ทีพีไอ กระบวนการฟื้นฟูที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้น


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2543)



กลับสู่หน้าหลัก

หลังจากวันที่ 19 เมษายน ซึ่งเจ้าหนี้กว่า 73% ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (ทีพีไอ) โหวตเลือกให้บริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ของทีพีไอ ขณะนี้กระบวนการฟื้นฟูกิจการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร ที่มีมูลหนี้สูงถึง 3.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแห่งนี้ มีความคืบหน้าขึ้นมาเป็นลำดับ

ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เจ้าหนี้ของทีพีไอ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินถึง 148 ราย กับเจ้าหนี้การค้าอีกจำนวนหนึ่ง จะมีการประชุม เพื่อโหวตว่าจะรับแผนฟื้นฟูกิจการที่เอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์สได้จัดทำเสร็จแล้วหรือไม่

เดิมเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส ตั้งใจจะเรียกประชุมเจ้าหนี้ เพื่อโหวตแผนดังกล่าวในวันที่ 28 กรกฎาคม หลังจากได้ส่งร่างแผนการฟื้นฟูกิจการให้กับคณะกรรมการเจ้าหนี้พิจารณาไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม แต่การประชุม เพื่อโหวตแผนฟื้นฟูจำเป็นต้องเลื่อนออกมาอีก 1 เดือน เพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต้องการข้อสรุปเกี่ยวกับตัวเลขมูลหนี้ ที่แท้จริงของทีพีไอก่อน

สำหรับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอครั้งนี้ แอน โทนี่ เจ.นอร์แมน กรรมการผู้จัดการของเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส ได้แบ่งการดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอน คือ

1. การปรับปรุงระบบการเงิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในปัจจุบัน รวมถึงศักยภาพในการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้

ประเด็นนี้ จะเน้นการทำประมาณการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพื่อดูว่าจะมีเงินเข้ามาหมุนเวียนมากน้อยเพียงใดในระยะเวลา 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อนำเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวมาจัดสรรตามค่าใช้จ่าย ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น เงินลงทุน ภาระดอกเบี้ย และเงินต้น ที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้

2. พิจารณาผลกระทบจากการปรับปรุงระบบการเงิน เพื่อปรับปรุงแผนฟื้นฟูให้สอดคล้องข้อตกลงระหว่างทีพีไอกับเจ้าหนี้ ที่เคยมีบันทึกร่วมกันไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2542

ตามข้อตกลงดังกล่าว มีการคาดการณ์ร่วมกันว่าในช่วง 5 ปี หลังเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทีพีไอจะมีปริมาณเงินสดหมุนเวียนเข้ามา 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นเงินสดหมุนเวียน ที่มาจากภายใน และภายนอกในสัดส่วน ที่ เท่ากันอย่างละ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งแผนที่เอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์สจัดทำขึ้น ปริมาณเงินสด ที่จะมีเข้ามาในทีพีไอ มีตัวเลขสอดคล้องกับข้อตกลง ที่ได้เคยทำไว้คือ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

"เราให้ความสำคัญกับกระแสเงินสด ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงาน การลงทุนขยายงาน โดยกำหนดว่าเม็ดเงิน 2-2.5% ของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน หรือประมาณปีละ 80 ล้านดอลลาร์ จะนำมาใช้ในการขยายการลงทุน" แอนโทนี่ นอร์แมนกล่าว

3. จัดทำแผนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลล้มละลายกลาง

และ 4. รายงานแผนดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเสนอให้ ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาอนุมัติ

ดังนั้น ในขณะนี้ การทำแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอจึงอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย

เหลือเพียงให้เจ้าหนี้โหวตรับแผนฟื้นฟูดังกล่าว

กระบวนการฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ที่แท้จริงจึงเริ่มต้น



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.