| |

ดีเกินไปก็มีปัญหาเหมือน CRAY RESEARCH
นิตยสารผู้จัดการ( กรกฎาคม 2531)
กลับสู่หน้าหลัก
เช้าตรู่ของวันที่ 16 ตุลาคมปีที่แล้วที่เกิดภัยธรรมชาติจากพายุเฮอร์ริเคนสร้างความหายนะให้แถบตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ นักอุตุนิยมวิทยาทั่วยุโรปต่างทราบล่วงหน้าแล้วว่า จะต้องเกิดวาตภัยครั้งร้ายแรง ณ แถบใดแถบหนึ่งของเกาะอังกฤษแน่ เพราะประสิทธิภาพของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY X -MP/2 ที่ติดตั้งที่ศูนย์พยากรณ์อากาศ EUROPEAN CENTRE FOR MEDIUM-RANGE WEATHER FORECASTS ในเมืองรีดดิ้ง, แคว้นเบิร์กเชียร์นั่นเอง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลนับพันล้านชุดที่รวบรวมจากทั่วโลกและให้คำพยากรณ์อากาศที่เชื่อถือได้ล่วงหน้า 6-10 วัน
พูดง่าย ๆ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานเกี่ยวกับกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้ทีละมาก ๆ "มันมีค่ายิ่งกว่าการเป็นอุปกรณ์ที่บ่งบอกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมา" แกรี่ สแน็บบี้ นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจคอมพิวเตอร์ของบริษัทที่ปรึกษาการเงินไพเพอร์ เจฟเฟรย์ แอนด์ ฮอพวูดในมินนิโซต้าพูดถึงความสำคัญของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "มันเด่นเสียจนเข้าไปกลบสิ่งประดิษฐ์ใด ๆ ก็ตามที่ฝ่ายโซเวียตคิดค้นขึ้นมาได้"
CRAY RESEARCHINC ที่ก่อตั้งโดยซีย์มอร์ เครย์เมื่อปี 2515 ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน CRAY จะผลิตซูเปอร์คอมพิวเตอร์ออกมาได้ทั้งหมดเพียง 170 ระบบแต่ถือได้ว่าบริษัทนี้คือผู้สร้างมาตรฐานด้านความเร็วและความซับซ้อนในการทำงานของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกอยู่ดี
"เมื่อเอ่ยถึงความเร็ว" ปีเตอร์ แพตตัน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัย WISCONSIN CONSORTIUM ON SUPERCOMPUTER RESEARCH (WCSR) ให้ความเห็น "เป็นอันรู้กันว่าเรา หมายถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ CRAY"
จากที่เป็นผู้สร้างฐานตลาดขึ้นมาเองและยังสามารถคุมตลาดเหล่านี้ไว้ในมือ ทำให้กิจการของ CRAY ขยายตัวอย่างรวดเร็วเห็นได้จากปี 2529 ที่มีกำไรเพิ่ม 65% เป็น 125 ล้านดอลลาร์ จากยอดขาย 597 ล้านดอลลาร์ จึงได้รับการจัดอันดับจาก FORTUNE 500 ว่าเป็นบริษัทที่ทำกำไรเป็นอันดับ 1 ในปีนั้น ส่วนปี 2528 CRAY ทำกำไรเพิ่ม 87% ขณะที่ 2527 ยอดกำไรสูงขึ้น 50%
แต่ปีที่แล้วนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เติบโตด้วยดีของ CRAY ที่เริ่มส่อสัญญาณ "ลางไม่ดี" บางอย่าง เมื่อคาดหมายว่าจะทำกำไรได้ประมาณ 149 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มจากปีก่อนหน้านี้เพียง 19% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15% คือ 685 ล้านดอลลาร์
และกันยายนปีที่แล้วเช่นกันที่ CRAYทำให้วงการตกตะลึงจากการประกาศครั้งสำคัญด้วยการยกเลิกโครงการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นล้ำสมัยที่สุดที่มีความเร็วและประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่ารุ่นที่มีอยู่เดิมถึง 100 เท่าทั้ง ๆ ที่ลงทุนไปแล้วกว่า 22 ล้านดอลลาร์ เพราะแทบจะไม่คืบหน้าไปไหน และมีทีท่าว่าจะบานปลายเกินงบที่วางไว้ 50 ล้านดอลลาร์ถึง 2 เท่า และสตีฟ เฉิน นักออกแบบคอมพิวเตอร์ผู้เป็นหัวหน้าโครงการนี้ก็ลาออกจาก CRAY ด้วย
