Allianz ซึ่งมีฐานทางธุรกิจอยู่ในมิวนิค เยอรมนี
นับเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยอันดับสองของโลก (รองจาก AXA ที่เป็นบริษัทประกันภัยอันดับหนึ่ง)
โดยมีบริษัทในเครือมากกว่า 100 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจประกันภัยหลากหลายประเภทนับเนื่องตั้งแต่
การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และยังดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาความเสี่ยง กองทุน เพื่อการลงทุนสาธารณะ
การให้สินเชื่อ เพื่อการอยู่อาศัย ธุรกรรมด้าน corporate finance นอกจากนี้
Allianz ได้ดำเนินความพยายามอย่างเต็มที่ในการเข้าสู่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์
ระดับโลกอีกด้วย
จุดกำเนิดของ Allianz เริ่มต้นในปี 1890 เมื่อ Carl Thieme ก่อตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้น
โดยในปีเดียวกันนั้น Allianz ได้เข้าร่วมก่อตั้ง Calamity Associationof
Accident Insurance Companies ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทประกันภัยจาก
เยอรมนีออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และรัสเชีย นอกจากนี้ Thieme ยังได้จัดตั้งสาขาของ
Allianz ในสหราชอาณาจักร ปี 1893 ในสวิตเซอร์แลนด์ ปี 1897 และในเนเธอร์แลนด์
ปี 1898
Paul von der Nahmer ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจาก Thieme ได้ขยายกิจการของ
Allianz ไปสู่คาบสมุทรบอลข่าน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สแกนดิเนเวีย รวมทั้งสหรัฐอเมริกาด้วย
ซึ่งหลังจาก ที่ต้องประสบปัญหา และตกอยู่ในภาวะชะงักงันระหว่างสงครามโลกครั้ง ที่
1 Allianz ได้รุกกลับเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอีกครั้ง
ระหว่างสงครามโลกครั้ง ที่ 2 Allianz ได้เข้าไปรับประกันภัยค่ายกักกันแรงงาน ที่
Auschwitz ค่าย Dachau และค่ายอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งจากเอกสารของ Allianz
ระบุว่า Allianz ไม่มีความกังวลต่อความเสี่ยงในการเข้ารับประกันภัยค่ายกักกันแรงงานเหล่านี้เลย
เพราะเชื่อมั่นว่าค่ายกักกันเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุม และป้องกันโดยกองกำลังของหน่วยเอสเอส
ซึ่งหลังจาก ที่เยอรมนีพ่ายแพ้ในมหาสงครามดังกล่าว ฝ่ายสัมพันธมิตรได้เข้ายึดครองกรรมสิทธิ์ของ
Allianz ในต่างประเทศเกือบทุกแห่ง ยกเว้นเพียงกิจการ Plus Ultra ในสเปน อย่างไรก็ดีในช่วงทศวรรษ ที่
1950 Allianzได้ทำการซื้อกรรมสิทธิ์กิจการภายในประเทศอิตาลี และออสเตรีย ที่ถูกยึดไปกลับคืนมา
ช่วงปลายทศวรรษ ที่ 1950 ต่อเนื่องสู่ทศวรรษ ที่ 1960 Allianz ได้ขยายกิจการจนสามารถครอบครองตลาดภายในประเทศเยอรมนีได้อย่างราบคาบ
และเริ่มต้นการรุกเข้าสู่เวทีนานาชาติอีกครั้ง ก่อน ที่ Allianz จะกลายเป็นบริษัทประกันภัย ที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นยุโรป
หลังจาก ที่ได้ดำเนินการเข้าครอบครองกิจการในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากสหราชอาณาจักรในปี
1973 รวมถึงการขยายการลงทุนไปสู่สหรัฐอเมริกา ด้วยการจัดตั้ง บริษัท Allianz
Insurance ที่ ลอสแองเจลิส ในปี 1977
ในปี 1981 Allianz พยายาม ที่จะเข้าครอบครองกิจการของ Eagle Star บริษัทประกันภัยสัญชาติอังกฤษ
ซึ่งต่อมากลายเป็นกรณีของการร่วมทุนปฏิปักษ์ (hostile) และหลังจาก ที่ต้องขับเคี่ยวประลองกำลังกับกลุ่มB.A.T.
