วันของครอบครัว

โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

บนชั้น 18 ของอาคารบางกอกแอร์เวย์สในตอนบ่ายวันนั้น คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่ครอบครัวของนายแพทย์ปราเสริฐ นัดหมายมาพบกันเพื่อให้สัมภาษณ์ และถ่ายรูปลงนิตยสาร "ผู้จัดการ"

ภารกิจที่รัดตัวทำให้คนในครอบครัวนี้ไม่ได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาบ่อยนัก "จำไม่ได้แล้วล่ะค่ะว่าพบกันทุกคนอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร" สมฤทัย (คุณตุ๊ก) ลูกสาวคนโตเอ่ยกับทีมงาน "ผู้จัดการ"

โชคดีที่วันนี้นายแพทย์ปราเสริฐมีเวลาว่าง และอยู่ในกรุงเทพฯ กัปตันพุฒิพงศ์ (กัปตันเต๋) ไม่มีโปรแกรม บิน คุณวัลลีย์ผู้เป็นภรรยาก็เพิ่งเดินทางกลับมาจากสุโขทัย ส่วนอาริญา (คุณทิม) ลูกสาวคนที่สองเพิ่งกลับมาจากกรุงเบอร์ลินเมื่อคืนที่ผ่านมา ปรมาภรณ์ (หมอปุย) ลูกคนที่สาม เพิ่งผ่าตัดคนไข้เสร็จก็บึ่งรถมาจากโรงพยาบาลศิริราช ส่วนลูกชายคนเล็กร้อยเอกสมิทธิ์ (คุณโจ้) เกือบพลาดจริงๆ แต่บังเอิญกลับมาทันพอดี

นายแพทย์ปราเสริฐมีลูกชายหญิง 5 คน พุฒิพงศ์ สมฤทัย อาริญา ช่วยคุณพ่อทำงานที่บางกอกแอร์เวย์ส ส่วนปรมาภรณ์เป็นศัลยแพทย์ ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาขาศัลยศาสตร์ศีรษะ คอ และเต้านม และยังต้องทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลศิริราชอีก 7 ปี บางวันเข้าไปเป็นหมอพิเศษที่ศูนย์เต้านมโรงพยาบาลกรุงเทพ ส่วนลูกชายคนเล็กปัจจุบันประจำอยู่ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด

ผู้เป็นพ่อยืนมองทุกคนคุยหยอกล้อด้วยใบหน้ายิ้มๆ ภรรยา และลูกๆ เคยเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า คุณพ่อต้องเดินทางเสมอๆ ทำให้ไม่ค่อยได้เลี้ยงดูลูกๆ เท่าที่ควร ลูกจึงสนิทกับแม่กว่าพ่อ

"พ่อไม่เคยบังคับใครตอนเรียนหนังสือ ใครชอบแบบ ไหนก็เรียนแบบนั้น พอใกล้เรียนจบถึงค่อยเรียกมาถามว่า จะเรียนอะไรต่อ จะทำงานอะไร" กัปตันเต๋ผู้ที่ตอนเป็นเด็กพิสมัยการเป็นโคบาลอย่างมาก แต่โตขึ้นกลับมาหลงใหลเรื่องการบิน เล่าให้ฟัง

"คุณพ่อเก่งและเป็นคนมองการณ์ไกล" หมอปุยสรุปถึงภาพคุณพ่อที่เธอมองเห็น

"จำได้ว่าพ่อเป็นนักอ่าน อ่านหนังสือเยอะและเร็วมาก จนอยากเป็นให้ได้สักครึ่งหนึ่งของคุณพ่อ และท่านทำงานหนักมาก คิดว่าตัวเองอายุแค่ 30 ปีมั้ง ความคิดนี่แล่นกระฉูดอยู่ตลอดเวลา สั่งงานครั้งละหลายๆ เรื่อง บางเรื่องเราอาจใช้เวลาทำเป็นปี กว่าจะแล้วเสร็จ" คุณทิมเล่าบ้าง เธอเป็นลูกสาวคนที่น่าจะใกล้ชิดพ่อที่สุด เพราะปัจจุบันตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายของเธอขึ้นกับนายแพทย์ปราเสริฐโดยตรง

ส่วนน้องคนเล็ก "ผู้กอง" วัย 32 ปีบอกว่า

"โจ้เป็นทหาร เพราะพ่อชอบ แล้วคิดว่าการที่เราทำงานต่างองค์กรกันทำให้ครอบครัวเรารู้จัก คนมากขึ้น กว้างขึ้น แต่เมื่อไรที่เขาต้องการให้มาช่วยงานที่นี่ก็พร้อมจะมาเหมือนกัน"

"อยากให้เขาได้พักบ้าง" ผู้เป็นภรรยาที่อายุห่างจากสามีเพียง 2 วันเล่าอย่างเป็นห่วงและบอกว่าเมื่อก่อนทุกเช้าวันเสาร์ อังคาร พฤหัสบดี เคยออกวิ่งด้วยกันที่สวนลุม ตอนนี้ก็ห่างๆ ไปแล้ว แม้แต่บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ที่นครชัยศรี ซึ่งนายแพทย์ปราเสริฐชอบมาก ก็ไม่ค่อยมีเวลาไปพัก

"ถ้าวางมือจากตรงนี้ได้ ผมอยากไปดูงานโรงพยาบาล ไปทำงานกับคนป่วย คนไข้ พอเขาหายเราก็มีความสุข" เป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.