|

บล.ภัทรแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นตั้งเป้าระดมพันล้านรุกธุรกิจ
ผู้จัดการรายวัน(29 ธันวาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
บล.ภัทรเตรียมเข้าตลท.หวังระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ คาดจะระดมทุนประมาณ 1 พันล้านบาท พร้อมเล็งยื่น ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลเพื่อทำให้ประกอบธุรกิจอย่างครบวงจร
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด เปิดเผยว่า ภายในเดือนมกราคมคณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมซึ่งมีวาระเกี่ยวกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยซึ่งคาดว่าจะระดมทุนในระดับ 1 พันล้านบาท โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปใช้ในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพที่จะเติบโต รวมถึงเงินส่วนหนึ่งจะนำไปใช้รองรับการทำธุรกิจตราสารอนุพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
"การที่บล.ภัทรสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพราะเห็นถึงโอกาสในการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนในลักษณะเวนเจอร์แคปปิตอลรวมถึงตลาดตราสารอนุพันธ์จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ดังนั้นบริษัทจึงต้องเตรียมความพร้อมที่จะทำธุรกิจด้านนี้ บริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนดังนั้นบริษัทจึงต้องระดมทุน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาแน่นอนที่จะเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์" นายสุวิทย์กล่าว
สาเหตุที่สนใจลงทุนในบริษัทต่าง ๆ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าธุรกิจหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงดังนั้นจึงต้องการที่จะหารายได้จากด้านอื่นเข้ามาเพิ่ม คาดว่าผลตอบแทนที่จะได้รับจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE รวมทั้งจะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ปัจจุบันบล.ภัทรมีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท และมีส่วนของทุนประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยผลประกอบการในปี 2546 บริษัทมีกำไรสุทธิ 600 ล้านบาท โดยเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือเป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในหุ้นขนาดใหญ่ 3 บริษัท ประกอบด้วยหุ้นบริษัทการบินไทย, ธนาคารกรุงไทย และหุ้นบริษัทไทยโอเลฟินส์
ส่วนผลประกอบการในปีนี้คาดว่ากำไรจะลดลงจากปีก่อนโดย ในปีนี้บริษัทเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หุ้นขนาดใหญ่ 2 บริษัทประกอบด้วยหุ้น บริษัทไทยออยล์ และหุ้นอสมท แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนถือ ว่ามีการระดมเงินน้อยกว่า
นายสุวิทย์กล่าวว่าธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ผ่านมามีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันมีส่วน แบ่งการตลาดประมาณ 3% แบ่งเป็นลูกค้าสถาบันประมาณ 80% และลูกค้ารายบุคคลประมาณ 20% โดยบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายบุคคลเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการบริหารกองทุนส่วนบุคคล เพื่อที่จะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรถึงแม้ว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจล่าช้าแต่ก็เชื่อว่าไม่ส่งผลเสียต่อบริษัทแต่อย่างใด เพราะแต่ละบริษัทนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันรวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกัน ส่วนในธุรกิจด้านวาณิชธนกิจนั้นคาดว่าภายในปีหน้าบล.ภัทรจะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3 บริษัท โดยแบ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัทเอกชนอีก 1 แห่ง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|