อคิน รุจิขจรเดช ชนะคดีอาญา


นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2534)



กลับสู่หน้าหลัก

เรื่องที่เป็นข่าวอื้อฉาว ขึ้นมาใน ช่วงหนึ่ง ๆ กว่าจะพิสูจน์อะไรออกมาได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ก็ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองข้อเท็จจริงด้วยเวลาอันยาวนาน หลายปี ในขณะที่ความสนใจของผู้คน จืดจางไปกับกาลเวลา ยากที่จะเรียกร้องให้ความจริง ที่เป็นจริงกลับมาปรากฏได้อย่างทั่วถึงในปัจจุบัน

อคิน ทนต่อสู้กับความทุกข์ทรมานนี้มานาน 4 ปีเต็ม เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้โกงธนาคาร กสิกรไทยอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่กว่าจะผ่านกระบวนการพิสูจน์ ของศาลสถิตยุติธรรม ว่าเขาไม่ ได้ผิดตามที่ถูกกล่าวหานั้น ผู้คน ก็คงลืมเรื่องราวอันอื้อฉาว ของเขากันหมดแล้ว

อคิน ถูกไล่ออกจากธนาคารกสิกรไทย เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2530 ขณะที่เขาขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาได้เพียงมม่กี่เดือน โดยฐานความผิด ที่ฉกาจฉกรรจ์ ที่สุดในวิชาชีพนายธนาคารอย่างเขาคือใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการทุจริตทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย

เขายื่นฟ้องธนาคารต่อศาลแรงงานฐานยกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เมื่อันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน

ในขณะที่เขาร้องขอความเป็นธรรม จากศาลแรงงานกลาง กรุงเทพฯ กล่าวหาธนาคารว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นั้น วันที่ 23 เมษายน อคิน ถูกธนาคารนำกรณีเดียวกันนี้ แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน กองปราบปราม กรมตำรวจ ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์ อันเป็นความผิดอาญา

ธนาคารกล่าวว่าเมื่อปี 2527 อคิน ใช้ให้ผู้จัดการสาขาท่าแพ รับจำนองที่ดิน ของเขาในราคา ประเมินที่สูงกว่า ความเป็นจริง คือที่ดินประมาณ 1 ไร่จำนอง ได้เงิน 300,000 บาท ในขณะที่ ธนาคารกล่าวว่า ราคาจริงประมาณ 260,000 บาทเท่านั้น ประมาณ 2 ปี ต่อมา ได้ย้ายหลักทรัพย์ดังกล่าวมารวมกับที่ดินที่นครนายกอีก 2 แปลง จำนวน 6 ไร่ ในชื่อของสืบพงษ์ รุ่งเรือง จำเลยที่ 2 ในคดีเดียวกันนี้ซึ่งธนาคารระบุว่าเป็นญาติกับอคินค้ำประกันเงินกู้ 900,000 บาท นอกจากนี้ ยังกู้เงินเบิกเงินเกินบัญชี โดยมีบุคคลค้ำประกันอีก 500,000 บาท รวมเป็น เงินที่ธนาคารอ้างว่าเสียหายทั้งสิ้น 1,400,000 บาท

แม้จะเจอมรสุม กระหน่ำซ้ำเติมด้วยการถูกแจ้งจับเป็นคดีอาญา อคินไม่ยอมถอนคดีแรงงานที่เขายื่นฟ้องธนาคารไว้ต่อศาลแรงงานกลางดำเนินต่อไปจนถึงชั้นศาลกีฏาชี้ออกมาว่า อคิน เป็นผู้บริสุทธ์และสั่งให้ธนาคารกสิกรไทย จ่ายคาชดเชย กรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นเงิน 800,000 บาท

" นึกถึงภาพในวันที่ไปมอบตัว กับกองปราบ แล้วยังนึกเศร้าเสียใจอยู่ทุกวันนี้ ตอนนั้นเราจะไปบอกความจริงกับใครว่าเราสไม่เคยทำความผิด โกงธนาคารอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ หน้าที่ของพนักงานสวบสวน เมื่อรับแจ้งความไว้แล้วก็ต้องควบคุมตัว ทำประวัติ ยืนถือป้ายชื่อ

