"ธนาพัฒน์" บุกภูเก็ตไม่หวั่นสึนามิผุด2โครงการหรูย่านป่าตอง-เกาะสิเหร่เน้นลูกค้าระดับบน


ผู้จัดการรายวัน(22 กุมภาพันธ์ 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

"ธนาพัฒน์" รุกตลาดภูเก็ตไม่หวั่นอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นซบ เปิด 2 โครงการบ้านหรู หวังจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ปีนี้ตั้งเป้าเปิด 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท หวังยอดขายทั้งปี 1,300 ล้านบาท กวาดทำเลด้านสาธุประดิษฐ์ 4 โครงการ รองรับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ระบุจ่อคิวเข้าระดมทุนในตลาดภายในปีนี้

ดร.พิพัฒน์ ปรีดาวิภาต ประธานกรรมการบริหารในเครือธนาพัฒน์และแอลพีเอ็น กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตเหล็กครบวงจร เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 6 โครงการ มูลค่าการลงทุน 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ 4 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการแรกที่บริษัทรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด

สำหรับโครงการใหม่ที่มีแผนเปิดภายในปี 2548 ประกอบด้วย 1.โครงการบ้านอรุณพัฒน์ป่าตอง-ภูเก็ต เนื้อที่ 10 ไร่ จำนวน 40 ยูนิต พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์รีสอร์ต ตัวโครงการตั้งอยู่กลางเมืองป่าตอง ใกล้กับที่ว่าการอำเภอป่าตอง มูลค่า โครงการ 200 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยยูนิตละ 5 ล้านบาทขึ้นไป

2.โครงการบ้านเดี่ยวริมทะเลบนเกาะสิเหร่ ภูเก็ต เนื้อที่ 4 ไร่ 3 ยูนิต มูลค่าโครงการ 180 ล้านบาท พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคาแพง ขายเฉลี่ย 60 ล้านบาทต่อยูนิต ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 2 ยูนิตเหลือ ขายเพียง 1 ยูนิต ซึ่งลูกค้าที่ซื้อบ้าน ในโครงการนี้เป็นชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ที่ดินที่นำมาพัฒนาทั้ง 2 โครงการเป็นที่ดินรอพัฒนา (แลนด์แบงก์) เดิมของบริษัท ที่นำมาพัฒนาบ้านระดับบนจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติและชาวไทย

3.โครงการบ้านอรุณพัฒน์ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เฟสใหม่จาก ทั้งหมด 3 เฟส บนถนนพระราม 3-สาธุประดิษฐ์ โดยในเฟสแรกพัฒนาบ้านเดี่ยวจำนวน 9 ยูนิตและทาวน์เฮาส์ จำนวน 47 ยูนิต บนเนื้อที่ 15 ไร่ รวมทั้งโครงการมีจำนวน 100 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 700 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายได้ประมาณไตรมาส 3 ปีนี้ และ 4.โครงการทาวน์เฮาส์กลางเมืองย่านสาธุประดิษฐ์อีก 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,600 ล้านบาท

สาเหตุที่เลือกพัฒนาในย่านดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ อีกทั้งทำเลในย่าน สาธุประดิษฐ์เป็นโซนที่มีศักยภาพสูง เพราะห่างจากโครงข่ายคมนาคมของรัฐบาลตัดผ่าน อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2549

ดร.พิพัฒน์ กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตว่า บริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพของที่ดินถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ แต่เชื่อว่าในด้านการตลาดที่พักอาศัยระดับพรีเมียมนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก คาดว่าความต้องการซื้อยังมีอยู่ต่อเนื่องในปี 2548 อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับล่างในย่านสาธุประดิษฐ์ เนื่องจากในย่านนั้นยังไม่มีสินค้ามากนัก

"ผมมองว่าไตรมาส 2 น่าจะเริ่มฟื้นตัวและต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ถึงจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อแผนการซื้อบ้านระดับพรีเมียมแน่นอน" ดร.พิพัฒน์กล่าวและว่า

สำหรับเม็ดเงินลงทุนทั้ง 6 โครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมาจากเงินลงทุนของบริษัทและขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ในสัดส่วน 40% ของเงินลงทุน โดยปัจจุบันธนาคารที่ให้การสนับสนุนการเงินได้แก่ ธนาคารกรุงไทย(KTB), ธนาคารทหารไทย(TMB) และธนาคารนครหลวงไทย(SCIB)

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ 1,300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ 70% หรือ คิดเป็น 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 200% โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดขายโครงการทั้งสิ้น 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,370 ล้านบาท จำนวน 263 ยูนิต แบ่งเป็นสินค้าประเภทบ้านเดี่ยว 9 ยูนิต ทาวน์เฮาส์ 152 ยูนิต ทาวน์โฮม 24 ยูนิต และธนาพัฒน์ ทเวนตี้โฟร์ (คอนโดมิเนียม) 24 จำนวน 78 ยูนิต เหลือการขายเพียง 12 ยูนิต ปัจจุบันบริษัทมียอดขายเฉลี่ยรวมทุกโครงการประมาณ 90%

ดร.พิพัฒน์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทธนาพัฒน์ฯ เข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันได้จ้างที่ปรึกษาทางการเงิน(FA)เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ แต่ต้องเป็นภายหลังจากที่บริษัทแม่คือแอลพีเอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อขายในตลาดแล้ว คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2548


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.