เด้งฟ้าผ่า ปิยสวัสดิ์ แฉรัฐฉุนขาดข้อมูลโรงไฟฟ้าประจวบฯ


ผู้จัดการรายวัน(10 เมษายน 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

เด้ง"ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์"พ้น สพช. ไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี "พงศ์เทพ เทพกาญจนา"สั่งเอง ข้ามหัว"พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ " แม้จะปฏิเสธเสียงแข็งไม่ เกี่ยวเรื่องโรงไฟฟ้าหินกรูด-บ่อนอก

แต่วงในระบุจุดแตกหักเพราะรัฐบาลไม่พอใจผลงานแก้ ปัญหาโรงไฟฟ้าและฉุนที่เลขาธิการสพช.ชงข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริงให้พิจารณาเผย เคย ถูกเสนอให้ย้ายมาตั้งแต่ยุค"จาตุรนต์ ฉายแสง"

หลังเจอแฉเดินนโยบายพลังงานผิดพลาด การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (9 เม.ย.) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้โอน นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

(สพช.) ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนตำแหน่งของ นายภิรมย์ศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

(บีโอไอ) ตามที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สพช. น.พ.กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลบีโอไอ และนายสมศักดิ์

เทพสุทิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกันเสนอ นายยงยุทธ ติยะไพรัช โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า

ที่ประชุมไม่ได้หารือกันถึงเหตุผลของการ โยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ 10 ทั้งสองตำแหน่งนี้ เพียงให้เหตุผลว่า เป็นเพราะนายสมพงษ์ วนาภา รองเลขาธิการคณะกรรมการ บีโอไอ

ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ บีโอไอ จึงเป็นเหตุให้ตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการบีโอไอว่างลง ดังนั้น

เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ของทั้งในส่วนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการบีโอไอ

ทั้งสองฝ่ายจึงยอมที่จะโอนข้าราชการข้ามหน่วยงานระหว่างกัน ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สพช.นั้น ให้นายเมตตา บันเทิงสุข รองเลขาธิการ

สพช.รักษาการแทน รายงานข่าวแจ้งว่า ในการโยกย้ายข้าราชการ ครั้งนี้ นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สพช.ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการโอนย้ายนายปิยสวัสดิ์

มานั่งที่สำนักนายกัฐมนตรี โดยบอกเพียงว่าส่วนตัวรู้สึกพอใจกับการทำงานของนายปิยสวัสดิ์ มาโดย ตลอด ส่วนเหตุผลของการโยกย้ายต้องสอบ ถามจากนายพงศ์เทพ อย่างไรก็ตาม ในสมัยรัฐบาลนายชวน

หลีกภัย 2 นายปิยสวัสดิ์ เคยถูกย้ายจากตำแหน่ง เลขาธิการ สพช.ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขณะที่นายภิรมย์ศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ไปนั่งตำแหน่งเลขาธิการ

สพช.แทน ก่อนที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะย้ายนายปิยสวัสดิ์ กลับมานั่งเก้าอี้เลขาธิการ สพช.และ ย้ายนายภิรมย์ศักดิ์ มานั่งตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อรัฐบาลชุดนี้ต้องมาตัดสินใจในเรื่อง

ของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ หินกรูด-บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนายปิยสวัสดิ์ เป็น คณะกรรมการพิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้าใน อนาคต

เสนอคณะกรรมการพิจารณความเหมาะสมในการก่อสร้างโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นเผือกร้อนของรัฐบาลนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงยิ่ง ที่นายปิยสวัสดิ์

ถูกย้ายไปนั่งตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อลดกระแสของกลุ่มคัดค้านโครงการฯ เบื้องหลัง"พงศ์เทพ"ฉุนชงข้อมูลไม่ตรง แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่าก่อนหน้าที่จะมีการย้ายนายปิยสวัสดิ์

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับสพช. ได้เรียกนายปิยสวัสดิ์เข้าหารือและแจ้งให้นายปิยสวัสดิ์ทราบก่อนล่วง หน้าว่าจะย้ายมาเป็นรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว

โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขปัญหาโรงไฟ้าหินกรูดและบ่อ นอกของนายปิยสวัสดิ์มากนัก โดยเฉพาะการให้ข้อมูลกับรัฐบาลในเรื่องกำลังไฟฟ้าสำรอง ทาง

สพช.ได้ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้การตัดสินว่าจะสร้างหรือไม่สร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งล่าช้าจากเดิมที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะตัดสินใจก่อนสงกรานต์ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุในการ โยกย้าย ว่า เนื่องจากนายปิยสวัสดิ์ มีความอาวุโส สูงสุดในจำนวนข้าราชการระดับ 10 และได้ทำงาน ในสพช.มานาน

ในขณะที่ตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งว่างอยู่และมีความสำคัญ จึงได้รับการแต่งตั้งเข้ามา นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลว่า ตามระบบบริหาร ปัจจุบัน และตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

(ก.พ.) ให้มีการหมุนเวียนงาน อยู่แล้ว และเพื่อให้มีความก้าวหน้าแก่นายปิย-สวัสดิ์ ด้วย ทั้งนี้ ตำแหน่งรองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีงานให้ทำอีกมาก ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดองไว้

