ปูนใหญ่ยันตรึงราคา


ผู้จัดการรายวัน(24 มีนาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

"ปูนใหญ่" ชี้น้ำมันดีเซลขยับขึ้นยังไม่ส่งผลชัด แต่ขอประเมินผลกระทบอีก 1-2 เดือน คาดกลางปีปรับราคาตามภาวะต้นทุนที่แท้จริง ส่วนดีลเลอร์รับเต็มๆ เหตุต้องจ่ายค่าขนส่งเอง พร้อมแจงข่าวลาออกแค่โคมลอย ระบุไม่มีแผนลาเก้าอี้ในปีนี้แน่

นายชุมพล ณ ลำเลียง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีกราคาลิตรละ 3 บาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการว่าต้องมีการขยับราคาสินค้าของกลุ่มขึ้นหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ส่งผลชัดเจน คาดว่าจะใช้เวลาดูผลกระทบอีก 1-2 เดือน ซึ่งหากมีการขยับราคาน้ำมันดีเซลอีกรอบก็ต้องมีการขยับราคาขึ้นในช่วงกลางปีนี้

สำหรับกระแสข่าวการลาออกนั้น นายชุมพลกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวโคมลอยเท่านั้น ซึ่งตนยังไม่มีแผนที่จะลาออกแต่อย่างใด ซึ่งไม่ปฏิเสธว่าจะออกจากตำแหน่งเพราะอายุมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคงไม่ใช่ในปีนี้อย่างแน่นอน

นายปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบาย ปรับราคาปูนซีเมนต์ขึ้น เพราะราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นกระทบในส่วนของค่าขนส่งเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่ส่งกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งหากค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ่านหินก็อาจจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตได้ โดยที่ผ่านมาราคาถ่านหินได้เพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าตัว แต่บริษัทยังคงควบคุมต้นทุนการผลิตได้ นอกจากนี้ บริษัทยังไม่ได้แบกรับต้นทุนเรื่องค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันอย่างเต็มที่ แต่ผู้ที่รับภาระจะเป็นตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) ที่ต้องมารับสินค้าจากหน้าโรงงานเอง

ปัจจุบันนี้ ราคาปูนเสือและปูนช้างเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 2 บาท หรือราคา 1,900 บาทต่อตัน ราคาดังกล่าวจะขึ้นลงบ้างในบางช่วง แต่ยังคงอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ในขณะที่เพดานราคาปูนซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดอยู่ที่ระดับ 1,958 บาทต่อตัน ดังนั้นยังสามารถขยับราคาได้อีกเล็กน้อย แต่หากราคาต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่เป็นอยู่ก็จะต้องขอกระทรวงพาณิชย์ขยับราคาขึ้นไปอีก

สำหรับกำลังการผลิตปูนซีเมนต์รวมในประเทศปีที่ผ่านมามีปริมาณ 53 ล้านตัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อใช้ในประเทศ 28 ล้านตัน ส่งออก 10-12 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นกำลังผลิตส่วนเกิน ขณะที่ปูนซิเมนต์ไทยมีกำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิต 23 ล้านตัน แต่ปัจจุบันใช้เพียง 75% ของกำลังการผลิตรวม โดยมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 40%

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริษัทยังให้ส่วนลดสินค้ากับตัวแทนจำหน่ายเหมือนเดิมคือประมาณ 50-100 บาทต่อตัน ตามภาวะการแข่งขันของแต่ละพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในช่วงหน้าแล้งปริมาณการใช้งานปูนซีเมนต์จะมีมาก การแข่งขันน้อย จึงไม่จำเป็นต้องให้ส่วนลดมาก ส่วนในช่วงหน้าฝน เป็นระยะที่มีการแข่งขันรุนแรง ทำให้บริษัทต้องให้ส่วนลดแก่เอเยนต์มากขึ้น แต่คณะกรรมการสินเชื่อของบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ส่วนลดเท่าใด โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ล่าสุด บริษัทได้จัดโครงการ "ปูนเสือ สู้ภัยแล้ง" โดยให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้าสอนวิธีปั้นโอ่งซีเมนต์ให้แก่ชาวบ้านผู้เดือดร้อน พร้อมสนับสนุนซีเมนต์และวัสดุอุปกรณ์สำหรับปั้นโอ่ง จำนวน 3,000 ใบ แก่ 3,000 ครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับความ เดือดร้อนจากภัยแล้งจริง

ในเบื้องต้นจะทำการแจกกระจายไปยัง 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ขอนแก่น นครราชสีมา และหนองคาย จังหวัดละ 1,000 ใบ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนสามารถเก็บกักน้ำได้ นอกจากนี้ หากปัญหาภัยแล้งยังมีอยู่ต่อเนื่องบริษัทก็จะทำการขยายการช่วยเหลือต่อไป


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.