และนามสกุลตัวเอง ที่มีฐานความผิด ไว้ใต้ชื่อ นั้นว่า " ข้อหายักยอกทรัพย์" ไว้หน้า อก ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปรูปพิมพ์นิ้วมือทั้งยี่สิบนิ้ว รวมทั้งฝ่ามือด้วย ซึ่งมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผ่านความดีความชอบมามากมาย มือที่เคยขึ้นไปรับของรางวัล กับบัญชา ล่ำซำ ประธานธนาคารปีแล้วปีเล่า ในฐานะพนักงานดีเด่นของธนาคารกลับต้องเปลี่ยนมาเป็นถือป้ายข้อหายักยอก ทรัพย์ โดยธนาคารผู้เคยให้รางวัล แก่เราทุกปี เป็นผู้แจ้งจับ ดูมันมืดมน ไปหมด เรียนก็เรียนมาสูง ความรู้ความสามารถ ก็ดี หน้าที่การงานก็สูง อายุก็มากแล้ว ลูกก็โตเป็นหนุ่ม เป็นสาว จะเข้ามหาวิทยาลัย แล้ว ต้องมาเจอในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเจอ" อคิน กล่าว อย่างเรียกร้องกับ " ผู้จัดการ"

มีคนกล่าวว่า ถ้าอคิน ไม่โดนไล่ ออกเสียก่อน ป่านนี้ก็คงเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาไปแล้วเรียบร้อย หรืออาจสูงกว่า นั้น ถ้า บัญชา ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกสิกรไทย ยังคงใช้เขาเช่นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์เหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

อัยการสรุปสำนวนจาการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เพราะข้อเท็จจริง ไม่เพียงพอที่จะฟ้องได้ ธนาคารตัดสินใจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาด้วยตัวเอง

อคิน ต้องไปประกันตัวที่ศาล เป็นคำรบสอง และต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

จนปลายปีที่ผ่านมา ศาลอาญา มีคำสั่งยกฟ้องของธนาคาร ชี้ว่าอคิน ไม่ได้ทุจริตยักยอก ตามที่ธนาคารกล่าวหา

จำเลยไม่ได้ทุจริต และธนาคารไม่ได้รับความเสียหาย ตามข้อกล่าวหาของโจทก์ คำให้การของฝ่ายโจทก์ เป็นการกล่าวขึ้นมาลอย ๆ

โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญที่คนในอาชีพนี้ จะต้องเจอกันทุกราย ถ้าจะคิดห้ำหั่นกันด้วย วิธีนี้คือการตีราคาที่ดิน อันเป็นหลักทรัพย์ จำนองสูงกว่าความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือญาติพี่น้องของตนเอง ที่เข้ามาเป็นลูกค้าธนาคาร

เพราะว่า เมื่อตัวเองทำงาน อยู่ที่แบงก์ไหนก็อยากจะให้ ญาติพี่น้องมาใช้บริการแบงก์นั้น ไม่เฉพาะญาติ ๆ เท่านั้นแม้แต่คนก็ไม่รู้จัก ก็ยังจะต้องวิ่งกราบกรานเขาถึงบ้าน เพื่อให้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงาน ทุกคน ที่จะต้องช่วยกันหาลูกค้ามาให้แบงก์

" เมื่อลูกค้าดี ส่งดอกเบี้ยส่งเงินต้นสม่ำเสมอ ผลประโยชน์ทั้งหมดแบงก์เอาไป แต่พอลูกค้า ชักเริ่มมีปัญหา กลายเป็นว่า พนักงานจะต้องมีการรับผิดชอบ ดีไม่ดี ถูกกล่าวหากลายเป็นว่า พนักงานจะต้องรับผิดชอบ ดีไม่ดีถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับลูกค้าโกงธนาคารเข้าไปอีก" อดีต ผู้จัดการสาขาธนาคารคนหนึ่งกล่าวกับผู้จัดการอย่างคับแค้นใจ

กรณีของอคิน เขาต่อสู้ว่าเมื่อวิธีการตรวจสอบรังวัดที่ดินอันเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินกู้นั้น กระทำโดยถูกต้อง ตามระเบียบของธนาคาร ทุกประการ ลูกค้าผู้ขอกู้ แม้จะเป็นญาติกับเขา แต่ก็ได้เงินต้นและดอกเบี้ยมาชำระแก่ธนาคารอย่างสมำเสมอ จึงเรียกไม่ได้ว่า ธนาคารได้รับความเสียหายอย่างไร

