|

"แอ๊ดคินซัน" จ้องควบเอเพกซ์ขายไลเซนส์ดันหุ้นวิ่งวอลุ่มพุ่ง
ผู้จัดการรายวัน(7 กุมภาพันธ์ 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
บล.แอ๊ดคินซันเล็งดึง บล. เอเพกซ์เข้าควบรวมกิจการ โอนสาขาและลูกค้าทั้งหมดไปยัง บล.แอ๊ดคินซัน ส่วนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบล.เอเพกซ์เตรียมนำออกขาย ชี้ที่ผ่านมามีสถาบันการเงินติดต่อขอเข้าซื้อแล้ว 3 ราย ขณะที่ราคาหุ้นบล.แอ๊ดคินซันปรับตัวขึ้น 3 วันติดต่อกันและมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) หรือ ASL เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยราคาปิด 8.60 บาทเพิ่มขึ้น 0.50 บาทหรือ 6.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงขึ้นผิดหูผิดตาถึง 148 ล้านบาท นอกจากนั้นยังพบว่าราคาหุ้น ASL ได้ปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2548 ราคาปิดที่ 7.85 บาทเพิ่มขึ้น 0.05 บาทหรือ 0.64% มูลค่าการซื้อขาย 12.73 ล้านบาท และในวันที่ 3 ก.พ.ราคาปิดที่ 8.10 บาทเพิ่มขึ้น 0.25 บาทหรือ 3.18% มูลค่าการซื้อขาย 36.28 ล้านบาท และวันที่ 4 ก.พ.
จากการตรวจสอบพบว่า มีกระแสข่าวออกมาในห้องค้าหลักทรัพย์ว่า บล.แอ๊ดคินซันเองจะควบรวมกิจการกับบล.เอเพกซ์ จำกัด บริษัทย่อยในเครือ ส่งผลให้มีการเข้าไปแรงซื้อเข้ามาในหุ้น ASL
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ แอ๊คคินซัน จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า มีผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายมาร์เกตติ้งก็ได้มีการรับรู้นโยบายการควบรวมกิจการระหว่าง ASL กับ บล.เอเพกซ์ ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการแนะนำให้ลูกค้าเข้าไปซื้อ หุ้น ASL
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ที่ผ่านมา นายผิน คิ้วคชา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบล.แอ๊ดคินซัน ได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของบล.แอ๊ดคินซัน ซึ่งประกอบด้วยนายอุดม วิชยาภัย, นางอาภา คิ้วคชาเข้าร่วมหารือกับผู้บริหารของ บล.เอเพกซ์ ซึ่งประกอบด้วยนายณรงค์ จุลชาต และผู้บริหารระดับสูงบางคนเข้าประชุมหารือที่บริษัทซาฟารี เวิลด์
ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยที่ประชุมมีแนวความคิดที่จะนำบล. เอเพกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบล.แอ๊ดคินซัน ซึ่งถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 100% นำมาควบรวมกิจการกับบล.แอ๊ดคินซัน โดยสาขาบริการค้าหลักทรัพย์และลูกค้าของบล.เอเพกซ์ทั้งหมดจะโอนไปยังบล. แอ๊ดคินซัน
"การควบรวมในครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของบล.แอ๊ดคินซัน เพิ่มขึ้นประมาณ 1% เนื่องจากในขณะนี้บล.แอ๊ดคินซันมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 1.84% และบล.เอเพกซ์มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 1.09%"
สำหรับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของบล.เอเพกซ์หลังจากการควบรวมแล้วคาดว่าจะนำออกไปเสนอขาย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวว่ามีสถาบันการเงินประมาณ 3 แห่งที่ติดต่อเพื่อที่จะเข้าซื้อบล.เอเพกซ์ โดย 1 ใน 3 รายนั้นได้แก่ ธนาคารทหารไทย เนื่องจากธนาคารต้องการที่จะเข้าถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ 100% เหมือนกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ ซึ่งจะทำให้มีบริการทางการเงินที่ครบวงจร
อนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่าบล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เคยติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงของบล.แอ๊ดคินซัน เพื่อที่จะเข้าไปซื้อกิจการและนำบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 2 แห่งเข้าควบรวมกิจการกันแต่ต่อมาบล.ทั้ง 2 แห่งได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว
"คาดว่าลักษณะการควบรวมกิจการของบล.แอ๊ดคินซันกับบล.เอเพกซ์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับการควบรวมของบล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่นำบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มาควบรวมในช่วงที่ผ่านมา โดยใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของบล.หยวนต้าก็นำออกไปขายให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งเชื่อว่าใบอนุญาตของบล.เอเพกซ์ที่จะนำออกขายนั้นจะมีผู้ให้ความสนใจมาก เนื่องจากธุรกิจหลักทรัพย์มีแนวโน้มที่ดี และภาวะตลาดหุ้นที่ผ่านมามีทิศทางที่ดีมูลค่าการซื้อขายโดยรวมเพิ่มขึ้น" แหล่งข่าวกล่าว
นอกจากนี้ บล.แอ๊ดคินซัน เตรียมที่จะรุกธุรกิจวาณิชธนกิจมากขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมาบล. แอ๊ดคินซันยังไม่มีใบอนุญาตในการเป็นผู้จัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรติ้ง) ดังนั้นจึงได้เข้าไปซื้อบล.เอเพกซ์ที่มีใบอนุญาตครบทั้ง 4 ใบ แต่เมื่อจะขายบล.เอเพกซ์ออกไป จึงทำให้บล. แอ๊ดคินซัน ได้ยื่นขอใบอนุญาตอันเดอร์ไรติ้งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว และวางแผนที่จะดึงทีมวาณิชธนกิจของบล.เอเพกซ์เข้าไปอยู่กับบล.แอ๊ดคินซัน
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ผู้ถือหุ้นใหญ่บล.แอ๊ดคินซันได้นำบล.ทั้ง 2 แห่งมาควบรวม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบล.เอเพกซ์จะมีปัญหาค่อนข้างมาก ประกอบกับนายผินก็ไม่สามารถเข้าไปเป็นกรรมการในบล.เอเพกซ์ได้ เนื่องจากสำนักงาน ก.ล.ต.ไม่ให้ความเห็นชอบ ดังนั้นจึงต้องการที่จะทำให้บล.แอ๊ดคินซันมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการลดภาระในบล.เอเพกซ์ได้ ดังนั้นแผนเดิมที่จะนำบล.เอเพกซ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็คงจะไม่เกิดขึ้น
"ภายในกลางสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งถ้าคณะกรรมการบริษัทให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการควบรวมจะแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์ต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|