ส่วนผสมของการทำธุรกิจต้องลงตัวเสมอ บางคนมีพร้อมทั้งเงินและไอเดีย ก็เดินทางสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก
แต่หากใครมีแค่ไอเดียแต่ขาดเงินทุน ก็อาจเป็นอุปสรรคไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจน้องใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจของตัวเองมักจะเจอปัญหาเรื่องนี้อยู่เสมอ
เพราะบางครั้งไม่รู้ว่าจะไปกู้เงินมาทำทุนได้ที่ไหน หรือทำธุรกิจอยู่แต่มีปัญหาเรื่องเงินทุน
ปัจจุบันมีสถาบันการเงินของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนกับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยอยู่
2 แห่ง คือ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม และสำนักเงินทุนหมุนเวียนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม
สำนักเงินทุนหมุนเวียนจะมุ่งเน้นสำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมในครอบครัว เช่น
หัตถกรรม ทอผ้า ดอกไม้ประดิษฐ์ เซรามิก และอุตสาหกรรมในครัวเรือนต่างๆ มีงบประมาณที่เตรียมไว้
40 ล้านบาทต่อปี
วงเงินที่ให้กู้จะเริ่มตั้งแต่ไม่ถึง 5 หมื่นบาทจนถึง 5 แสนบาท มีเงื่อนไขว่าหากกู้ไม่ถึง
5 หมื่นบาทให้ใช้ข้าราชการระดับซี 3 ค้ำประกัน แต่หากกู้เกิน 5 หมื่นบาทจะต้องใช้หลักทรัพย์ที่ดินค้ำประกันด้วย
มีดอกเบี้ย 8% ต่อปี
หากเป็นกิจการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจะมีบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมรองรับ
จะให้กู้ในวงเงินตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 25 ล้านบาท
สถาบันการเงินแห่งนี้จะให้กู้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตทั่วไปไม่จำกัด ไม่ว่าเป็นเกษตรกรรม
ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล และผู้กู้จะเป็นผู้ประกอบกิจการอยู่แล้ว
หรือที่เป็นอุตสาหกรรมที่ตั้งใหม่ แม้กระทั่งนักศึกษาจบใหม่ ที่มีไอเดียมีโปรเจกต์ที่ดีสามารถยื่นขอกู้เงินได้
เจ้าหน้าที่ของบรรษัทฯ เล่าว่า ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ทางบรรษัทฯ
ก็มีนโยบายให้การสนับสนุนให้กับอุตสาหกรรมผลิตเพื่อส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่ต้องการส่งออกและกลุ่มเป้าหมาย
เช่น การผลิตซอฟต์แวร์ เกษตรกรรม หรือ ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนดมา
หลักเกณฑ์ในการให้กู้จะต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกัน และความเป็นไปได้ของโครงการ
ซึ่งหากโครงการที่ดีๆ แต่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอจะให้บรรษัทประกันสินเชื่อเพื่ออุตสาหกรรม
เข้ามาเสริมการค้ำประกัน
ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่จะให้ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ประกอบการตั้งอยู่ในโซนอุตสาหกรรมใด
ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันออกไป
ส่วนธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกจะต้องไปขอกู้จากบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม
ซึ่งจะปล่อยกู้ตั้งแต่วงเงิน 25 ล้านบาท
นอกจากนั้นยังมีเอ็กซิมแบงก์ หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าที่จะให้กู้
แต่การปล่อยกู้จะผ่านธนาคารพาณิชย์อีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
จะกู้เงินจากแหล่งไหนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ประกอบการ