|

"โตโยต้า" ตั้งโรงงานใหม่ 1.5 หมื่นล.
ผู้จัดการรายวัน(28 เมษายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ไม่สนใจผลการเจรจาเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น เรื่องเปิดเสรีชิ้นส่วนยานยนต์จะออกมาอย่างไร ยืนยันใช้ไทยเป็นฐานผลิตต่อไป เตรียมลงทุนอีก 3.7 หมื่นล้าน ตั้งโรงงานแห่งที่ 3 ผลิตรถยนต์ในโครงการ IMV และขยายกำลังการผลิตรถยนต์นั่งโรงงานเดิมที่ฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าปี 2550 ผลิตรถได้ปีละ 5.5 แสนคัน เป็นฐานผลิตอันดับ 3 ของโลก
นายอากิโอะ โตโยดะ กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า โตโยต้าจะลงทุนสร้าง โรงงานใหม่ในประเทศไทย และเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์นั่งมากขึ้นเกือบสองเท่า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย และการขยายการส่งออกทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ในโครงการ IMV (Innovative International Multi-purpose Vehicle) และรถยนต์นั่ง ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตใหญ่อันดับสามของโลก รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐฯ
นายเรียวอิจิ ซาซากิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โตโยต้าประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดตัวรถยนต์ภายใต้โครงการ IMV ทั้งไฮลักซ์ วีโก้ และรถอเนกประสงค์รุ่นฟอร์จูนเนอร์ เฉพาะปิกอัพวีโก้ เพียง 7 เดือน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 ที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึงกว่า 1.1 แสนคัน
ปัจจุบันโตโยต้ามีโรงงานประกอบรถ 2 แห่ง ที่สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และที่นิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับโรงงานใหม่ซึ่งกำลังตัดสินใจว่าจะตั้งอยู่ที่ใดในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มีมูลค่าการลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท สามารถผลิตรถกระบะ และรถอเนกประสงค์ในโครงการ IMV ได้ปีละ 1 แสนคัน โดยการลงทุนครั้งใหม่นี้ ในส่วนของรถยนต์ในโครงการ IMV ที่โรงงานแห่งใหม่ จะมีกำลังการผลิต 1 แสนคันต่อปี มีการจ้างงาน 2,000 คน โดยจะเริ่มก่อสร้างประมาณกลางปีนี้ และจะเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2550
นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตรถยนต์นั่งที่โรงงานในนิคมฯ เกตเวย์ จากปีละ 1.1 แสนคัน เป็น 2 แสนคัน มีการจ้างงานเพิ่ม 1,500 คน มูลค่าการลงทุน 3 พันล้านบาท การลงทุนใหม่ครั้งนี้จึงมีมูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท และหากรวมการลงทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วนอีก 1.9 หมื่นล้าน จะทำให้โครงการตั้งโรงงานใหม่และขยายกำลังการผลิตครั้งนี้มีมูลค่าถึง 3.7 หมื่นล้านบาท โดยส่วนที่ขยายจะเริ่มการผลิตภายในปีหน้า
"เมื่อรวมกำลังการผลิตทั้งหมดที่จะเพิ่มเข้ามาและที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ในปี 2550 โตโยต้าในประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตทั้งหมด 5.5 แสนคันต่อปี"
นายซาซากิกล่าวว่า จำนวนเงินลงทุนตั้งโรงงาน และขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการประกาศลงทุนในโครงการ IMV จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ที่ประกาศไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเมื่อรวมเงินลงทุนครั้งใหม่ ทำให้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี โตโยต้าได้ลงทุนในไทยไปถึง 6.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตสำคัญของโตโยต้า ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก
สำหรับเป้าการส่งออกของโตโยต้าจากประเทศไทย ในปีนี้จะมีการส่งออก 1.5 แสนคัน เฉพาะรถยนต์โครงการ IMV จำนวน 1 แสนคัน และจะเพิ่มเป็น 2.2 แสนคัน ในปี 2549 แบ่งเป็นรถยนต์ IMV 1.5 แสนคัน จากนั้นในปี 2550 จะเพิ่มการส่งออกเป็น 2.5 แสนคัน เฉพาะรถยนต์ IMV จำนวน 1.7 แสนคัน
นายซาซากิกล่าวว่า ไม่ว่าผลการเจรจาเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นจะออกมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเหล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ที่ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยเปิดเสรีโตโยต้ายังยืนยันพันธะกับไทยตลอด 40 ปีที่ผ่านมาในการใช้ไทยเป็นฐานผลิตเช่นเดิม
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|