ไม่กี่วันหลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไปราคาหุ้นของ CRAY ในวอลล์สตรีทก็ทรุดดิ่งลงจาก 113 ดอลลาร์/หุ้น เหลือเพียง 89 ดอลลาร์/หุ้น
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงอีกเพราะไม่เพียง สตีฟ เฉิน วัย 43 ผู้ถือกำเนิดในไต้หวันและเป็นผู้ออกแบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่น X-MP และ 90% ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ CRAY ส่งออกเมื่อปีที่แล้วจะตีจากไปนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิอีกหลายคนก็จะตบเท้าตามออกไปด้วย แถมยังบอกเป็นนัยว่าจะแปรพักตร์ไปอยู่กับบริษัทคู่แข่งที่รวมทั้งผู้ผลิตซูเปอร์คอมพิวเตอร์ญี่ปุ่นซึ่งกำลังมาแรง
พอถึงปลายเดือนธันวาคม เฉินก็ประกาศด้วยความภาคภูมิว่า ได้รับการหนุนหลังจากไอบีเอ็มในโครงการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่เต็มที่ "ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่พวกเขาตกลงร่วมมือกับผม"
จากข่าวนี้เช่นกันที่นับเป็นครั้งแรกของไอบีเอ็มที่กระโจนลงสนามชนกับ CRAY โดยตรงในตลาดซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ที่ CRAY เป็นเจ้าอยู่ ทำให้ราคาหุ้นของ CRAY ตกฮวบลงอีกเหลือเพียง 70 ดอลลาร์/หุ้น
ภาวะวิกฤติทั้งหมดนี้ประดังกันเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกับที่ CRAY เริ่มรู้สึกถึงความแข็งกร้าวในการแข่งขันระดับระหว่างประเทศ โดยเฉพาะคู่แข่งรายสำคัญจากญี่ปุ่นคือ ฟูจิตสุ, ฮิตาชิ และเอ็นอีซี ที่ต่างก็มีนโยบายขยายกิจการสู่ธุรกิจแขนงอื่นและจ้องตาเป็นมันที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซึ่ง CRAY ผูกขาดในทั่วโลกถึง 70%
"เมื่อก่อนคุณเคยสบายใจว่ายังไงเสียญี่ปุ่นก็ไม่อยู่ในสายตาแน่ แต่เดี๋ยวนี้คุณจะวางใจไม่ได้อีกแล้ว เมื่อพวกนี้กลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญที่สามารถออกแบบ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดีเยี่ยมไม่แพ้ซีย์มอร์ เครย์" แกรี่ สแน็บบี้ นักวิเคราะห์รายเดียวกันตั้งข้อสังเกต
การแข่งขันในตลาดโลกอย่างหนักนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่คณะกรรมการ COORDINATING COMMITTEE FOR MULTILATERAL EXPORT CONTROLS (COCOM) ซึ่งกลุ่มประเทศนาโต้และญี่ปุ่นเป็นสมาชิกอยู่ด้วยใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกสินค้ายุทธปัจจัยและที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี จึงกลายเป็นเรื่องน่าขันที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอเมริกาส่งออก ปริมารมากต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ผิดกับการส่งออกพลูโตเนียมสำหรับทำระเบิดปรมาณู แม้ว่า ลูกค้าจะเป็นชาติพันธมิตรกับอเมริกา เช่น อังกฤษ แคนาดา และเยอรมนีตะวันตก ก็ไม่ละเว้นที่จะต้อง ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด
"เมื่อแรงกดดันมีมากเข้า ทันทีที่สินค้าพวกนี้พ้นจากแผ่นดินอเมริกาไปแล้ว เราไม่มีทางควบคุมได้เลยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" โฆษกของ CRAY เล่า "ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของความซื่อสัตย์ที่เพื่อนจะมีต่อกันเท่านั้น"
งานสำคัญของซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ คือนำมาช่วยผลิตระเบิด คือเมื่อรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอแล้ว ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY จะสามารถสร้างระบบจำลองการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ได้ ซึ่งการให้มีระเบิดปรากฎบนจอคอมพิวเตอร์ ย่อมดีกว่าการออกไปทดลองจริง ๆ ตามแถบชายฝั่งแปซิฟิกอย่างที่เคยทำกัน
ปี 2515 ศูนย์ผลิตระเบิดที่ลอสอลามอส, รัฐนิวเม็กซิโกจึงเป็นหน่วยงานแห่งแรกที่ใช้ประโยชน์จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ CRAY เพื่อการนี้ ต่อมาห้องแล็บผลิตระเบิดปรมาณูในเมืองฮาร์เวลล์ของอังกฤษก็ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY เข้ามาช่วยในการทดลองด้วย
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นต่อมามีหน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของอเมริกานำไปใช้ในงานถอดรหัสและรวบรวมข้อมูลข่าวสาร เพราะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY มีประสิทธิภาพในการกรองแก่นข้อมูลล้ำค่ายิ่งออกจากแหล่งข้อมูลดิบนับพันล้านชุดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการถอดรหัสนั่นเอง
จากคำบอกเล่าของผู้โชคดีไม่กี่คนที่มีโอกาสเห็นโฉมซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง ณ หน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติในอเมริกาพูดถึงรูปทรงของมันว่า มีขนาด 70 ตารางฟุต ต้องใช้ระบบปรับอากาศอันทรงประสิทธิภาพพิเศษเพื่อช่วยผ่อนคลายความร้อนที่เกิดจากการทำงานของไมโครชิพมากมาย ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พวกนี้สามารถอ่าน (SCAN) ข้อมูลได้ถึงวินาทีละ 320 ล้านคำ แผ่นดิสค์เก็บข้อมูลได้ 30 ล้านคำและสามารถ สืบค้นได้ในเวลาชั่วพริบตาคือคิดเป็น 1 ในล้านของวินาทีเท่านั้น และเมื่อนำซูเปอร์คอมพิวเตอร์หลาย ๆ ตัวมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันซึ่งช่างเทคนิคในวงการคอมพิวเตอร์ตั้งชื่อให้ว่า DAISY CHAINING แล้วจะมีประสิทธิภาพสูงขนาดจำลองและจำแนกยุทธวิธีสงครามของเพนตากอนที่เรียกว่า SINGLE INTEGRATED OPERATIONS PLAN (SIOP) ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่กิจการของ CRAY RESEARCH เริ่มบูมเอาเมื่อสามารถเจาะตลาดธุรกิจได้เมื่อผู้ผลิตเครื่องบินและรถยนต์พบว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY สามารถสร้างระบบขึ้นมาเลียนแบบการทดลองอุบัติเหตุและสภาพในอุโมงค์ลมได้ นอกจากนี้นักฟิสิกส์สามารถใช้ประโยชน์จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในการตรวจสอบโมเลกุลภายในและทดสอบการทำงานของจรวดได้โดยไม่ต้องส่งขึ้นทดสอบสมรรถนะจริงในอวกาศ
ผลที่เกิดขึ้นสะเทือนวงการอย่างมหันต์ไม่เพียงแต่ราคาของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY จะถีบตัวสูงขึ้นเป็นเครื่องละ 12 ล้านดอลลาร์โดยเฉลี่ย มันยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์สมรรถนะเยี่ยมที่เคยอ้างถึงก็เฉพาะในนวนิยายเท่านั้นโดยเฉพาะกับการใช้ในงานสำรวจแหล่งน้ำมันที่ทำให้บริษัทบริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ของอังกฤษก้าวล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในงานสำรวจแหล่งน้ำมันแถบทะเลเหนือ เพราะใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY ที่เจฟฟ์ คานิน นักวิเคราะห์ของ HAMBRECHT & QUIST INTERNATIONAL ซึ่งมีกิจการประเภทวาณิชธนกิจในซานฟรานซิสโกให้ความเห็นว่า
