|

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทยในรอบปี 2531
นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2531)
กลับสู่หน้าหลัก
ก่อนที่จะทำความเข้าใจปัญหาสถานการณ์ของบ้านเมืองไทยในรอบปี 2531 ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ต่างก็มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ในปี 2531 นี้ นับว่าเป็นปีที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างมาก หรือเป็นปีแห่งความไม่แน่นอนทางด้านธุรกิจการเมืองและสังคม ที่คนส่วนมาก ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์เหล่านี้จะประมาทไม่ได้
แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างนั้น ก็ขอให้มาทำความเข้าใจกับดาวอิทธิพลที่สำคัญที่จะเป็น "ตัวแปร" สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างน้อยก็สองดวงคือ หนึ่งพฤหัสบดี(5) และสองเสาร์(7) เพราะดาวพระเคราะห์สองดวงนี้จะบอกถึงผลกระทบต่อบุคคล อาชีพ และสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เรามาพิจารณากันที่พฤหัสบดีเสียก่อน
ในทางการเมือง หมายถึง : โครงการขนาดใหญ่ ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งจะต้องร่วมการลงทุนระหว่างกลุ่มธุรกิจการเงินใหญ่ ๆ กับรัฐบาล การสร้างโรงเรียน วิทยาลัย สถาบันเกี่ยวกับการกุศล และการบริจาคเพื่อการกุศลโรงพยาบาล การลี้ภัยทางการเมือง สถานพักฟื้นโรงพยาบาลที่ถูกแยกออกจากชุมชน เรือเฟอร์รี่ การเดินเรือ ที่พักอาศัยของคนใช้และบริวาร อาคารหรือการก่อสร้างธนาคาร การปรับปรุงโบสถ์วิหาร สุเหร่า อาคารสถาน ที่ทำเป็นโครงการใหญ่
เศรษฐกิจ :การค้าเสรี ที่ไม่มีการควบคุมผลที่ได้รับจำนวนมาก การผลิตขนาดใหญ่ การไหลหรือการหมุนเวียนของเงินที่คล่องตัว รายรับจำนวนมากและทุนสำรองของธนาคารกลาง ผลประโยชน์ ที่ได้รับจากต่างประเทศ ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ผลกำไรที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เฉพาะราคาการแลกเปลี่ยนในตลาดหลักทรัพย์จะสูงขึ้นกว่าปกติ มูลค่าของหุ้นจะเพิ่มขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ ราคาหุ้นจะมีราคาสูงขึ้นและให้ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างมาก จะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ ๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก เงินปันผลของบริษัทธุรกิจจะอยู่ในภาวะที่น่าพึงพอใจ โบนัสและเงินปันผลจะมีการจ่ายออกมา รัฐบาลจะมีทางหาเงินทองได้มากจากภาษีรายได้พร้อมด้วยภาษีทางอ้อมอื่น ๆ อีกด้วย
ผลผลิตบรรดาอาหารประเภทที่ประกอบด้วยไขมันทุกชนิดเป็นความหมายของดาวพฤหัสบดี เช่น เนยหรือนม อาหารประเภทแป้งที่มีรสหวานต้นไม้ขนาดใหญ่ ยางพารา โลหะ ดีบุก ทองคำ"
นี่คือความหมายของดาวพฤหัสบดี ไม่ว่าบุคคล วัตถุ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ตามความหมายเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของประเทศไทย ทั้งนักธุรกิจและนักการเมือง ตามความหมายเหล่านี้ ทั้งสิ้น เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดาวพฤหัสบดีตัวนี้โคจรเป็นปรกติ หรือถูกต้องตามหลักตามเกณฑ์ ผลเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลและนักเศรษฐศาสตร์ของประเทศไทยกำลังคุยโม้สะบั้นหั่นแหลกถึงความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนี้และยังคาดหมายกันต่อไปอย่างเพ้อฝันว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในด้านความเติบโตต่าง ๆ ตลอดจนการลงทุนต่างประเทศจะเพิ่มพูนมากขึ้น ในปี 2531 นี้
ความจริงจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ในระยะต้นปี 2531 เท่านั้นคือในระยะที่ดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าสู่ราศีเมษตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2531 เป็นต้น ไปจนกระทั่งถึงระยะที่พฤหัสบดีโคจรจากราศีเมษเข้าไปสู่ราศีพฤษภ ในวันที่ 19 มิถุนายน สภาพอย่างที่ว่านั้นก็จะเริ่มเปลี่ยนไป
หมายถึงว่าในระยะตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์เมื่อพฤหัสบดีโคจรเข้าสถิตราศีเมษนั้น เป็นระยะเวลาใกล้เคียงกับที่พุธจะโคจรถอยหลัง (พักร์) จากราศีกุมภ์มาสู่ราศีมังกร ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจการเมืองและสังคมในรูปการปรับตัวใหม่อย่างมากมายพอสมควร จนกระทั่งถึงวันที่ 19 มิถุนายน ผลของดาวพฤหัสบดีในราศีเมษที่เข้าไปทับดวงชะตาเมืองหรือลัคนาเมืองที่มีอาทิตย์กุมลัคนาอยู่นั้น จะทำให้การเปลี่ยนแปลงในทางราคาของสินค้าทุกอย่างสูงขึ้น เฟื่องฟูขึ้นหรือเจริญเติบโตขึ้นตามความหมายหลาย ๆ ด้านตามที่กล่าวมาแล้ว แต่จะเป็นการขยายตัวอย่างไม่มีเหตุมีผลและไม่มีทางที่จะเชื่อว่าป็นไปได้
จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทั้งในทางการเงิน และเศรษฐกิจในด้านอื่น รวมถึงราคา และความไม่แน่นอนของตลาดทุก ๆ ด้าน ที่เป็นโอกาสของนักเก็งกำไรและนักเล็งผลเลิศไปได้ชั่วระยะหนึ่ง
ความเติบโตหรือความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น จะต้องถือว่าเป็นไปอย่างไม่มีเหตุผล เป็นไปอย่างขอไปที เป็นเรื่องของการฟลุ้คและการบังเอิญเท่านั้น ซึ่งการเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งตามความหมายของพฤหัสบดีที่จะนำไปสู่ความหายนะหรือความวิบัติและนำไปสู่ปัญหาเลวร้ายในอนาคต หลังจากที่พฤหัสบดีตัวนี้โคจรเข้าไปสู่ราศีพฤษภเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนไปแล้ว
ตอนนั้นสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในสภาพที่จะเปลี่ยนสภาพและเงื่อนไขไปอีกทางตรงข้ามหรือจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว!
ในระยะนี้ดวงชะตาของนักธุรกิจ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องตามความหมายของพฤหัสบดีที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น บางคนอาจจะร่ำรวยหรือได้ดิบได้ดีเปลี่ยนแปลงฐานะไปในทางที่ดีจากธุรกิจหรือฟลุ้คขึ้นมาอย่างไม่คาดไม่ฝัน บางคนจะมีโอกาสได้ลงทุนหรือได้ทำกิจการอะไรใหญ่ๆ โตๆ ขึ้นอย่างไม่คาดหมาย แต่ในขณะเดียวกัน บางคนอาจจะพบความวิบัติ สูญเสีย ขาดทุนอย่างหนักอย่างไม่คาดหมายอีกเช่นเดียวกัน นั่นขึ้นอยู่กับดวงใครดวงมันหรือพื้นชะตาของใคร !
โอกาสที่นักธุรกิจ นักบริหารจะถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่หรือตกวูบลงจากเก้าอี้เอาง่าย ๆ จนกระทั่งถึงติดคุกติดตะรางได้ ก็เป็นไปได้ง่ายถึงขนาดหมดตัว เพราะคาดหมายสถานการณ์ผิดก็ได้ ง่าย ๆ
ในช่วงนี้การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การบริหารก็จะมีสูง รัฐบาลจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลหรือจะต้องลาออก หรือการยุบสภาเพื่อการเลือกตั้งใหม่นั้นมีได้ไม่ยาก ขอ ให้เตรียมตัวฟังกันไว้บ้างก็สวย !
