประเทศโคลัมเบียปราบปรามการลักลอบปลูกกัญชา ซึ่งมีแหล่งใหญ่อยู่ที่แหลมกัวชิรา เจ้าหน้าที่ในกรุงโบโกตากล่าวว่า ที่สหรัฐฯ เร่งดำเนินการปราบปรามนี้เพราะไม่ต้องการให้กัญชาของโคลัมเบียเข้าไปแข่งขันกับกัญชาของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังขยายการผลิต ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการปราบปรามการผลิตกัญชา นักค้ายาเสพติดจึงหันไปผลิตโคคาเป็นการชดเชย

ปัจจุบันประเทศโคลัมเบียได้สั่งซื้อใบโคคาและยางโคคาจากโบลิเวียและเปรูเพื่อสกัดเป็นโคเคนถึง 95% และรัฐต่างๆ ในโคลัมเบียยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่จะผลิตโคคาซึ่งอยู่ในวินิจฉัยที่นักค้ายาเสพติดจะดำเนินการเองได้

โคคาล้นตลาด

เนื่องจากมีการผลิตโคคาในโบลิเวียและเปรูเป็นจำนวนมหาศาล รวมทั้งโคลัมเบียก็มีการผลิตโคคาเองด้วย ทำให้ราคาของโคคาลดต่ำลงจากกิโลกรัมละ 600 ดอลลาร์เป็น 300 ดอลลาร์ และถ้าหากทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวเปิดการแข่งขันกันในตลาดโคเคนของสหรัฐฯ แล้ว ราคาจะลดลงต่ำกว่านี้ ซึ่งหมายความว่าปริมาณการเสพโคเคนจะต้องมีเพิ่มขึ้น

เป็นเรื่องยากมากในการที่สหรัฐฯ จะขอความร่วมมือจากรัฐบาลต่างประเทศในการที่จะปราบปรามยาเสพติด เพราะย่อมหมายถึงผลกระทบในทางลบต่อสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เพราะความต้องการโคเคนยังมีอยู่อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งย่อมหมายถึงเงินดอลลาร์ที่จะเข้าประเทศ เท่าที่ผ่านมามีผลคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ในการลดการเสพโคเคนและกัญชาในสหรัฐอเมริกา อันเนื่องจากการดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากใช้วิธีการให้การศึกษาถึงผลร้ายของยาเสพติด และการช่วยฟื้นฟูสภาพของผู้เสพติด จะให้ผลได้มากกว่า

ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นมะเร็งร้ายของโลกต่อไป และการค้ายาเสพติดโคเคนก็ทวีขึ้น ในขณะที่ราคาของโคเคนในตลาดก็จะลดลงไปเรื่อยๆ มีการประมาณว่า ปริมาณการเสพกัญชาจะคงที่ และปริมาณการเสพเฮโรอีนจะเพิ่มขึ้น

มีบุคคลหลายกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ถ้าหากเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการค้ายาเสพติด อาทิ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และนักการเมืองผู้บริหารประเทศก็จะไม่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหายาเสพติดซึ่งนับวันจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ นายธนาคารก็จะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากธุรกิจค้ายาเสพติด เพื่อสร้างเสริมฐานะความมั่นคงให้กับธนาคาร ผลร้ายต่างๆ ของยาเสพติดที่สะสมมานมนานก็เนื่องจากการปิดไม่ให้เห็นสภาพอันแท้จริงของปัญหาที่กำลังเกิดอยู่


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.