เจาะเวลาสู่อินเทอร์เน็ตกับแบงก์ไทยพาณิชย์


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

ลูกค้าของธนาคาร "เวลสปาโก้" ในสหรัฐอเมริกาอาจไม่ต้องเดินไปธนาคาร หรือโทรศัพท์ไปสอบถามยอดเงินในบัญชี หรือโอนเงินข้ามบัญชีของตัวเอง แต่อาจจะเปิดดูผ่านโฮมเพจของเวลสปาโก้ที่เปิดให้บริการกับลูกค้าเหล่านี้

ในขณะที่บางแห่งก็เปิดให้สินเชื่อรายย่อยผ่านเครือข่ายเส้นนี้ อาทิ การอนุมัติบัตรเครดิต หรืออนุมัติสินเชื่อรถยนต์ หรือบ้านพักอาศัย

ธนาคารของไทยก็ไม่แพ้กันลงทุนจัดทำโฮมเพจของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะทำไว้สำหรับเป็นเนื้อที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ บริการทางธนาคารที่จะมากับอินเตอร์เน็ต หลายแบงก์กำลังอยู่ระหว่างจัดทำ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีไอเดียขนาดไหน

สำหรับแบงก์ไทยพาณิชย์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ย่อมไม่พลาดอินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ต คลื่นลูกสำคัญทางเทคโนโลยีวันนี้

อมฤต เหล่ารักพงษ์ ถือเป็นเลือดใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มารับผิดชอบงานด้านเทคโนโลยี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานเทคโนโลยีประยุกต์ (Vice President Applied Technology Office)

ภารกิจของอมฤต คือจัดหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้กับธนาคาร เขากล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ในมือกว่า 20 ชนิดทั้งอินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ต ก็อยู่ในจำนวนนั้น

สำหรับหน้าที่ความรับผิดชอบที่ธนาคารไทยพาณิชย์นั้น ดูแลเรื่องทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ได้ทำไปแล้ว โดยเปิดใช้มาประมาณ 1 ปี ที่จะทำต่อไปก็เรื่องอินทราเน็ต ซึ่งจุดประสงค์หลักก็เพื่อจะมาใช้กับแบงก์สาขาทั่วประเทศกว่า 400 สาขา

"เราคิดว่า อินทราเน็ตจะเหมาะกับการใช้งานของแบงก์เรามากกว่าอินเตอร์เน็ต เพราะมีความปลอดภัย ควบคุมได้ง่ายกว่า"

เมื่อมีการใช้อินทราเน็ตภายในแบงก์แล้ว เชื่อว่าการติดต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ตจะมีน้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีถ้าต้องมีการติดต่อกันระหว่างแบงก์โดยผ่านอินเตอร์เน็ตนั้น ข้อมูลอาจจะรั่วไหลได้ง่าย หากมี Hacker (โจรคอมพิวเตอร์) หลุดเข้ามาเปิดใช้อินเตอร์เน็ตของธนาคาร

บริการอินเตอร์เน็ตของไทยพาณิชย์ในระยะแรก ใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้เป็นที่รู้จักเท่านั้น ยังไม่หวังผลทางด้านธุรกิจมากนัก

อมฤตเล่าว่า ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้อินทราเน็ต แต่ทางธนาคารก็ใช้สื่อทางไอทีในการบริการเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เช่นตอนนี้ทางธนาคารสมัครสมาชิกอินเตอร์เน็ตให้กับผู้จัดการสาขาทั้งหมดเกือบ 1,000 คน

สำหรับการใช้อินทราเน็ตนั้น อมฤตบอกว่า ในสิ้นปีนี้จะสามารถใช้อินทราเน็ตได้ครอบคลุมทั้งภายในธนาคารไทยพาณิชย์และสาขาทั่วประเทศ