บทบาทของดาวพฤหัสบดีดังกล่าวนี้ ทุกคนจะต้องไม่ประมาทเป็นอันขาด
เฉพาะอย่างยิ่ง การโคจร "พักร์" (ถอยหลัง) ของพฤหัสบดีดวงนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน วันที่ 24 เป็นต้นไปจนกระทั่งถึงมกราคม 2532 นั้น เป็นระยะที่ความหมายในด้านดี (การขยายตัว ผลกำไรหรือการเติบโตของราคาและความเฟื่องฟูของตลาดรวมถึงการลงทุน) ทุกอย่างจะตรงข้ามกับความหมายของความเติบโตของพฤหัสบดีที่กล่าวแล้วทุก ๆ ประการ
สำหรับนักธุรกิจการเงิน ให้ระวังปัญหาเรื่องการฟุบของตลาด การตกต่ำของราคาค่าหุ้นตลอดจนผลประโยชน์ทางการเงินที่คาดว่าจะได้ แม้แต่กระทรวงการคลัง การเก็บภาษี หรือรายได้ตลอดจนทุนสำรองที่อวดอ้างหรือความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ฝันหวานไว้นั้นจะพังทลายหมด
จะมีปัญหาอย่างหนักเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของประเทศ จะมีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินการธนาคารอย่างหนัก แม้แต่การลดค่าของเงินบาทก็มีทางว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากอะไรนัก เพราะในขณะที่พฤหัสบดีกำลังโคจรอยู่ในภพการเงินของประเทศ และในภพวินาศของดวงชะตาเมืองคือราศีมีนก็มีอังคาร (3) กำลังโคจรถอยหลัง (พักร) อยู่เป็นเวลาค่อนข้างนาน นั่นหมายถึงความวิบัติและความหายนะทางการเงินการคลังของประเทศและของประชาชน และมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างหนัก เพราะค่าใช้จ่ายสูง หนี้สิน และการลดค่าเงินบาทหรือความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน หรือการเพิ่มค่าของเงินบาทให้สูงขึ้นก็จะเป็นไปได้ในระยะนั้น !
ไม่มีใครคาดหมายอะไรได้ นอกจากจะต้องอยู่ด้วยความระมัดระวังและจะต้องอยู่อย่างฉวยโอกาส อย่าฝันมากหรือประเมินสถานการณ์ในด้านดี ๆ ที่มองเห็นมากเกินไป พฤหัสบดีตัวนี้ทำให้ฉิบหายได้ง่าย ๆ และรุนแรงมาก
และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและโครงสร้างอื่น ๆ ทางสังคมจะค่อนข้างมากและทุก ๆ ธุรกิจการงานทีเดียว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเมืองไทยในปี พ.ศ. 2448 อันเป็นปีสิ้นสุดของการเลิกระบบทาสในเมืองไทย !
(ใครอยู่ในอาชีพอะไร หรือฐานะตำแหน่งอย่างไร เกี่ยวข้องกับอะไร โปรดอ่านความหมายของพฤหัสบดีทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างบนนั้น พยายามอย่าหลงตัวเองและอย่าให้สถานการณ์ในด้านดีอย่างไม่มีเหตุผลมันหลอกเอาได้ อย่าไปเพ้อฝันกับมัน แต่ต้องอยู่ด้วยความระมัดระวังเพราะอนาคตนั้น สิ่งที่เกิดอย่างผิดปรกติของพฤหัสบดีตัวนี้มักจะหักหลังและทำลายทุกอย่างไปในทางตรงกันข้ามทันที เพราะการโคจรที่วิปริตถึงที่สุด ให้คุณมากที่สุดและจะให้โทษมากที่สุดไม่น้อยไปกว่ากัน)
สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจการเมืองของประเทศ ในวิชาโหราศาสตร์มีดวงดาวที่สำคัญหลายดวงที่มีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะต้องเขียนกันมากมายพอสมควรในแต่ละเรื่อง แต่เนื่องจากการจำกัดของหน้ากระดาษของ "ผู้จัดการ" ก็ขอเอาแต่เพียงอิทธิพลของความเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเพียง 2-3 ดวง ที่สำคัญเท่านั้นมากล่าวถึงอย่างย่นย่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนอกจากพฤหัสบดี (5) แล้วก็ยังดวงดาวที่สำคัญอีกดวงหนึ่งที่จะต้องนำมาใช้คือดาวเสาร์ (7) ซึ่งโคจรขึ้นมาสถิตในราศีธนู อันเป็นภพที่ 9 ของดวงชะตาเมือง
ก็ขอให้เรามาพิจารณาความหมายของดาวเสาร์ (7) กันดูสักหน่อย:
