|

78 ปี ปราสาททองโอสถ
โดย
อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
หลังจากสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยมานานถึง 78 ปี ยาแผนโบราณสมบัติดั้งเดิมของ “ปราสาททองโอสถ” กำลังรอวิสัยทัศน์ของผู้นำและการบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “มรดก” ชิ้นนี้อีกครั้ง
กลิ่นยาหอมโชยเข้ามาแตะจมูกทันทีที่ ผู้จัดการ ก้าวผ่านประตูกระจกเข้าไปในโรงงานปราสาททองโอสถ ย่านคลองกุ่ม บางกะปิ สรรพคุณของตัวยาสมุนไพรธรรมชาติหลากหลายชนิดถูกนำมาประสมประสานกันจนเกิดความสมดุล
เป็นศาสตร์และศิลป์ของบรรพบุรุษ ที่ถ่ายทอดกันมายาวนานต่อเนื่อง
ปีที่ผ่านมาชื่อของปราสาททองโอสถ เริ่มถูกตอกย้ำต่อสายตาคนรุ่นใหม่ในสื่อต่างๆ มากขึ้น วัลลีย์ ปราสาททองโอสถ สะใภ้คนที่ 4 ของตระกูล ภรรยานายแพทย์ปราเสริฐ ผู้เข้ามาบริหารต่อกิจการของครอบครัว เปิดเผยกับ ผู้จัดการ ว่ากระแสธรรมชาติบำบัดโดยศาสตร์ตะวันออก กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้น ดังนั้นน่าจะถึงเวลาของบริษัทเช่นกันที่ต้องเผยแพร่ตัวยาสมุนไพรที่ทำกันมานานให้คนรู้จักเพิ่มขึ้นเช่นกัน
การปูความรู้เกี่ยวยาแผนโบราณและแบรนด์ของ “ปราสาททองโอสถ” เป็นเรื่องที่เลือกทำเป็นอย่างแรกก่อนที่การประชาสัมพันธ์ลงลึกในเรื่องตัวยา ต้องทำตามมา พร้อมๆ กับปรับปรุงในเรื่องบรรจุภัณฑ์และตัวยาให้ทันสมัย ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมากแล้ว เช่น เปลี่ยนจากยาผงเป็นยาเม็ด หรือนำมาใส่แคปซูล เพื่อความสะดวกต่อการซื้อ การกิน และการพกพา โดยยังรักษา “สูตรดั้งเดิม” จากบรรพบุรุษ
นอกจากตอกย้ำแบรนด์ต่อกลุ่มเป้าหมายเก่าที่เป็นผู้สูงอายุแล้วก็หวังว่าจะขยายฐานลูกค้าใหม่ที่เป็นคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวได้เช่นกัน
ปัจจุบันบริษัทมีตัวยาประมาณ 100 ชนิด แต่ที่รู้จักกันมากคือยาหอมปราสาททองชนิดกลมปิดทองทั้งเม็ด ซึ่งมีกลวิธีการทำด้วยมือที่ไม่เหมือนใคร โดยนำตัวยา สมุนไพรที่ผสมแล้วไปบดและปั้นเป็นเม็ดๆ จากนั้นปิดด้วยแผ่นทองคำแท้บริสุทธิ์ลงบนตัวยาโดยอาศัยฝีมือของคนงานที่ชำนาญ สรรพคุณของทองคำบริสุทธิ์เชื่อกันว่าสามารถบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นยาชนิดหนึ่งที่ขายดีอย่างมาก
“เราทำด้วยวิธีนี้ตั้งแต่สมัยทองบาทละ 800 ตอนนี้ทองขึ้นมาบาทละ 8 พัน” วัลลีย์เล่าให้ฟัง ดังนั้นราคายาตัวนี้ก็ต้องขึ้นตามราคาทองโดยกำหนดขายปลีกขวดละประมาณ 600 บาท ขายส่งขวดละประมาณ 500 บาท
ส่วนตัวยาอื่นที่ยังเป็นที่นิยมเช่น ยาหอมอินทรโอสถแท่งทอง ยาหอมอำพันทอง ยาข่าหอม ยาหอมมงกุฎทอง และยาเขียวแก้ไข้
ธุรกิจนี้ทำรายได้เพียงปีละ 7-8 ล้านบาทเท่านั้น นายแพทย์ปราเสริฐให้ความเห็นกับ ผู้จัดการ ว่า โอกาสที่ยาแผนโบราณจะก้าวไปไกลนั้นมีอีกมาก หากมองไปถึงตัวเลขวิจัยที่บอกว่ามูลค่ารวมในปีหนึ่งๆ สูงกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“ถ้าทำดีๆ อาจจะดีกว่าธุรกิจเครื่องบินก็ได้” แต่การทำตลาดเรื่องยาสมุนไพรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นกัน และที่สำคัญลูกๆ ทั้ง 10 คนของหมอทองคำที่ได้มรดกชิ้นนี้มาต่างไม่มีเวลาเข้ามาบริหาร นายแพทย์ปราเสริฐเลยต้องให้ภรรยาซึ่งขณะนั้นทำงานในกระทรวงศึกษาธิการลาออกมาเพื่อช่วยรักษามรดกซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเอาไว้
ส่วนช่องทางการทำตลาดปัจจุบันจะมีเซลส์มารับยาไปจากโรงงานนำไปขายตามร้านต่างๆ ทั่วประเทศ
ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2470 ยาหอมปราสาททองได้ถือกำเนิดโดยตรงจากหมอแผนโบราณ คือหมอทองคำ ช้างบุญชู และหมอกรานต์ พั่ววงศ์แพทย์ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นตำรับยาจากประสบการณ์ที่ใช้ตัวยาสมุนไพรในประเทศไทย และทำยาถวายในพระกฐินหลวงในล้นเกล้าในรัชกาลที่แล้วๆ มา
ตำรับยายังเป็นความลับ แต่ผู้ที่ทำหน้าที่ชั่งยาตามสูตรก่อนที่จะนำไปบดในปัจจุบันคือวัลลีย์ โดยเธอได้รับการถ่ายทอดมาจากน้าสะใภ้ของนายแพทย์ปราเสริฐ
ธุรกิจใหม่ของบางกอกแอร์เวย์สในสนามบินสุวรรณภูมิกำลังเริ่มต้น แต่อาจจะส่งผลกระทบให้ธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวต้องหยุดลงอย่างไม่น่าเชื่อ
“ย้ายมาทำโรงงานปราสาททองโอสถที่นี่เกือบ 20 ปี แต่กำลังถูกเวนคืนที่ดินของโรงงานไปทำถนนเพื่อช่วยการจราจรไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งยังไม่รู้ว่าโดนแค่ไหน ถ้าตัดไปมาก เราก็อยู่ไม่ได้ การไปหาที่ใหม่ก็ต้องใช้เวลา เพราะยาต้องผลิตอยู่ตลอด จะคุ้มหรือเปล่าก็ไม่รู้”
แต่เชื่อว่าคนสู้ชีวิตอย่างนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทปราสาททองโอสถเจ้าของยาหอมคนนี้ คงไม่ยอมให้ธุรกิจยาหยุดลงง่ายๆ เพียงแต่ขอเวลาให้เขาอีกหน่อยเท่านั้น จะช้าไปหรือเปล่าตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|