อคิน ให้การต่อสู้ ว่ากรณีที่สาขาท่าแพ เขายอมรับว่า ขอให้ผู้จัดาการสาขา ท่าแพในขณะนั้น ช่วยขายที่ดินให้ในราคา 400,000 บาท เมื่อขายไม่ได้ ก็ให้ช่วยหาแหล่งเงินกู้ให้ โดยตนเองได้เซ้นใบมอบอำนาจลอยไว้ ไม่ทราบว่าผู้จัดการ สาขาท่าแพ จะโอนเป็นชื่อของ คนื่นที่เขาเองไม่เคยรู้จักมาก่อน และนำเข้าจำนองกับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งรับกับคำให้การของอดีตผู้จัดการสาขาท่าแพที่บอกว่าเดิมจะจำนองกับธนาคารอื่น แต่เพื่อที่เป็นผู้จัดการ สาขาธนาคารนั้นได้ย้ายอออกไป เสียก่อน อคินมาทราบเรื่องตอนหลังที่ได้มีการจ่ายเงินงวดแล้ว

ส่วนที่สาขาเทพารักษ์ อคิน ยอมรับว่าลูกค้ารายที่ชื่อ สืบพงษ์ รุ่งเรือง เคยเป็นลูกน้องเก่าที่ร้านจิวเวลลี่ ของพี่ชายมานาน หลายปี จนสามารถค้าขายด้วยตัวเอง มีกำไรซื้อที่ดิน อยากลงทุนค้าขายจึงได้มาขอกู้กับธนาคาร โดยมีที่ดินและบุคคลค้ำประกัน

เขาต่อสู้ว่าธนาคารได้ให้ความเชื่อถือในเครดิต ของผู้กู้จน หลังวันที่เขาถูกไล่ออกจากธนาคารแล้วยังให้รักพงษ์ เบิกเกินบัญชีอีกหลายครั้ง เกือบเต็มวงเงิน และก่อนที่จะนำเรื่องมาฟ้องที่ศาลได้มีการบอกเลิกสัญญาเงินกู้เบิกเกินบัญชี ทั้งสองฉบับพร้อมกับได้มีการนำเงินมาชำระทั้งเงินตน แ

ละดอกเบี้ยจนครบถ้วน ซึ่งเป็นข้อที่ ศาลชี้ว่า ธนาคารไม่ได้รับความเสียหาย

แต่กว่า จะรู้ความจริงเป็นอย่างไร คนก็ลืมหมดสิ้นเสียแล้ว

ไม่มีใครสนใจนำเรื่อง ความจริงทีเป็นจริงมากล่าวถึงกันอีก ในวันนี้

" ผู้จัดการ" จำต้องกล่าวถึง กรณีของอคินอีกครั้ง เพราะเขาควรจะได้รับความเป็นธรรมในแง่ของข่าวสารด้วยเช่นกัน เมื่อผลการพิสูจน์โดยกระบวนการศาลสถิตยุติธรรมออกมาแล้วว่าเขาเป็นผู้บริสุทธ์ อคินใช้ชีวิตอย่างระหกระเหิรชอกช้ำถึง 4 ปี ด้วยการรับจ้างทำงานจิปาถะ เท่าที่จะมีคนจ้างอดีต นายธนาคารแก่ ๆ ที่มีชนักติด หลังค้างคา อยู่ในศาล อย่างเขา ในขณะที่เขายังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในฐานะหัวหน้าครอบครัว แม้จะพยายามใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด แต่การที่เขาขึ้นรับตำแหน่งสูง ๆ ในยธนาคาร นั้นมันทำให้ค่าใช้จ่ายของเขาพลอยสูงไปด้วย ก่อนหน้าที่จะถูกไล่ออกก็มีเงินเดือนพอจุนเจือ ครอบครัวได้ บ้าง แต่เมื่อถึงคราวตกอับ ก็เป็นเรื่องยากที่จะรัดเข็มขัดได้ทุกด้าน

ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น เครดิตการ์ด ที่เขาเคยใช้ของธนาคาร อยู่ก้ถูกสั่งยกเลิกไปในทันทีที่เขาเดินออกมาพ้นรั้วธนาคาร ภรรยาที่เคยทำงานรับใช้ธนาคารแห่งเดียวกันมานานก็พลอยได้รับแรงกดดันจนต้องลาออกไปหางานใหม่ทำ

ในระยะ 4 ปี ที่ผ่านมา อคิน เคยเข้าไปทำงานในโรงงานทำไฟเบอร์รายหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ย่าน กรรมกรอ้อมน้อย นครปฐม โดยได้รับมอบหมาย ให้ดูงาน ทางด้านการ