ในทางการเมือง ดาวเสาร์ (7) หมายถึง : การก่อสร้างอาคารและสถานที่ใหญ่ ๆ เฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ กฎหมายกับผู้ใช้แรงงาน ความไม่สามารถจะตกลงปรองดองกันได้ และความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การตายหรือการถูกโค่นล้มผู้มีอำนาจในทางการเมืองของประเทศ (สำหรับสหรัฐอเมริกา เสาร์ในภพนี้เคยทำให้ผู้นำถูกลอบสังหารและถูกโค่นล้มหรือมีอันเป็นมาทุกรอบ) อันตรายต่อชื่อเสียงที่จะมีต่อประเทศชาติ มาตรการห้ามกันชนิดต่าง ๆ ที่ขัดขวางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะถูกนำมาบังคับใช้ การควบคุม การปันส่วน การใช้อำนาจฉุกเฉิน ความอดอยากทุพภิกขภัย แผ่นดินไหว การใช้จ่ายเงินของประชาชนอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก โดยไม่มีความจำเป็นและไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้เพราะความผิดพลาดของการบริหารแผ่นดิน
ในทางเศรษฐกิจ ดาวเสาร์ (7) หมายถึง : การรีดภาษีอย่างหนักหน่วงที่ทำให้การส่งออกของภาคเอกชนลดปริมาณลงจนหมดกำลังใจที่จะทำกันต่อไป ความยากลำบากเกี่ยวกับการเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ปัญหากรรมกร และคนงานที่จะก่อการสไตร๊ค์เนื่องจากทุพภิกขภัยหรือข้าวยากหมากแพงไม่พอกิน เนื่องจากผลของน้ำท่วม แผ่นดินไหว ไม่มีที่พักอาศัย การโอนกิจการเป็นของรัฐ การยึดหรือการริบทรัพย์สินของเอกชน ที่ดินเหมืองแร่ (เวนคืนก็อยู่ในข่ายนี้) ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ หดตัวลงไป สงคราม ความยุ่งยากทางด้านการขนส่ง ความสูญเสียวัตถุดิบต่าง ๆ ผู้คน ยวดยานพาหนะ อาวุธ กระสุนปืน และการขาดแคลนสินค้านานาชาติ (ตลอดเวลา 2 ปีครึ่งที่เสาร์โคจรอยู่ในราศีนี้)
ผลผลิตในความหมายของดาวเสาร์ (7) : ได้แก่ ตะกั่ว พลวง น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน และผลิตผลจากปิโตรเลียม ถ่านหิน เหมืองแร่ ซีเมนต์ หนังสัตว์ เหล็ก และไม้"
ดาวเสาร์ (7) ในดวงชะตาเมืองในปี 2531 จะมีบทบาทรุนแรงมากในดวงชะตาเมืองไทย ตามความหมายทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับความหมายเหล่านั้นทั้งหมด จะได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างแรงมาก เฉพาะอย่างยิ่งภาษีที่จะถูกรีดอย่างหน้ามืดจากรัฐ การขาดแคลนของวัตถุดิบและสินค้า การหดตัวของธุรกิจ ตลอดจนกระทั่งผลทางการเมืองที่หมายถึงการตาย การถูกโค่นล้มของผู้นำ ความขัดแย้งอย่างหนักทางการเมืองในสภาผู้แทน การโฆษณา การพิมพ์ การค้าระหว่างประเทศ และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะมีผลร้ายและรุนแรงอย่างมาก นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2531 เป็นต้นไปจนกระทั่ง 31 สิงหาคม 2531 เพราะเป็นวันที่เสาร์ (7) จะโคจรถอยหลังอยู่ในตรียางแรกของราศีธนูที่จะต้องทับเสาร์และพฤหัสบดีเดิมในดวงชะตาเมือง ในองศาที่ใกล้ชิดเหมือนจับวาง สภาพของดาวเสาร์จรที่ขึ้นมาทับพฤหัสบดีและเสาร์เดิมอย่างนี้ ไม่ว่าจะในดวงชะตาของบุคคลหรือในดวงกาลชะตาใด ๆ ก็ตาม ท่านพูดถึงว่า "เสาร์ปะทะกันและกันเอง โทษทุกข์แต่บางเพรงจะก่อจะเกิดมี" คือหมายถึงว่าเจ้าชะตาได้ก่อกรรมทำเวรไว้มากต่อประเทศชาติประชาชน กรรมมันก็จะสนองเอาไม่ว่าใครเป็นผู้ทำ เพราะเหตุฉะนั้น การถอยหลังของเสาร์ที่ "ปะทะทับ" กันอย่างนี้แล้ว อย่าหวังว่าสิ่งที่ดีงามจะเกิดขึ้น นอกจากความหายนะของประชาชน และการทำมาหากินของประชาชนที่แร้นแค้นฝืดเคืองเป็นเรื่องสำคัญ
สิ่งที่ไม่คาดหมายว่ามันจะต้องฉิบหายหรือต้องเป็นทุกข์มันก็จะเกิดขึ้นแน่นอน !
เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเสาร์ (7) โคจร "ปะทะทับ" พฤหัสบดีอีกตัวหนึ่งในลักษณะที่ห่างกันไม่เกิน 3 องศา ดังนั้น โบราณเขียนบอกไว้ว่า
"พฤหัสบดีเนา ประทะเสาระวิถาร
ลุสวัสดิวุฒิการ กระแล้วทุกข์ทวี
จะนิราศอุรุสา จะนิราศะภิรีย์
สุระโทษธิบดี ผิวท้าวจะกระทำ
คือเมื่อพฤหัสบดีเสาร์เข้ามาปะทะกันในรูปนี้แล้ว ท่านว่าในตอนแรกอะไรก็ดูเหมือนจะดีและงดงามไปหมด แต่หลังจากนั้นมันก็จะให้โทษ ถ้าเป็นบุคคลแล้วก็ต้องจากลูกจากเมีย หรือประสบความวิบัติจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ลักษณะอย่างนี้เป็นลักษณะที่น่ากลัวอย่างมากในดวงชะตาเมืองในระยะที่เสาร์โคจรถอยหลังอยู่เป็นเวลานานถึง 5 เดือน มากหรือน้อย สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น
เฉพาะอย่างยิ่ง นายจ้างหรือรัฐบาลนั้น ปัญหาผู้ใช้แรงงาน ปัญหาคนว่างงานและปัญหาคนยากคนจน หรือชาวไร่ชาวนาที่จะรวมกันต่อสู้อย่างหัวชนฝานั้นจะระบาดไปทุกแห่งตลอดเวลานานที่เสาร์ยังคงสถิตในราศีนี้ การรวมตัวหรือการต่อสู้ของคนงานจะไม่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาแล้ว เพราะจะมีลักษณะการใช้การรุนแรงที่จะต้องเอาแพ้เอาชนะ หรือต้องตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะมฤตยู เทพเจ้าของความวิบัติได้โคจรขึ้นมารอเสาร์วิปริตตัวนี้อยู่ก่อนแล้ว และก็จะโคจรถอยหลัง (พักร์ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไปในบริเวณองศาเดียวกันอีกด้วย)
บอกได้คำเดียวว่าความรุนแรงหลาย ๆ ประการจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมาย และบอกได้คำเดียวว่า ถ้าหากชนชั้นปกครองยังมัวประมาทหรือจัดการปัญหาเฉพาะคนร่ำรวยหรือสภาพเศรษฐกิจรวมที่โอ้อวดกันอยู่ทุกวันนี้ มันจะเข้าตำราที่ว่า "ลุลาภ สวัสดิวุฒิการ กระแล้วทุกข์ทวี" ก็ในระยะนี้แหละ!
ไม่รู้ว่าผู้มีบุญที่ไหนจะพังลงบ้าง เพราะการโคจรวิปริตของมฤตยู - เสาร์ที่ทับเสาร์และพฤหัสบดีเดิมในดวงเมืองดังกล่าวนี้ มันทำให้หวั่นว่าผู้มีอำนาจของบ้านเมืองจะมีอันเป็นไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง
แต่เพื่อที่จะให้ผู้เกี่ยวข้องมองเห็นภาพสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเสาร์ - พฤหัสบดี - มฤตยูและเนปจูนทั้ง 4 ดวงในราศีธนูที่จะเริ่มกันเบาะ ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปก็จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกันที่ภพที่ 9 ของดวงชะตาเมืองที่หมายถึงบุคคลและสถานการณ์ดังต่อไปนี้ จะได้รับผลกระทบอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงมากหรือน้อยแล้วแต่พื้นดวงเดิมของใครของมัน ได้แก่ปัญหาเหล่านี้ที่จะต้องเผชิญคือ :
(1) การค้าและภาษีศุลกากรระหว่างรัฐต่อรัฐ และระหว่างประเทศต่อประเทศ จะเป็นอุปสรรคอย่างหนักต่อธุรกิจการค้าระหว่างรัฐต่อรัฐและระหว่างประเทศ
(2)
(3) การเดินเรือ และการเดินเรือระหว่างประเทศจะมีปัญหาที่ทำให้ธุรกิจทางด้านนี้กระอักเลือดและเป็นอุปสรรคต่อกิจการเดินเรือและการค้าที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือระหว่างประเทศ
(4)
(5) ปัญหาการจราจรทางอากาศสำหรับเครื่องบินระหว่างรัฐ (อุบัติเหตุ ภาษี และระเบียบหรือกฎหมายใหม่ ๆ และความผิดพลาดทางด้านการบริหารทางด้านนี้)