เป้าหมายต่อไปของธนาคารก็คือ การพัฒนาไปเป็นอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง (Internet Banking) เต็มรูปแบบให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับที่ทำได้อยู่ในขณะนี้ มีอยู่แล้วแต่ยังไม่เต็มรูปแบบ เช่น อินโฟร์แบงกิ้ง (Info Banking) เอสซีเทรด (SCB Trade) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการอินทราเน็ตที่ใช้เทคโนโลยีของอินเตอร์ไว้ให้บริการสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ให้บริการกับลูกค้าทั่วไป ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการเอสซีบีเทรดจะสามารถโอนเงิน ดูยอดบัญชี เปิดแอลซีได้

อมฤตยังได้เล่าถึงรายละเอียดในการทำงานของ SCB Trade ว่าพัฒนาจากพื้นฐานอินเตอร์เน็ต โดยยึดหลักการเดียวกับระบบอินเตอร์เน็ต เพียงแต่ไม่ได้เชื่อมโยง (Link) เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตเท่านั้น จึงกล่าวได้ว่าเอสซีบีเทรด ถือเป็นเสมือนระบบอินทราเน็ตเบื้องต้นที่นำมาใช้งานภายในธนาคารนั่นเอง

การพัฒนาระบบ SCB Trade เป็นการจำลองหลักการทำงานของระบบอินเตอร์เน็ตมาใช้ โดยให้บริษัทไอบีเอ็มเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ Web Server เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นต่างๆ ธนาคารจึงนำหลักการเดียวกันนี้มาใช้ในการคิดค้นพัฒนาเป็นเวลา 1 เดือนเศษ โดยภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมดังกล่าวเป็นภาษามาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วไปในระบบอินเตอร์เน็ต คือ Hyper Text Markup Language (HTML)

ในส่วนของบริการต่างๆ ของระบบ SCB Trade ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ลูกค้าในระยะแรก คือ การเปิดแอลซี (Letter of Credit) การโอนเงินชำระ (Trade Remittance) การสอบถามข้อมูลทุกประเภทที่ใช้บริการด้านการค้าต่างประเทศ การตอบโต้จดหมายระหว่างลูกค้ากับธนาคารโดยผ่านอี-เมล์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดว่าจะให้บริการได้ต้นเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับจุดเด่นของการให้บริการผ่านระบบ SCB Trade ประการแรกสุดก็คือ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลที่ใช้บริการด้านการค้าต่างประเทศได้ตลอดเวลาแบบ Online Time

จุดเด่นอีกประการหนึ่งก็คือ ความสะดวกรวดเร็วที่ลูกค้าจะได้รับ เพราะสามารถเปิดแอลซีได้ด้วยตนเอง ผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาติดต่อกับธนาคารเหมือนในอดีต ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีให้ลูกค้าเห็นว่า ธนาคารมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการและสร้างเสริมให้ธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

"ทุกวันนี้ลูกค้าที่ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อาจจะยังไม่ได้ใช้บริการทางด้านต่างประเทศ ดังนั้นการที่ธนาคารมีการนำระบบงานที่อิงหลักการของอินเตอร์เน็ตมาใช้ จึงอาจทำให้ลูกค้าเหล่านั้นสนใจมาใช้บริการ SCB Trade กันมากขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้มีลูกค้ารายบุคคลอยู่ประมาณ 50 ราย ซึ่งถือว่ามาก น่าพอใจเพราะเราเพิ่งเปิดให้บริการ ไม่เหมือนกับอินโฟร์แบงกิ้งนั้นมีถึง 1,000 ราย เพราะเปิดมานานกว่า

อมฤตยังบอกอีกว่า โดยระบบ SCB Trade ยังสามารถติดตั้งที่ศูนย์บริการการค้าต่างประเทศทั้ง 15 แห่ง เพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวทำหน้าที่ด้านการตลาดเป็นหลัก ส่วนธนาคารสำนักงานใหญ่จะทำหน้าที่สนับสนุนศูนย์ในขั้นตอนการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพเข้าสู่ระบบ FITAS

สำหรับงบประมาณในส่วนของสายเทคโนโลยีในแต่ละปีนั้น ทางผู้บริหารได้ตั้งสัดส่วนไว้ 8% ของรายจ่ายของธนาคาร หรือประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.