อเมริกันสแตนดาร์ดบุกไทย


ผู้จัดการรายวัน(26 เมษายน 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

ยักษ์ใหญ่เครื่องสุขภัณฑ์ อเมริกันสแตนดาร์ด ประกาศแผนรุกตลาด เล็งยึดไทยฐานผลิต ออกแบบ และพัฒนาคุณภาพสินค้า รวมทั้งส่งออกเครื่องสุขภัณฑ์ทั่วโลก หลังจากที่บอสใหญ่จากอเมริกาเยือนไทยและเชื่อมั่นในศักยภาพ ทั้งยังได้รับผลดีจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว เผยหากรัฐบาลช่วยเหลือด้านแผนลงทุน พร้อมลุยจัดตั้งศูนย์ทันทีในไตรมาสสามปีนี้

นายศรชัย จาติกวณิช ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เครื่องสุขภัณฑ์ อเมริกันสแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสุขภัณฑ์ อเมริกัน สแตนดาร์ด เปิดเผยว่า บริษัทแม่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนโยบายที่จะใช้ไทย เป็นฐานการผลิตและส่งออก , การออกแบบและพัฒนาคุณภาพเครื่องสุขภัณฑ์ เพื่อผลิตและจำหน่ายไปทั่วโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแนวโน้มความเป็นไปได้ในการลงทุน คาดว่าจะมีการลงทุนจัดตั้งศูนย์การผลิต ส่งออก ออกแบบและพัฒนาคุณภาพสินค้าได้ในช่วงไตรมาสสามหรือไตรมาสสี่ปีนี้

ขณะนี้ บริษัทแม่และบริษัทในไทยได้ข้อสรุปในแผนการลงทุนแล้ว และมีความเป็นไปได้ถึง 80% ที่จะลงทุนในไทย และอยู่ระหว่างพิจารณาดูว่าภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เช่น ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ทั้งโครงสร้างภาษีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ หากรัฐบาลสร้างแรงจูงใจและให้ความช่วยเหลือในด้านการลงทุน บริษัทก็มีความพร้อมที่จะเดินหน้าลงทุนทันที เพราะเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมที่จะใช้เป็นฐานการลงทุน ทั้งการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตและส่งออกไปทั่วโลก

“เหตุผลสำคัญที่บริษัทแม่จะเลือกไทยเป็นฐานดังกล่าว เนื่องจากว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานใหญ่จากอเมริกามาเยือนไทย และเห็นว่าแบรนด์อเมริกัน สแตนดาร์ด มีความแข็งแกร่งอย่างมากในไทยและภูมิภาคนี้ รวมทั้งตลาดก็มีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงฟื้นตัว เริ่มมีการลงทุนในโครงการใหม่ ทำให้ความต้องการใช้เครื่องสุขภัณฑ์มีมากขึ้นด้วย และหากบริษัทแม่ลงทุนในไทยจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการลงทุนในประเทศอื่น”นายศรชัยกล่าว

ปัจจุบันบริษัทแม่มีศูนย์ดังกล่าวอยู่แล้วตั้งอยู่ที่อเมริกา แต่ถ้าแผนการลงทุนในไทยประสบความสำเร็จ บริษัทอาจจะพิจารณายกเลิกการใช้ฐานที่อเมริกา และใช้ไทยเป็นฐานแทน เนื่องจากการลงทุนในไทยจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก ทั้งด้านต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำกว่าการใช้แรงงานในอเมริกาถึง 3 เท่า นอกจากนี้ ตลาดในไทยและประเทศใกล้เคียงยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพอีกด้วย ดังนั้นการลงทุนในไทยจะช่วยสร้างผลตอบแทนกลับเข้าบริษัทได้มากขึ้น

นายศรชัย กล่าวอีกว่า หากไทยเป็นฐานการออกแบบ พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตลอดจนผลิตและส่งออก บริษัทในไทยก็จะมีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมาก แต่ทั้งนี้การพิจารณาประเมินผลจากบริษัทแม่ ก็จะต้องพิจารณาจากยอดขายและการทำตลาดด้วย ซึ่งจะพิจารณาจากตัวเลขของยอดขายเป็นสำคัญ ไม่ใช่ดูจากยอดผลิตที่จะเพิ่มมากขึ้น จากการผลิตในศูนย์ใหม่

ดังนั้น บริษัทจึงต้องเร่งขยายตลาดต่อไป ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ด้านแผนการทำตลาดในประเทศนั้น มีแผนที่จะออกสินค้าในดีไซน์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งในช่วงนี้ ได้ออกผลิตภัณฑ์แบบเข้าชุด ได้แก่ ชุดสุขภัณฑ์ที่มีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำกับก๊อกน้ำ รวม 6 ชุด ในราคาระดับกลางขึ้นไป

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาฝารองนั่ง “คลีนซีท” (Clean Seat) ที่มีส่วนผสมของสาร ไมโครแบน มีคุณสมบัติหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังและทางเดินอาหาร ราคาขายตั้งแต่ 100-1,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายแรกในวงการเครื่องสุขภัณฑ์ที่พัฒนาสินค้าประเภทดังกล่าว โดยบริษัทจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว และเซ็นสัญญากับเจ้าของสารดังกล่าวนาน 3 ปี

ด้านการทำตลาด บริษัทยังจะใช้วิธีการสร้างความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์แบบเข้าชุดที่นำเสนอนั้น ไม่ได้มีราคาแพงอย่างที่คิด เพราะผลิตภัณฑ์ใหม่ตั้งราคาไว้ในระดับปานกลางขึ้นไป ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับกลางสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เข้าชุดได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทจะพยายามสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าเห็นว่า ห้องน้ำไม่ใช่เพียงแค่ห้องน้ำ แต่ผู้ใช้สามารถมีความสุขสบายและมีความสุขได้หากอยู่ในห้องน้ำ ด้วยการออกแบบห้องน้ำให้มีสีสันและนำกลิ่นและเสียงดนตรีเข้ามาอยู่ในห้องน้ำด้วย รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องด้วย

ส่วนตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทจะขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ เช่น อังกฤษ อิตาลี และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ปัจจุบันบริษัทมีตลาดส่งออกหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง และกลุ่มประเทศในแถบเอเชีย ส่วนตลาดรองคือ พม่า อินเดีย และเอเชีย ซึ่งตั้งเป้ายอดขายจากการส่งออกประมาณ 20%

สำหรับสภาพตลาดของเครื่องสุขภัณฑ์นั้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับผลดีจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากมีการลงทุนในโครงการบ้านจัดสรรแห่งใหม่ รวมถึงบ้านเก่าที่ต้องปรับปรุงใหม่อีกจำนวนมาก ทำให้ความต้องการใช้เครื่องสุขภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นายศรชัย กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2544 ว่า มีรายได้รวม 1,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2543 จำนวน 85 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตขึ้น 6% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 50%



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.