(6)
(7) กฎหมายและนักกฎหมายจะเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรมและวิปริตต่าง ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
(8)
(9) จะมีปัญหาเกี่ยวกับศาลสูง ความวิปริตทางด้านการศาสนา, ลัทธิศาสนา นักเทศน์นักบรรยายธรรม การพิมพ์ การโฆษณา หนังสือ การอภิปราย และสถานที่ทุกแห่งที่จะแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะจะได้รับการกดดันและบีบคั้นอย่างหนักและกระทบต่อคนหรือกิจการเหล่านี้มาก
(10)
(11) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งใกล้และบ้านใกล้เรือนเคียง จะเขม็งเกลียวเครียดยิ่งขึ้น
(12)
การโคจรขึ้นมาของเสาร์-มฤตยู-เนปจูน-ที่เข้ามาทับเสาร์-พฤหัสบดีเดิมของดวงชะตาเมือง และโคจรถอยหลังในลักษณะองศาเกือบจะเท่ากันดังกล่าวนี้ เป็นระยะเวลาที่ดวงชะตาเมืองจะบอบช้ำที่สุด และให้ความทุกข์ยากและความผิดหวังทางธุรกิจ การเมือง และสังคมมากที่สุด ชนิดที่จับต้นชนปลายกันไม่ถูก เพราะจะไม่มีอะไรที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และด้วยความถูกต้องที่ใครจะพึงคาดหวังลงง่าย ๆ
ระยะเชิงมุมและการโคจรวิปริตของดวงดาวดังกล่าวนี้ ในขณะที่พฤหัสบดีในราศีเมษโคจรเร็วจนผิดปรกติและในขณะที่เสาร์ (7) ถอยหลังหรือกลับเดินช้าลงในระยะเชิงมุมตรีโกณฑ์กันอย่างนี้ ระเบียบแบบแผนและความถูกต้องมันจะไปกันคนละทางไปหมด ผู้ที่มีบาปก็จะใช้บาป ผู้ที่โง่และหลงเพ้อก็จะใช้กรรมของตัวไป แล้วแต่พื้นดวงของใครจะกระทบอะไรเข้า
แต่ความหมายของพฤหัสบดีและเสาร์ที่กล่าวมาแล้วนั้นคือ ผู้ที่จะได้รับอิทธิพลหรือธุรกิจที่จะได้รับอิทธิพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
ทางรอดก็มีอยู่ทางเดียว คืออยู่กันด้วยความไม่ประมาทและอยู่ด้วยคุณธรรม มักน้อยสันโดษ และอย่าฝันหวานเท่านั้น พอจะมีทางรอดหรือได้รับการกระทบกระเทือนน้อยหรือมีเพียงแต่เฉียด ๆ กันไป
คำทำนายเหล่านี้จะถูกต้องมากน้อยเพียงไรนั้น ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หรือไม่อยากจะเปลี่ยนคำทำนายให้บรรยากาศให้หวานมันไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่ามันคงจะไม่หนีไปจากที่กล่าวมานี้เป็นส่วนใหญ่ !
เพราะโบราณว่ามาอย่างนั้นและประสบการณ์ของผู้เขียนเองก็ได้รับมาเช่นนี้
และดวงชะตาเมืองอย่างนี้ เมืองไทยก็เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาแล้วครั้งหนึ่ง ในปี 2448 อันเป็นปีที่ประเทศไทยประกาศเลิกทาส และในปี 2475 ซึ่งไม่หนักขนาดนี้ ก็มีการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยห่วย ๆ อยู่ทุกวันนี้
เพราะฉะนั้น ก็ยังอยากจะเชื่อว่าการโคจรของดวงดาวดังกล่าวนี้ มันจะต้องมีอะไรที่ทำให้บ้านเมืองผิดปรกติไปอย่างใดอย่างหนึ่งค่อนข้างมากทีเดียว
และมันก็มีผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนพลเมืองแต่ละคนด้วย !
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจการเมืองและเศรษฐกิจของไทยในปี 2531 จึงเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีอนาคต นอกจากความยุ่งยากและเจ็บปวดทุกด้าน !
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|