|

แบงก์ไทยพาณิชย์ยึดนโยบายเดิมหลังสำนักงานทรัพย์สินฯแลกหุ้นคืน
ผู้จัดการรายวัน(13 มกราคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
บิ๊กแบงก์ไทยพาณิชย์ ยันไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย หลังสำนักงานทรัพย์สินฯ แลกหุ้นคืนจากกระทรวงการคลัง ทำให้ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่าๆ กันประมาณ 25% โดยเน้นการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นเป็นหลัก พร้อมตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โตต่อเนื่องอีก 7-8% ขณะที่สภาพคล่องยังล้นกดดันไม่ให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์ขยับ ด้านแบงก์นครหลวงไทย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 4-6 หมื่นล้าน
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวถึงการแลกหุ้นของธนาคารระหว่างกระทรวงการคลังและสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังแลกหุ้นของธนาคารกับสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้แล้วเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของกระทรวงการคลังที่จะดำเนินการแลก ซึ่งเชื่อว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้แน่นอน
หลังจากการแลกหุ้นแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารจะมีสำนักงานทรัพย์สินฯ และกระทรวงการคลังในสัดส่วนเท่าๆ กัน ประมาณ 24-25% หลังจากนี้ นโยบายการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นเหมือนเดิม จะไม่มีการปรับเปลี่ยนองค์กรหรือโครงสร้างใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสำนักงานทรัพย์สินฯ หรือกระทรวงการคลังถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่ถือหุ้นในธนาคารเป็นระยะเวลาที่นานมาก จึงไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร
"ฝ่ายบริหารจะเน้นการสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นให้ดีที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มที่เติบโตที่ดี เพราะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มดีขึ้น ในขณะที่การขยายสินเชื่อเติบโตอย่างต่อเนื่อง"
ส่วนภาพรวมของการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ คาดว่ามีแนวโน้มที่ขยายตัวต่อเนื่อง ในระดับ 7-8% เนื่องจากจะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่จะสร้างสาธารณูปโภคให้กับประเทศ รวมทั้งการลงทุนในภาคเอกชน ที่จะเริ่มขยายตัว เพิ่มกำลังการผลิตอย่างแท้จริง นอกเหนือจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ปีนี้อาจจะเติบโตที่น้อยเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าที่อยู่ในจังหวัดภาคใต้ ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิเพียงเล็กน้อย เนื่องจากลูกค้าระดับผู้ประกอบการมีประกันภัยเกือบหมด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าประกันจะจ่ายเงินให้รวดเร็วมากน้อยแค่ไหน หากมีการจ่ายเงินที่รวดเร็วเชื่อว่าจะไม่กระทบกับลูกค้าในด้านของเอ็นพีแอล แต่อาจจะกระทบด้านของการ ท่องเที่ยวที่รายได้จากการท่องเที่ยวชะลอลงบ้าง
ส่วนทิศทางแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ นายวิชิต กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ธนาคารพาณิชย์จะยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกินในระบบที่ยังมีเหลือ โดยในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารยังมีเงินฝากไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสภาพคล่องในระบบยังมีจากเงินทุนต่างประเทศ ที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย
"การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นคงต้องขึ้นกับปริมาณสภาพคล่องในระบบเป็นหลัก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาแม้ธปท.จะดูดซับสภาพคล่องออกไปแต่เราก็ยังมีเงินไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยคงจะไม่เห็นในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์เท่าที่ทราบอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน" ดร.วิชิตกล่าว
SCIB เผยยอดสินเชื่อปี 2548 อยู่ที่ 5.8 หมื่นล.
ด้านนางสาวอังคณา สวัสดิ์พูน ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCIB กล่าวถึงการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปี 2547 ที่ผ่านมาว่าธนาคารมียอดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิ 58,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 30% จากสิ้นปี 2546 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารตั้งไว้
สำหรับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปีนี้ ธนาคารมีเป้าหมายที่จะปล่อยสินเชื่อประมาณ 40,000-60,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 20% ส่วนด้านเงินฝากในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายที่จะเพิ่มให้ได้ในสัดส่วน 5% จากสิ้นปี 2547
"การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปีที่ผ่านมา ถือว่าเราทำได้ตามเป้าหมาย โดยเรามียอดการปล่อยสุทธิ 58,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ที่เติบโตสูงเพราะฐานในปีก่อนต่ำ" นางสาวอังคณากล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|