|

Enriching Lives with Nokia
โดย
น้ำค้าง ไชยพุฒ
นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
แนวคิดหลักใหม่ของโนเกียที่หลายคนจะเห็นนับจากนี้ก็คือ การเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนใช้งานทุกรูปแบบ
พื้นที่บริเวณอาคารราชนาวิกสภาริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดูเหมือนจะคับแคบไปถนัดตา เมื่อบรรดาแขกเหรื่อมากหน้าหลายตา ทั้งทัพสื่อมวลชน นักวิเคราะห์ คู่ค้าทั้งไทยและประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกของโนเกีย เริ่มทยอยเข้าสู่งาน "Destination Nokia" ที่จัดขึ้นในค่ำคืนวันที่สองของเดือนที่ผ่านมา ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของผู้บริหารคนใหม่ของโนเกีย ประเทศไทย ที่จะมาแทนคนเก่าที่หมดวาระไปแล้วเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือถึง 3 รุ่นอย่างเป็นทางการ แบบที่ไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อนอีกด้วย
มือถือ 3 รุ่นใหม่ของโนเกียที่เปิดตัวมานั้น นอกจากจะได้รับการแนะนำในฐานะที่เป็นมือถือที่มีกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 1.3 ล้านพิกเซลแล้ว ยังมาพร้อมกับ "Enriching Lives" แนวคิดหลักที่โนเกียจะเน้นใช้ทำตลาดและสื่อสารให้กับผู้บริโภคนับจากนี้เป็นต้นไป
แนวคิดหลักอย่าง "Enriching Lives" ได้เข้ามาลบภาพของโนเกียจากความเป็นผู้นำตลาดมือถือที่มากไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่างที่เคยผ่านมา โนเกีย พยายามจะชี้ให้เห็นว่าต่อไปนี้โนเกียจะไม่จำกัดตัวเองและผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีเพียงเท่านั้น แต่ยังจะตอบสนองการใช้ชีวิต แบบไลฟ์สไตล์ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และ ตอบสนองความต้องการด้านแฟชั่นผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือของโนเกีย
มร.เออร์โป คาร์จาไลเนน รองประธาน อาวุโส ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โนเกีย กล่าว ไว้ในตอนหนึ่งบนเวทีของงานที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของแนวคิดนี้ว่า แม้ว่าการสื่อสารทางเสียงยังเป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาดมือถือของโนเกียอยู่ แต่เนื่องจากว่า มีคนบางกลุ่มเริ่มให้ความสำคัญในการใช้มือถือในรูปแบบมัลติมีเดียมากขึ้น อาทิ การหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนแทนมือถือปกติ นั่นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่โนเกียจะตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าได้ครอบคลุม ทุกกลุ่ม ดังนั้นนับจากนี้คำว่าเทคโนโลยีในสายตาของโนเกียน่าจะเป็นความหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้
ประมาณการกันว่าจนถึงสิ้นปีนี้ โทรศัพท์มือถือติดกล้องจะถูกขายทั่วโลกกว่า 200 ล้านเครื่อง ขณะที่ส่วนแบ่งของการทำ ตลาด มือถือติดกล้องความละเอียดมากกว่า 1 ล้านพิกเซล ถูกโนเกียครองส่วนแบ่งไปแล้วกว่าครึ่งของตลาด ขณะเดียวกันโนเกีย ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเร่งเปิดตัวมือถือติดกล้องดิจิตอลคุณภาพสูงออกสู่ตลาด เพื่อ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการ มือถือแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในตลาด replacement หรือคนที่ต้องการเปลี่ยน โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่มีคุณสมบัติมาก กว่าเดิม ที่กลายเป็นเป้าหมายหลักของการ ทำตลาดโทรศัพท์มือถือกลุ่มนี้ของโนเกีย
สำหรับประเทศไทยและประเทศใน แถบเอเชียแปซิฟิกแล้ว โนเกียพบว่าปัจจัย หลักที่ผู้บริโภคใช้เพื่อพิจารณาก่อนที่จะซื้อ โทรศัพท์มือถือสักเครื่องนั้นประกอบไปด้วย หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์หน้าจอสี กล้องดิจิตอล บลูทูธ เครื่อง เล่นเพลง และเสียงเรียกเข้าแบบเอ็มพีสาม และฟังก์ชันของการถ่ายภาพวิดีโอหรือตัดต่อภาพวิดีโอได้อย่างที่ต้องการ นี่เองเป็นอีก ปัจจัยหนึ่งที่พิสูจน์ว่าโนเกียกำลังพัฒนา แนวคิดอย่างถูกทางที่ควรจะเป็น
โนเกียเองยังพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะให้แนวความคิดของตัวเองเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องของแฟชั่น และมัลติมีเดีย ล่าสุดโนเกียได้เปิดตัวมือถือถึง 3 รุ่น เพื่อทำตลาดในชื่อรุ่น Fashion Collection เพื่อตอบสนองความต้องการด้านแฟชั่นของ ผู้ใช้ เช่นเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการนำร่อง Visual Radio ในประเทศสิงคโปร์ ด้วยสถานีวิทยุที่ถ่ายทอดผ่านเครือข่ายจีพีอาร์เอส และสามารถรับฟังได้ผ่านมือถือ ทำให้ผู้ใช้ไม่เพียงแต่รับฟังเสียงเพลงปกติ แต่ยังสามารถรับชมภาพ และส่งข้อมูลระหว่างรายการแบบเรียลไทม์ได้ด้วย นั่นหมายถึงว่าโฉมหน้าของรายการวิทยุบนมือถือจะเปลี่ยนไป ข้อจำกัดในการทำกิจกรรมกับผู้ฟังจะถูกเปลี่ยนแปลงไป ผู้ฟัง สามารถร่วมรายการด้วยการร่วมโหวตผ่านหน้าจอของมือถือ รับชมผลโหวต หรือ เห็นภาพของดีเจรายการโปรดได้ทันทีที่ต้องการ หลังจากเปิดโครงการนี้ไปเมื่อไม่นานพบว่ามีผู้ใช้งานในสิงคโปร์ไปแล้วกว่า 3 ล้านคน เมื่อเทียบกับไทยแล้วอาจจะเป็น ตัวเลขที่ไม่มาก แต่หากเทียบกับประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ ที่ทั้งประเทศยังใหญ่ไม่เท่ากับจังหวัดนนทบุรีในบ้านเรา ก็ถือว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงเลยก็ว่าได้
Mobile TV หรือทีวีบนมือถือ คืออีก โครงการนำร่องที่โนเกียพยายามผลักดัน อย่างเต็มที่ ล่าสุดเปิดให้บริการแบบไม่เป็น ทางการในสิงคโปร์ไปแล้วเช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายไอพีบนมาตรฐานที่เรียกว่า DVB-H (Digital Video Broadcasting-Handheld) แบบนี้ผู้ใช้งานมือถือจะสามารถรับชมภาพรายการทีวีได้บนมือถือทั้งแบบรายการสด หรือเรียกดูย้อนหลังเช่นเดียวกับการร่วมทำกิจกรรมหรือรับส่งข้อมูลระหว่างรายการ ได้ทันที โดยโนเกียวางโครงการที่จะเปิดให้ บริการในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปีหน้า
ไม่เพียงแต่โนเกียจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งหมดยังช่วยเอื้อให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายมีรายได้ต่อเลขหมายในการเรียกใช้งานมัลติมีเดียที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งก็คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่โนเกียมองอยู่ด้วยเช่นกัน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|