"คอมพิวเตอร์ของบีพีมีประสิทธิภาพขนาดจำลองโครงสร้างของชั้นหินใต้ดินที่เป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซได้ แล้วตัดสินใจได้ว่าโครงการอันไหนมีน้ำมัน และน้ำมันนั้นมีเปอร์เซ็นต์ความหนืดหรือความเหลวมากกว่ากัน ในกรณีนี้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY ทำงานได้สุดมหัศจรรย์กับข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ก่อนหน้านี้ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์แต่ไม่สามารถรับงานได้มากเท่า"
อีกไม่นานนักวงการตลาดหุ้นวอลล์สตรีทก็คงซาบซึ้งกับประสิทธิภาพของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ไม่แพ้กัน จากที่ปัจจุบันก็มีผู้เริ่มใช้ "ไมโคร-ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" เข้าปฏิวัติโปรแกรมการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นกันบ้างแล้ว แต่สแน็บบี้นักวิเคราะห์คนเดิมคาดหมายว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะกรุยทางให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบเข้าไปทำหน้าที่อันน่าทึ่งซึ่งช่วยให้บรรดาโบรกเกอร์สามารถรวบรวมข้อมูลแล้วพบโอกาสซื้อขายเร็วกว่าเดิม รวมทั้งช่วยการพัฒนายุทธวิธีโกยเงินได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งยังช่วยให้พวกเขาสร้าง PORTFOLIOที่ดีกว่าและคิดค้นกลยุทธ์บริหารการเงินแบบใหม่ ๆ รวมทั้งการเก็งกำไร ซึ่งสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์พูดถึงความสำคัญของการลงทุนโดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นหลักนี้ว่าปัจจุบันเป็นวิธีลงทุนแบบเดียวของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่วงเงินสูงสุด จึงไม่น่าสงสัยที่ฝ่ายการตลาดของ CRAY ที่ดำเนินงานอย่างเงียบ ๆ ในใจกลางเมืองแมนฮัตตันจึงมีสำนักงานใหญ่โตอย่างไม่น่าเชื่อ
เกี่ยวกับซีย์มอร์ เครย์ผู้ก่อตั้ง CRAY RESEARCH INC. และปัจจุบันอายุ 61 ปีแล้วนั้น เริ่มต้นจากการเป็นวิศวกรดาวเด่นประจำบริษัท CONTROL DATA ด้วยผลงานในฐานะผู้ประดิษฐ์คอมพิวเตอร์รุ่น 7600 ที่มียอดขายติดอันดับท็อปฮิต แต่เมื่อเครย์ พยายามเสนอโครงการพัฒนาคอมพิวเตอร์รุ่นเดิมให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น CONTROL DATA กลับขัดขวางด้วยกลัวว่าเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมาแล้วเครย์จะทำให้รุ่นเก่าขายไม่ออก
แต่เพราะตัวเขามุ่งมั่นในโครงการประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเยี่ยมกว่าที่มีอยู่ในตลาดออกมาให้ได้ เมื่อ CONTROL DATA ไม่สนับสนุนเครย์เลยแยกออกมาตั้งบริษัทของตัวเองที่ CHIPPEWA FALLS ชุมชนเล็ก ๆ ในวิสคอสซินที่มีทัศนียภาพสุขสงบและสวยงามท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบที่น่าแปลกคือพนักงานรุ่นแรกของ CRAY กลับไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นพนักงานหญิง ผู้เชี่ยวชาญงานถักนิตติ้ง!
เพราะคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ ที่ออกแบบโดย CRAY จำเป็นต้องใช้ลวดเส้นจิ๋วถักด้วยมือพัน รอบแผงวงจรอย่างแน่นหนา "เขาประกาศว่าจะจ้างทุกคนที่ถักนิตติ้งพื้นฐานได้" ผู้สมัครงานครั้งนั้น เล่าความหลัง
เครย์มีวิธีปลุกขวัญกำลังใจของพนักงานด้วยการออกแบบและต่อเรือด้วยตัวเองทุกฤดูใบไม้ผลิเพื่อจะเผาทิ้งในฤดูใบไม้ร่วง "เขาต้องการย้ำว่าไม่มีผลงานออกแบบชิ้นใดสมบูรณ์ที่สุด แม้แต่จากฝีมือออกแบบของเขาเองก็ตาม" ปีเตอร์ แพ็ตตัน...นักวิทยาศาสตร์ผู้เคยทำงานใกล้ชิดกับเครย์ตั้งแต่สมัยอยู่กับ CONTROL DATA เล่า
นิสัยการทำงานของเครย์ก็ประหลาดพอ ๆ กัน "เขาจะหมกมุ่นกับงานที่ต้องใช้มันสมองเต็มที่ 2 หรือ 3 ชั่วโมง" นักวิจัยผู้ร่วมงานด้วยคนหนึ่งเผย "จากนั้นจะเดินดุ่ม ๆ ออกไปที่สวนแล้วตั้งหน้าขุดดินเป็นหลุม พอได้ที่ดีก็กลบกลับไปตามเดิม เพราะเชื่อว่าการได้ออกแรงทำงานเรียกเหงื่อเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งความคิดดีเลิศ"
สตีฟ เฉิน มันสมองคนที่สองของบริษัทเข้าร่วมงานกับเครย์ปี 2522 เพื่อปรับปรุงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY I ขณะที่เครย์ผันตัวเองไปคิดค้นพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงขึ้น เรื่อย ๆ "ทั้งสองหลักแหลมพอ ๆ กัน ต่างกันตรงศักยภาพเท่านั้น" นอร์แมน วินนิงสตัด อดีตประธานกรรมการบริษัท FLOATING PIONT SYSTEMS ผู้เคยเป็นนายจ้างของสตีฟ เฉิน วิจารณ์ "เครย์สามารถประดิษฐ์คิดค้นผลงานใหม่ถอดด้ามและศักยภาพสูงแต่เฉินเป็นเลิศในแง่การคิดค้นหาวิธีพัฒนาแนวความคิดเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น"
เฉินจึงเข้าไปมีบทบาทในแง่รับโอนงานออกแบบที่เครย์เคยทำมาแล้วมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 2-3 เท่า ทั้งยังรู้จักหาทางลดต้นทุนการผลิตลงได้มากแต่ดูเหมือนพรสวรรค์น่าทึ่งที่สุดของเฉินจะอยู่ที่การเป็นผู้นำผู้ระดมมันสมองนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันเป็นปึกแผ่นภายใต้อาณัติของเขา โดยเฉพาะในโครงการที่รู้จักกันในชื่อ MP (MULTI-PROCESSOR) ซึ่งถือว่าเป็นโครงการเพื่อผลิตภัณฑ์แห่งทศวรรษ 1990 แต่เมื่อ CRSY ประกาศยกเลิกโครงการและเฉินตบเท้าลาออกไปก็ยังมีผู้ทรงไว้ซึ่งความสามารถสูงยิ่งสืบทอดเจตนารมณ์ของเขาต่อไปดังที่ จอห์น รอลล์วาเก้น ประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบันของ CRAY เชื่อมั่น
ตัวซีย์มอร์ เครย์ปลดเกษียณก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารปี 2524 แต่ยังคอยให้ คำปรึกษาในฐานะกรรมการบริหารบริษัทอยู่และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน CRAY ด้วย โดยเฉพาะกับงานในห้องทดลองแล้วเครย์ไม่ยอมทิ้งไปทันที ยังวนเวียนเดินเข้าออกคอยให้คำแนะนำตลอดเวลา
