|

แผนเพิ่มทุนปุ๋ยNFCป่วน รายย่อยวอล์กเอาต์-บอร์ดนัดถกด่วน
ผู้จัดการรายวัน(24 พฤศจิกายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
"วิชัย ทองแตง" นัดบอร์ดปุ๋ยเอ็นเอฟซีถกด่วนสัปดาห์นี้ ทบทวนการจัดสรรวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม หลังรายย่อยป่วน "วอล์กเอาต์" ไม่อนุมัติแผนจัดสรรวอร์แรนต์ แถมยังเสนอให้นำวอร์แรนต์ที่จะจัดสรรให้แก่ปตท.-บสท.มาจัดสรรให้แก่รายย่อยเพิ่ม ส่งผลแผนเพิ่มทุนสะดุด ขณะที่ "กิตติรัตน์" เผยแผนฟื้นฟูกิจการเข้าหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กำหนดให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 10%
บรรยากาศการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน) ค่อนข้างตึงเครียด ซึ่งใช้เวลาการประชุมกว่า 5 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับเชิญจากคณะกรรมการบริษัทปุ๋ยเอ็นเอฟซี ให้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ประชุม เพื่อชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่ตั้งใจเข้ามาฟื้นฟูกิจการของบริษัท ตัวแทนจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และนักลงทุนรายย่อยในนาม "กลุ่มคนรักปุ๋ย" เข้าร่วมประชุม
ก่อนเริ่มประชุม "กลุ่มคนรักปุ๋ย" ได้แจกใบปลิวเสนอข้อเรียกร้องของนักลงทุนรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการลดทุนในครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2547 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการลดทุนครั้งแรก 202:1 หุ้น โดยเรียกร้องให้หุ้นสามัญ (ราคาพาร์ 10 บาท) 1 หุ้น ได้ 20 ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ต่อ 1 หุ้นสามัญ และเมื่อแตกพาร์จาก 10 เหลือ 1 บาท 1 หุ้นสามัญเดิมจะกลายเป็น 10 หุ้นสามัญ ซึ่งรวมแล้วจะได้รับวอร์แรนต์ 200 วอร์แรนต์
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) (NFC) กล่าวในที่ประชุมว่า ไม่สามารถที่จะจัดสรรวอร์แรนต์ตามที่นักลงทุนรายย่อยเสนอได้ เนื่องจากคณะกรรมการได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และแนวทางที่คณะกรรมการได้เสนอให้มีการจัดสรรวอร์แรนต์ ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อบรรเทาความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ โดยที่ผู้ถือหุ้นเดิมจะมีมูลค่าหลักทรัพย์รวมไม่น้อยกว่า 223.66 ล้านบาท ถือว่ามีความเป็นธรรมและที่สำคัญสัดส่วนผู้ถือหุ้นจะเข้าเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ ที่กำหนดให้รักษาสัดส่วนไม่ให้ต่ำกว่า 10% ของทุนจดทะเบียน โดยอ้างอิงราคาตามราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นได้มีการยื่นข้อเสนอให้นำวอร์แรนต์ที่จะจัดสรรให้กับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มทุนเช่นเดียวกันนำมาจัดสรรให้กับรายย่อยเพิ่มเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการลดทุน
ในการประชุมนายวิชัย ยืนยันว่าไม่สามารถที่จะทำตามข้อเสนอของนักลงทุนรายย่อยได้ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยไม่พอใจ และนายวิชัย เตรียมที่จะขอให้ที่ประชุมโหวตแผนจัดสรรวอร์แรนต์ กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยในนามกลุ่มคนรักปุ๋ย จึงตัดสินใจร่วมกัน และประกาศวอล์กเอาต์ทันที ซึ่งทำให้วาระนี้ไม่ผ่านการโหวต ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนของปุ๋ยเอ็นเอฟซี ซึ่งเป็นวาระต่อไปที่จะต้องขออนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 2,486.61 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ต้องสะดุดไป
หลังการวอล์กเอาต์ของกลุ่มคนรักปุ๋ย นายมนตรี ฐิรโฆไท ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม ได้เสนอให้มีการนับองค์ประชุม ซึ่งหลังจากที่นับปรากฏว่ามีตัวแทนที่ถือใบรับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมเพียง 19 คนเท่านั้น ซึ่งตามพ.ร.บ.มหาชนแล้ว หากจะต้องประชุมเพื่อพิจารณาวาระประชุมจะต้องมีจำนวน 25 คน ทำให้มีการเสนอให้ยกเลิกการประชุมครั้งนี้
เมื่อเวลา 14.50 น. สถานการณ์ประชุมยังคงวุ่นวายเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ นายวิชัย ทองแตง ในฐานะประธานที่ประชุมจึงตัดสินใจยกเลิกการประชุม
"ผมได้นัดประชุมบอร์ดด่วนในสัปดาห์นี้ เพื่อรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และข้อเสนอของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ต้องการให้คณะกรรมการจัดสรรวอร์แรนต์ให้เพิ่มจากเดิม ก่อนที่จะนัดประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้ง เพื่อให้แผนเพิ่มทุนของปุ๋ยเอ็นเอฟซีเป็นไปตามแผนฟื้นฟู"
นายวิชัยกล่าวว่า การที่ผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาถือหุ้นในปุ๋ยเอ็นเอฟซี ก็เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับบริษัท ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขัน ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ หรือคิดเข้ามาฉ้อโกงบริษัท และอยากให้นักลงทุนมองอนาคตข้างหน้าของบริษัทมากกว่า และยืนยันว่าคณะกรรมการทุกคนตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการวอล์กเอาต์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนการเพิ่มทุนและการฟื้นฟูกิจการของบริษัท
นายณัฐภพ รัตนสุวรรณทวี ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) (NFC) กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา และเพื่อแสดงความโปร่งใส จึงได้เชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน และบริษัทก็เห็นว่าการจัดสรรมีความเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยที่ผ่านมาได้มีการเจรจา กับตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว 3 ครั้ง ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่ขัดหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์
ขณะที่นายกิตติรัตน์ กล่าวภายหลังการเข้าสังเกตการณ์ประชุมว่า ตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่ในการประสานงานกับบริษัท เพื่อช่วยเหลือผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มทุน และมติของคณะกรรมการชุดใหม่ของปุ๋ยเอ็นเอฟซี ที่มีการจัดสรรหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ถือว่าเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ที่ได้มีการแก้ไขสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิม ให้อยู่ในสัดส่วน 10% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งทำให้ไม่เข้าข่ายที่จะถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
"ผมได้รับเชิญจากคณะกรรมการชุดใหม่ ให้เข้ามาสังเกตการณ์ประชุม เพื่อชี้ให้เห็นถึงความโปร่งใสการดำเนินงานของคณะกรรมการ และช่วยชี้แจงบางประเด็นที่ผู้ถือหุ้นสงสัย ซึ่งในการประชุมมีผู้ถือหุ้นซักถามว่า บริษัทจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหรือไม่ ผมก็ยืนยันว่าไม่เข้าข่ายถูกเพิกถอน เพราะคณะกรรมการได้ทำตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์"
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|