ของอังกฤษ (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Zurich Financial Services) ในปี 1983
Allianz ได้ถอนตัวจากกรณีนี้
แม้จะพลาดหวังจากกรณีดังกล่าว แต่ Allianzก็สามารถปลุกปลอบตัวเองได้ด้วยการดำเนินนโยบายครอบครองกิจการ
และขยายตัวไปสู่นานาชาติอีกครั้งในปี 1984 Allianz ประสบความสำเร็จในการครอบครองกิจการของ
Riunione Adriatica di Sicurta (RAS) บริษัทประกันภัยอันดับสองของอิตาลี
และอีกสองปีถัดมา Allianz ก็สามารถซื้อกิจการของ Cornhill ในอังกฤษได้สำเร็จ
หลังจากพยายามมาถึง 3 ครั้ง
ในปี 1989 เมื่อปราการเหล็กของสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกล่มสลาย Allianz
เข้าครอบครองสัดส่วนการถือหุ้น 49% ใน Hungaria Biztosito ซึ่งนโยบายมุ่งสู่ตะวันออกของ
Allianz ยังดำเนินต่อไปในปีถัดมา โดยหลังจาก ที่มีการรวมชาติเยอรมนีในปี 1990
Allianz ได้ครอบครองบริษัท Deutsche Versicherungs AG ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดกิจการประกันภัยในเยอรมันตะวันออก และในปีเดียวกันนั้น เอง
Allianz ได้กลายเป็นบริษัทประกันภัยจากเยอรมันรายแรก ที่ได้ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังได้ซื้อกิจการ Fireman's Fund Insurance ของสหรัฐอเมริกาด้วย
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในปี 1992 ส่งผลให้ Allianz ต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมาก
และเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่บริษัทต้องสูญเสียเงินจากการดำเนินงานในเยอรมนี
ซึ่งทำให้ Allianz ปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานใหม่ และในปี 1993 ผลกำไรของบริษัทก็เพิ่มมากขึ้น
แต่ทั้งนี้เป็นผลจากการดำเนินงานในต่างประเทศเป็นสำคัญ
Allianz ขยายธุรกิจเข้าสู่เม็กซิโก ในปี 1995 ด้วยการร่วมทุนกับ Grupo Financiero
BanCrecer จัดตั้งบริษัทประกันชีวิต และสุขภาพ และดำเนินงานด้านบริหารสินทรัพย์ในฮ่องกง
ในปี 1996 โดยมีจุดมุ่งหมาย ที่จะขยายธุรกิจเข้าสู่ส่วนอื่นๆ ของเอเชีย ก่อน ที่จะได้ใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในจีนในปี
1997
ในปี 1997 เมื่อผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust) ได้ฟ้องร้อง
Allianz และบริษัทประกันภัยแห่งอื่นๆ ว่าบกพร่องในการจ่ายเงินชดเชยตามกรมธรรม์ประกันชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้ง ที่
2 Allianz ตกลง ที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทุน เพื่อการชดเชยสินไหมดังกล่าว
Allianz ได้เข้าครอบครองกิจการของAssurances Generales de France ในปี 1998 ซึ่งเป็นการปิดโอกาสของ
Assicurazioni Generaliในการครอบครองบริษัทดังกล่าว ในปี 1999 Allianz ประกาศว่าจะทำการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารอีกครั้ง
ซึ่งรวมถึงการตัดส่วนการประกันภัยทางทะเล และการประกันภัยทางอากาศออกไป เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในปีเดียวกันนั้น เอง Allianz Life ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Allianz ในสหรัฐอเมริกา
ได้ซื้อกิจการ Life USA Holding พร้อมกับแผนของ Allianz ที่จะเข้าซื้อหุ้น
70% ใน PIMCO Advisors Holdings เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกิจการด้านบริหารสินทรัพย์
ซึ่งการดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกานี้ Allianz หวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียน
เป็นส่วนหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)
นอกจากนี้ Allianz ยังได้เข้าครอบครองกิจการของ First Life of Korea เพื่อการขยายตัวในตลาดประกันชีวิตในเกาหลี
และในปี 2000 Allianz ได้เข้าซื้อหุ้น 12% ใน Hana Bank of South Korea และมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน
Malaysia British Assurance Life อีกด้วย