แต่ความสามารถและความเป็นอัจฉริยะของเครย์ไม่อาจอยู่ยงคงกระพันตลอดเวลาเมื่อบทบาทของเขาถดถอยลงเรื่อย ๆ วงการก็มองว่า สตีฟ เฉิน นี่แหละคือทายาทคนต่อไป นักวิเคราะห์ถึงกับหวั่นวิตกว่าหากปราศจากเฉินแล้วอนาคตของ CRAY ก็อาจต้องมืดมนตามไปด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนนี้อัตราการขยายตัวของยอดซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY รุ่นเก่าชะลอตัวลงจากที่ลูกค้าพากันตั้งตาคอยรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า
นักสังเกตการณ์บางคนปักใจเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ CRAY ต้องมีปัญหารายได้ลดลงเพราะ เสียตลาดในส่วนของซอฟท์แวร์ที่เริ่มถึงจุดอิ่มตัว แต่ในระยะยาวแล้วนักวิเคราะห์เชื่อว่า CRAY ต้องดิ้นรนขยายตลาดออกไปให้ได้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ในตลาดยุโรปที่ CRAY ขายสินค้าไปแล้วอย่างน้อย 50 ระบบหรือเกือบ 1 ใน 3 ของสินค้าที่ผลิตได้ทั้งหมดให้ลูกค้าในอังกฤษ เยอรมนีตะวันตก เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ความหวังจะเปิดตลาดใหม่ในประเทศแถมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและสแกนดิเนเวียที่ดูท่าจะสดใสไปได้ด้วยดีก็ประสบอุปสรรคเพราะกำแพงภาษีจนทำให้นักวิเคราะห์อย่างสแน็บบี้เชื่อว่าออสเตรียคงไม่มีวันได้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ CRAY แน่
ตอนนี้เป้าหมายของ CRAY ต้องมุ่งมาสร้างตลาดในจีนและประเทศแถบชายฝั่งแปซิฟิกอย่างเกาหลีใต้กับไต้หวันไม่เว้นแม้แต่ญี่ปุ่น จากที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง นิสสัน มอเตอร์, โตชิบา และนิปปอน เทเลกราฟ แอนด์ เทเลโฟน (เอ็นทีที) ต่างก็เป็นลูกค้าของ CRAY เอ็น ทีทีนั้นได้ชื่อว่าเป็นเป็นลูกค้ารายสำคัญและไม่น่าเชื่อด้วย เพราะมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับฟูจิตสุและเอ็นอีซียักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของ CRAY แต่ยังเลือกซื้อสินค้าของ CRAY ใช้
นักวิเคราะห์จึงให้บทสรุปว่าศัตรูตัวฉกาจของ CRAY ไม่ใช่บริษัทคู่แข่งหรือการตบเท้าลาออกของผู้บริหารระดับหัวกะทิแต่มาจากภายในจากความสำเร็จของบริษัทนั่นเอง เพราะนับจากก่อตั้งบริษัทขึ้นมาก็สร้างและคุมตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่นไม่ว่าจะเป็นในแง่ของตัวฮาร์แวร์หรือซอฟท์แวร์ที่คุณภาพดีเยี่ยมจนลูกค้าไม่ต้องห่วงเรื่องการซื้อหรือเปลี่ยนใหม่ไปอีกนาน "ดู ๆ แล้วก็ไม่ผิดอะไรกับการเดินมาติดกับตัวเอง" นอร์แมน วินนิงสตัด เปรียบเทียบสั้น ๆ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|