เงินและบุคคล แต่ก็ได้ลาออกในเวลาไม่นานนัก เพราะจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ออกจากบ้านย่านหัวหมาก ข้ามกรุงเทพ ไปทำงานถึงอ้อมน้อยกว่าจะได้กลับบ้าน อีกครั้งก็ดึกมากแล้ว ทำให้สภาพร่างกายของเขารับไม่ได้นานนัก

จากนั้นก็เข้าทำงานให้กับกลุ่มบริษัทสุราทิพย์ ของ เจริญ สิริวัฒนภักดี ทำงานตามแต่ที่เจริญจะมอบหมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ให้ความดูแลทางด้านที่ดิน และสวนปาล์ม ที่เจริญ ได้ซื้อไว้ที่ภาคใต้ รวมทั้งการขายปุ๋ยที่ทำจากส่าเหล้าอีกต่างหาก แต่เนื่องจากลักษณะงานที่ไม่ค่อยแน่นอน ต้องวิ่งเข้าออกต่างจังหวัด เป็นประจำประกอบกับหางานใหม่ได้พอดี ก็เลยลาออก

ล่าสุดหลัง จากเขาชนะคดี แรงงาน ไปในยกสุดท้าย ในศาลกีฏา และก่อนที่จะมีคำสั่งศาลอาญาออกมาให้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่นาน อคิน จึงได้ทำงานที่ค่อนข้างดีขึ้นมาบ้าง โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการรอง

กรรมการผุ้จัดการ จากบริษัทน้ำมันพืชไทย เจ้าของน้ำมันพืชตราองุ่น ของตระกูล วิทยฐานกรณ์ ควบคุมดูแลฝ่ายการเงินและการพนักงานตามที่เขาถนัด

อคิน เองมีความสนิทสนมอยู่กับพี่ชายของวิสุทธิ์ วิทยฐานกรณ์ ทั้งในฐานะลูกค้าเก่าแก่ของธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดพลู และเป็นเพื่อนร่วมลงทุนอยู่กับ

ธงชัย น้องชาย ของเจริญที่เขาทำงานอยุ่ด้วยที่สุราทิพย์

วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัทน้ำมันพืช ไทย กล่าวกับ " ผู้จัดการ" ว่าครอบครัวของเขารู้จักกับอคิน มาตั้งแต่เป็นผู้จัดการสาขาตลาดพลู การที่เขาเชิญอคิน มาเป็นผู้บริหารร่วมด้วยนั้น ไม่ได้มองว่าธนาคารกสิกรไทย จะมองครอบครัว ของเขาเป็นอย่าวงไร และไม่ใช่เป็นการช่วยเหลืออคิน เพราะอคินเคยช่วยเหลือเขามาก่อน แต่เป็นเพราะบริษัท กำลังขยายกิจการซึ่งต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วย จึงเป็นความต้องการที่ลงตัวกันพอดี ระหว่งอคิน กับบริษัท

ส่วนเรื่องความซื่อสัตย์จริงใจนั้นคงไม่ต้องดูกันมากไป กว่าระยะเวลาที่รู้ดจักกันมานับสิบๆ ปี

ด้านอคิน พูดถึงบริษัทน้ำมันพืชไทย ที่เขาเข้าไปทำงานว่า กลุ่มนี้ เป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารมาโดยตลอด

" ผมไม่เคยช่วยเหลืออะไร เขาเป็นพิเศษที่พอจะเรียกว่า เขาเป็นหนี้บุญคุณผม ผมว่าฝ่ายผมต่างหากที่เป็นหนี้บุญคุณเขา เพราะเขาช่วยเหลือมาตลอดในระหว่างที่เป็นผู้จัดการ สาขา อยู่ตลาดพลูในฐานะที่เป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคาร" อคินกล่าว

วันนี้อคิน สบายใจที่อย่างน้อยความจริง ที่ได้ผ่านการกลั่นกรอง โดยกระบวนการยุติธรรมเป็นที่ยุติแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ก็ไม่อาจไปลบรูปรอยประวัติของเขา ออกจากกองทะเบียนกรมตำรวจได้

เขาคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการวิ่งร้องขอความเป็นธรรมจากหนังสือพิมพ์ที่เคยลงข่าวใหญ่โต

ตอนเขาถูกไล่ออกใหม่ ๆ ด้วยข้อกล่าวหาที่อื้อฉาวไปทั้งเมือง ให้ช่วยลงข่าวช่วยด้วยว่าเขาพ้นมลทิน แล้ว ความจริงทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ธนาคารกล่าวอ้างฝ่ายเดียวมาตลอด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.