ใครๆก็อยากจะเป็น และการย้ายไม่ใช่เพราะความขัดแย้งในเรื่อง สร้างโรงไฟฟ้าอย่างแน่นอน ส่วนงานปลัดสำนักนายกจะมอบหมายให้นายปิยสวัสดิ์ต่อไป ซึ่งหลายงานตรงกับความสามารถของนายปิยสวัสดิ์

สำหรับตำแหน่งเลขาธิการ สพช. ในช่วงแรกนี้ ยังคงให้นายปิยสวัสดิ์ อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวไป ก่อน จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา หากมองย้อนกลับไปไม่นามานมานี้ กระแส

ข่าวเรื่องการโยกย้ายนายปิยสวัสดิ์ เกิดขึ้นมาอย่าง ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนบัดนี้ หลังจากนายวีระ สมความคิด ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)

เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการปปช.ให้ตรวจสอบนายปิยสวัสดิ์ ด้วยเหตุผลที่ว่าดำเนินนโยบายด้านพลังงานผิดพลาดก่อความเสียหายแก่ประเทศชาติ บวกกระแสเรียกร้องจากกลุ่มชาวบ้าน

และเอ็นจีโอที่คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกรูด ซึ่งกดดันรัฐบาลให้ตัดสินใจโยกย้ายเลขาธิการสพช.ออกจากตำแหน่งมาโดยตลอด ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการ

ดังกล่าวเกิดขึ้นจากแรงผลักดันของนายปิยสวัสดิ์ ในนามของการเปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า และสพช.คือ ผู้เร่งรัดให้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟจากโรงไฟฟ้า บ่อนอก หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ทั้งๆ

ที่ควรจะหยุดและทบทวนการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนใหม่ แหล่งข่าวแจ้งว่า อันที่จริงแล้ว เลขาธิการสพช. จะถูกปลดออกจากตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมาที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเป็นผู้ดูแลนโยบายด้านพลังงานก่อนที่จะถูกโยกไปดูแลกระทรวงยุติธรรม ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า เลขาธิการสพช. ไม่สนองนโยบายของฝ่ายการ เมือง ถึงขนาดพูดกันว่า เลขาฯ

แข็งข้อ ถือดี เรียก ให้มาชี้แจงก็ไม่ค่อยอยากมา ส่งระดับรองๆ มาแทน ทำให้มีปัญหากับฝ่ายการเมือง ขณะเดียว กันข้อมูลที่ทางฝ่ายการเมืองสั่งให้สพช.รายงานและแก้ต่างฝ่ายคัดค้านก็เป็นข้อมูลที่ถูกยัดใส้

และหลอก สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายการ เมืองมาโดยตลอด "พอเจอปัญหาหนักเข้าจาตุรนต์ ก็รายงานนายกรัฐมนตรี นายกฯ ก็เข้าใจ แต่ไม่อยากหักหน้าเลขาสพช.

จึงขอเวลาว่าจะตัดสินใจในช่วงเดือนเมษายนแทน ตอนแรกๆ ก็นึกว่าจาตุรนต์ ไม่มีน้ำยาแล้ว เพราะถูกโยกไม่ให้ดูแลเรื่องพลังงานก่อนที่ปิยสวัสดิ์ จะถูกปลดเสียอีก"

แหล่งข่าวที่ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานมาโดย เล่าให้ฟัง ด้านนายวีระ สมความคิด ผู้ประสานงานคปต. ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ นายปิยสวัสดิ์ ให้ความเห็นว่า

การโยกย้ายเลขาธิการสพช.คราวนี้ เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการยื่นเรื่องของคปต. เพราะหลักฐานข้อมูล มีน้ำหนักเพียงพอที่รัฐบาลจะรับฟังและใช้ เป็นฐานสำหรับนำไปหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม

"ผมคิดว่านี่เป็นการปลดชนวนเพื่อการตัดสินใจเพื่อคนส่วนใหญ่

ถ้าครม.มีมติดังนั้นก็แสดงว่าการตัดสินใจของรัฐบาลในโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกรูดจะเป็นไปในแนวทางที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ" นายวีระ กล่าว วงในแฉเปิดทางใช้ก๊าซ

แหล่งข่าวจากวงการพลังงานกล่าวว่า การโอนย้ายนายปิยสวัสดิ์ครั้งนี้เป็นที่ทราบดีว่าเป็นเพราะนายปิยสวัสดิ์ไปขัดขวางนโยบายการใช้ก๊าซ ธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าของนายพิทักษ์ อินทรวิทยนันทน์

โดยได้เถียงกันอย่างรุนแรงใน ช่วงที่ผ่านมาโดยปิยสวัสดิ์ให้เหตุผลว่าการใช้ก๊าซ เวลานี้มีถึง 70% แล้วหากไทยไม่ต้องการความเสี่ยงจะต้องหาเชื้อเพลิงอื่นมาถ่วงดุล

