N-PARKเฉือนหุ้นBMCL โละบริษัทย่อยทิ้งประคองธุรกิจหลัก


ผู้จัดการรายวัน(1 กุมภาพันธ์ 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เอ็นพาร์คปรับแผนเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ยอมเฉือนหุ้นที่ถือในรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ไม่เกิน 725 ล้านหุ้น ราคาขาย 1.52 บาท ให้กับช.การช่าง กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมสละสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุน 24.7 ล้านหุ้น ขณะที่ช.การช่างกวาดเรียบเดินหน้าซื้อหุ้นของเอ็นพาร์ค ส่วนแผนออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท รื้อใหม่เสนอขายนักลงทุนในประเทศ เดินหน้าปัดฝุ่นโละบริษัทในเครือทิ้ง เพื่อความโปร่งใสในธุรกิจ

นายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมได้มีมติให้บริษัทเสนอขายและขายหุ้นสามัญบางส่วนในบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BMCL) จำนวนไม่เกิน 725 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 10% ของทุนชำระแล้วของ BMCL ที่ราคาขายหุ้นละ 1.52 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,102 ล้านบาท ให้แก่บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,791,120,418 หุ้น คิดเป็น 14.71% ของทุนชำระแล้วของ BMCL และภายหลังจากการตกลงขายหุ้นที่เสนอขายดังกล่าว บริษัทจะยังคงถือหุ้นสามัญใน BMCL จำนวน 1,066,120,418 หุ้น คิดเป็น 14.71% ของทุนชำระแล้วของ BMCL ทั้งนี้ ราคาขายหุ้นละ 1.52 บาท นั้นกำหนดจากราคาต้นทุน ถัวเฉลี่ยจากการได้มาซึ่งหุ้นสามัญใน BMCL ของบริษัท และเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาประเมินที่จัดทำโดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ

"ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาของบริษัท ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกข้อเสนอในการแลกหุ้นของบริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด ซึ่งเป็นการพิจารณาถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวด้วยความรอบคอบ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นแล้ว" นายเสริมสิน กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้บริษัทสละสิทธิ์การซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน BMCL จำนวน 24,705,109 หุ้น ในราคาหุ้นละ 3 บาท รวมเป็นจำนวน เงิน 74,115,327 บาท ซึ่งตามแผนเดิมกำหนดให้ชำระค่าหุ้นภายในวันที่ 18 ก.พ.2548

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีมติอนุมัติให้บริษัทฯซื้อหุ้นสามัญของ BMCL จากบริษัท แนเชอรัล พาร์คฯ จำนวน 435 ล้านหุ้น ในราคา หุ้นละ 1.52 บาท คิดเป็นมูลค่า 661.20 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท BMCL ในส่วนที่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ใช้สิทธิเพิ่มเติมอีกจำนวน 26,463,754 หุ้น ราคาหุ้นละ 3 บาทคิดเป็นเงินรวม 79,391,262 บาท โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BMCL มีขนาดมูลค่ารายการต่ำกว่า 15% และไม่ได้มีการออกหลักทรัพย์เพื่อเป็นการตอบแทนการได้มาซึ่งสินทรัพย์ จึงไม่ต้องรายงานตามเกณฑ์การได้มา

ปรับแผนออกหุ้นกู้ 2,000 ล้าน

นายเสริมสิน กล่าวว่า บริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ วงเงิน 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอออกให้กับกลุ่มของบริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2547 โดยให้เสนอขายผู้ลงทุนภายในประเทศตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นประเภทหุ้นกู้แปลงสภาพ มีประกันหรือไม่มีประกัน ชนิดระบุชื่อผู้ถือ เพื่อนำเงินทุนไปเป็นทุนหมุนเวียนขยายงานธุรกิจและใช้ชำระหนี้ ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท (ไม่เกิน 20,000 หน่วย มูลค่า 1 แสนบาท) หรือเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ไม่เกิน 500 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้ 1 แสนดอลลาร์ฯ ในกรณีสกุลดอลลาร์สหรัฐ ราคาไถ่ถอนเมื่อครบอายุ 100% ของมูลค่าที่ตราไว้

สำหรับการปรับโครงสร้างบริษัทในเครือ นายเสริมสิน กล่าวว่า ที่ประชุมให้ดำเนินการเลิกบริษัท แนเชอรัล เวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 100% ของทุนจดทะเบียน ปัจจุบันบริษัท แนเชอรัล เวนเจอร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 แสนบาท เนื่องจากบริษัท แนเชอรัล เวนเจอร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ซินเท็คคอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 429,143,829 หุ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการรวมทั้งลดค่าใช้จ่ายต่างๆ บริษัทจะดำเนินการให้บริษัท แนเชอรัล เวนเจอร์ จำกัด โอนทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดให้แก่บริษัท ซึ่งรวมถึงการโอนหุ้นสามัญในบริษัทซินเท็คฯ ให้แก่บริษัท โดยให้บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรง และทำการเลิกบริษัท แนเชอรัล เวนเจอร์ จำกัด ต่อไป

ยกเลิกบริษัท เนเชอรัล คลับ จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ประมาณ 100% ของทุนจดทะเบียน ปัจจุบันบริษัท เนเชอรัล คลับ จำกัด มีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 แสนบาท และไม่ได้ประกอบธุรกิจหลักใดๆ, บริษัท เนเชอรัล สแตนดาร์ด จำกัด เป็นบริษัทร่วมที่บริษัทถือหุ้นอยู่ประมาณ 49% ของทุนจดทะเบียน และไม่ได้ประกอบธุรกิจ

KTB เลื่อนเอ็นพาร์คจ่ายหนี้

นายเสริมสินกล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการเจรจากับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB หลังจากเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2547 ที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติให้ขอเลื่อนการชำระหนี้กับธนาคารจำนวน 1,698 ล้านบาท ออกไป โดยฝ่ายบริหารได้ชี้แจงต่อธนาคารถึงสถานะของบริษัทที่ยังมั่นคง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำ และบริษัทมีสินทรัพย์ที่ดีและมีอนาคต ซึ่งธนาคารกรุงไทยอนุมัติให้เลื่อนการชำระหนี้ของบริษัท โดยกำหนดให้ชำระหนี้งวดแรกจำนวน 300 ล้านบาทก่อน หลังจากนั้นให้แปลงภาระหนี้ส่วนที่เหลือจำนวน 1,398 ล้านบาท เป็นเงินกู้ระยะยาวครบกำหนด อีก 2 ปี (30 ธ.ค. 2549)


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.