|

MVTแต่งตัวเข้าตลาดเอ็มเอไอ"เสี่ยปู่"ซุ่มเป็นผู้ถือหุ้น5.56%
ผู้จัดการรายวัน(10 มกราคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
"เสี่ยปู่-สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล" ซุ่มไปถือหุ้นใหญ่ 5.56% ติดอันดับ 3 ใน "เอ็ม.วี.ที. คอมมิวนิเคชั่น" เข้าตลาด MAI เตรียมกระจาย 30 ล้านหุ้น หวังนำเงินเพื่อสร้างสายการผลิตเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง ขณะที่หุ้นซี.ไอ.กรุ๊ปเคาะช่วงราคา 2.80-3 บาท ส่วนหุ้นค้าเหล็กไทยเล็งขาย 3-4 ก.พ.นี้
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2548 สำนักงานก.ล.ต.ได้เริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง) ในหุ้น บริษัทเอ็ม.วี.ที.คอมมิวนิเคชั่น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) และได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาทเป็นหุ้นสามัญทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทและมีทุนเรียกชำระแล้ว 90 ล้านบาท โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นจะนำไปสร้างสายการผลิตเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง (UPS) ลงทุนขยายงานและพัฒนาธุรกิจตามความเหมาะสม และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
บริษัทเอ็ม.วี.ที.คอมมิวนิเคชั่น ดำเนินธุรกิจด้านเครือข่ายสัญญาณ โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศด้านระบบไฟฟ้าควบคุมและ ระบบสำรองไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาในการวางระบบเครือข่าย การออกแบบระบบ เครือข่ายให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า การนำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ การติดตั้งระบบ การทดสอบไปจนถึงการดูแลบำรุงรักษาและจัดอบรม
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2546 บริษัทมีรายได้ 78.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 0.85 ล้านบาท เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2547 บริษัทมีรายได้รวม 112.29 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2.36 ล้านบาท
ส่วนโครงการในอนาคตของบริษัทจะลงทุนขยายงานและพัฒนาธุรกิจตามความเหมาะสมเช่นขยาย ขนาดโกดังสินค้าเพื่อรองรับปริมาณ สินค้าที่ผ่านเข้าออกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จัดตั้งสำนักงานสาขาภูมิภาคตามหัวเมืองใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มบริษัท พัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศภายในกลุ่มบริษัท
บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลของโครงการเพื่อที่จะทำการเข้าร่วมประมูลโครงการในปี 2548 ซึ่งประกอบด้วยโครงการจำหน่ายอุปกรณ์ควบคุมระบบจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง, โครงการจำหน่ายสาเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัทกสทโทรคมนาคม, โครงการสายเคเบิลใยแก้วนำแสง พร้อมติดตั้งและระบบสำรองไฟฟ้าของบริษัท กสทโทรคมนาคม, โครงการจำหน่ายสายเคเบิลใยแก้ว นำแสงของกระทรวงคมนาคม, โครงการจำหน่ายสาเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัททศทคอร์ปอเรชั่น
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรกของบริษัทนั้นประกอบด้วยกลุ่มนายภาณู ศีติสาร ถือหุ้น 48.07% ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนจะทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 36.05% รองลงมาได้แก่นางสาวอาจรีย์ พุทาพร ถือหุ้น 7.06% ภายหลังเหลือ 5.29%, นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยด้วย ถือหุ้น 5.56% ภายหลังเหลือ 4.17%, นายพิชัย โขอนันต์ ถือหุ้น 4.83% ภายหลังเหลือ 3.63% และนาย ภาวสุทธิ์ วาสิกานนท์ ถือหุ้น 3.06% ภายหลังเหลือ 2.29% โดยบริษัทมี นโยบายการจ่ายปันเงินผลที่อัตราไม่ต่ำกว่า 40%
แหล่งข่าวจากวาณิชธนกิจเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ไซรัสในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินหุ้นบริษัทซี.ไอ.กรุ๊ปได้กำหนดช่วงราคาหุ้นเบื้องต้นที่ระดับ 2.80-3 บาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปราคาที่แน่นอนได้ภายในวันที่ 14 มกราคมนี้ และหุ้นจะเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปในวันที่ 18-20 มกราคมนี้ ซึ่งคาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) ภายในปลายเดือนมกราคมหรือต้นกุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้บริษัทซี.ไอ.กรุ๊ป จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้นโดยแบ่งเป็นเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป 41 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท จำนวน 4 ล้านหุ้น โดยเงินที่ได้จะนำไปขยายกำลังการผลิตคอยล์ เนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ มีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างมาก โดยบริษัทมีแผนงานที่จะก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และจะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ขณะที่หุ้นบริษัทค้าเหล็กไทยนั้นขณะนี้บล.ซีมิโก้ ซึ่งเป็นที่ปรึกษา ทางการเงินได้กำหนดระยะเวลา ที่จะเสนอขายหุ้นในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์นี้ โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นจำนวน 85 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|