นอกจากนี้นายปิยสวัสดิ์ยังขวางนโยบายการใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานที่มีอยู่ถึง 10,000

ล้านบาทมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับนายพิทักษ์เองมากกว่าการอนุรักษ์พลังงานอย่างแท้จริง และล่าสุดนายพิทักษ์ยังเตรียมที่จะดึงงบโฆษณาของสพช. ให้กับพวกพร้องอีก 80 ล้านบาท

ปิยสวัสดิ์ยันไม่มีปัญหารับตำแหน่งใหม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวถึงกรณีย้ายนายปิยสวัสดิ์ว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาต่อ

ไปแต่นายปิยสวัสดิ์จะยังคงรักษาการเลขาฯ สพช.ระหว่างนี้ไปก่อนจนกว่าจะหาผู้เหมาะสมได้และเรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของนายพงษ์เทพที่จะเข้าไปดูแล นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(สพช.) กล่าวว่า การโยกย้ายตำแหน่งไปเป็นรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าพร้อมที่จะทำงานตามที่รัฐบาลมอบหมาย

และไม่ว่าจะทำงานอยู่ในตำแหน่งใดก็สามารถรับใช้ประเทศชาติได้ โดยการทำงานที่ผ่านมากว่า 15 ปี ในเรื่องนโยบายพลังงาน ก็ได้พยายามทำงานอย่างดีที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

ทั้งประเทศชาติโดยรวม ประชาชนทั่วไป นักลงทุน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการผลักดันนโยบายบางอย่างอาจจะมีบางกลุ่มเสียผลประโยชน์ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ทำให้ทุกฝ่ายพอใจไม่ได้

นโยบายพลังงานที่ผ่านมาต้องคำนึงถึงการจัดหาพลังงานให้พอเพียง และมีความมั่นคง รวมทั้งมี ราคาเหมาะสมและเป็นธรรม เพราะหากพลังงานขาดแคลนจะมีผลกระทบต่อประเทศชาติ และประชาชนทั่วไป

รวมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย และมองในอนาคตว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัว และปัจจุบันก็เริ่ม มีสัญญาณที่ดีแล้ว

จากปริมาณการใช้น้ำมันและการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นดังนั้นความมั่นคงทางด้านพลังงานเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานจะต้องคำนึงถึง สำหรับเรื่องโรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกรูดนั้น

รัฐบาลได้รับทราบข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบ ด้านแล้ว ทั้งนักวิชาการที่เป็นกลางจากสถาบันต่างๆ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ คิดว่ารัฐบาลคงจะหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อ ประเทศอย่างสูงสุด

แหล่งข่าวจากข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) กล่าวว่า รู้สึกตกใจและเสียใจที่นายปิยสวัสดิ์ จะถูกย้ายไปไปเป็นรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และคิดว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง เพราะที่ผ่านมานายปิยสวัสดิ์ ก็เป็นคนที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นและซื่อสัตย์สุจริต และไม่ใช่คนของนักการเมืองพรรคใดทั้งสิ้น

รัฐบาลยังไม่ตัดสินสร้างโรงไฟฟ้า สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาตัดสินโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกรูด ขณะนี้ ทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีหรือกลุ่มนายพลแห่งบ้านพิษณุโลก

ได้ให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขต บางมด ศึกษาเรื่องพลังงานไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย

เนื่องจากผลการศึกษาของแต่ละหน่วยงานที่รัฐบาลให้ศึกษามาก่อนหน้านี้ไม่ตรงกัน และต่างอ้างอิงข้อมูลจากต่างประเทศเป็นหลัก การศึกษาครั้งนี้ ทีมที่ปรึกษากำหนดเวลาเสร็จสิ้นไม่เกินวันที่ 15 เมษายนนี้

"เวลานี้ ฟังว่าฝ่ายคัดค้านโครงการเป็นห่วง เรื่องข้อมูลชิ้นสุดท้ายนี้เพราะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล และอธิการฯ บางมดที่เข้ามาศึกษาเรื่องนี้

ที่ผ่านมามีความคิดไปในแนวทางเดียวกันกับคุณธัญญา ศีลธร วิศวกรอาวุโสของยูเนี่ยนฯ หุ้นส่วนโรงไฟฟ้าหินกรูด" แหล่งข่าวจากทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก เล่าให้ฟัง ขณะที่นายพงษ์เทพ กล่าวว่า

ในการพิจารณาก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก และหินกรูด ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ ยังไม่มีการชี้ขาดใดๆ ออกไป ส่วนการยกเลิกโครงการที่มีสัญญากับบริษัทเอกชน

จะต้องพิจารณารายละเอียดก่อนว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ หรือไม่ เพราะโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง ผ่านขั้นตอนของการเซ็นสัญญาไปแล้ว ทั้งนี้ การตัดสินใจจะยกเลิกสัญญาหรือไม่

จะไม่พิจารณาจากเรื่องค่าเสียหาย เพียงเรื่องเดียว แต่ต้องพิจารณาจากเรื่องของสภาพแวดล้อม และประเด็นต่างๆที่นำมากล่าว อ้างกันด้วย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.